เทคโนโลยีสวมใส่เปิดการมองเห็นให้คนตาบอด ด้วยแว่นตา AI อัจฉริยะที่ผสานระบบเซนเซอร์รอบทิศ สามารถแปรสภาพแวดล้อมเป็นเสียงและแรงสั่น ช่วยให้คนตาบอดเดินทางได้อย่างอิสระ ปลอดภัย และมั่นใจมากขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวัน
เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางสายตาก้าวไปอีกขั้น ด้วยการผสานพลังของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) จนเกิดเป็นนวัตกรรมแว่นตาอัจฉริยะที่สามารถทำหน้าที่เป็นดวงตาแทนผู้ใช้ได้จริง เพื่อมอบอิสระและความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันให้มีมากขึ้น
แว่นตาอัจฉริยะ เปลี่ยนการรับรู้รอบตัวให้คนตาบอดเดินเองได้
นวัตกรรมแว่นตาผู้ช่วยอัจฉริยะนี้ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ตอัปด้านการสร้างความเท่าเทียมกันทางสังคม ที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศโรมาเนีย โดยเป็นผลงานที่เกิดจากแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหาที่อุปกรณ์ช่วยเหลือแบบดั้งเดิมยังทำไม่ได้อย่างสมบูรณ์ เช่น การตรวจจับสิ่งกีดขวางที่อยู่เหนือระดับเอว และการนำทางที่ซับซ้อน

งานวิจัยพื้นฐานของเทคโนโลยีนี้มุ่งเน้นที่การจำลองและแปลผลข้อมูลภาพจากสภาพแวดล้อมจริงให้กลายเป็นสัญญาณการรับรู้ที่สมองเข้าใจได้ โดยได้รับการทดสอบและพิสูจน์ประสิทธิภาพเบื้องต้นว่าสามารถเพิ่มความมั่นใจในการเคลื่อนที่ให้กับผู้บกพร่องทางการมองเห็นได้อย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่เกินกว่าการใช้ไม้เท้าขาวหรือสุนัขนำทาง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ได้รับการยกย่องจากนักพัฒนาและนักวิจัยทั่วโลกด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียม
หัวใจการทำงานด้วย AI และ Computer Vision
หัวใจสำคัญของแว่นตาอัจฉริยะนี้อยู่ที่เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) ผนวกเข้ากับ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) อันชาญฉลาด ตัวอุปกรณ์ประกอบด้วยกล้องที่ทันสมัยทำหน้าที่เสมือนดวงตาในการบันทึกภาพสภาพแวดล้อมด้านหน้า จากนั้นระบบ AI จะประมวลผลข้อมูลภาพเหล่านั้นอย่างรวดเร็วเพื่อระบุและจำแนกประเภทของวัตถุ สิ่งกีดขวาง หรือพื้นที่อันตรายที่อยู่รอบตัวผู้ใช้

ข้อมูลที่ผ่านการตีความโดยระบบ AI จะถูกแปลงเป็นสัญญาณป้อนกลับอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากการทำงานของกล้องทั่วไป เนื่องจากเน้นที่การถอดรหัสเชิงพื้นที่ (Spatial Decoding) โดยเฉพาะ เช่น การประเมินระยะห่างของวัตถุ การระบุทิศทางของทางเดิน และการตรวจจับความแตกต่างของพื้นผิวในทันที เทคโนโลยีนี้ยังได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ก่อให้เกิดความเมื่อยล้าต่อผู้สวมใส่ ซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ช่วยเหลือที่มีขนาดใหญ่และเทอะทะในอดีต
การป้อนกลับผ่านเสียงและระบบสั่นที่แม่นยำ
เมื่อระบบ AI ประมวลผลภาพเสร็จสิ้น ข้อมูลการนำทางจะถูกส่งไปยังผู้ใช้ผ่านช่องทางที่ไม่ใช่การมองเห็น นั่นคือ ระบบเสียงสเตอริโอ (Stereo Audio) และ ระบบตอบสนองด้วยแรงสั่นสะเทือน (Haptic Feedback) ระบบเสียงจะทำงานคล้ายการชี้ทิศทาง โดยบอกตำแหน่งของวัตถุหรือทางเดินที่ปลอดภัย ในขณะที่ระบบสั่นจะตอบสนองต่อสิ่งกีดขวางที่อยู่ใกล้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งของที่อยู่ระดับศีรษะหรือเหนือเอว ซึ่งไม้เท้าทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้ ความละเอียดอ่อนของระบบสั่นนี้ช่วยให้ผู้ใช้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์ ทำให้หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การออกแบบระบบป้อนกลับยังคำนึงถึงหลักการประมวลผลของสมองมนุษย์ โดยส่งสัญญาณที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อลดภาระการรับรู้และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น มอบความแม่นยำในการนำทางที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
การยอมรับในเวทีระดับโลกและรางวัลนวัตกรรม
ศักยภาพของนวัตกรรมนี้ได้รับการยอมรับในเวทีเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในงาน Consumer Electronics Show (CES) ประจำปี 2026 ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความก้าวหน้าและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ

รางวัลดังกล่าวเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความพร้อมในการใช้งานและมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแท้จริง การจัดแสดงและให้ทดลองใช้ในงาน CES ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งสื่อมวลชน นักลงทุน และองค์กรที่ทำงานด้านผู้พิการทั่วโลก ผู้ผลิตได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานจริงและผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้าถึงได้ทดสอบอุปกรณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลป้อนกลับเชิงลึกและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นก่อนการวางจำหน่ายในวงกว้าง ซึ่งการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติเช่นนี้ช่วยผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้พิการไปใช้อย่างแพร่หลาย
ประโยชน์ทางสังคมและความเท่าเทียม
นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือ แต่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกอิสรภาพและความเท่าเทียมทางสังคม ให้กับผู้บกพร่องทางการมองเห็นหลายล้านคนทั่วโลก การที่ผู้ใช้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและเป็นอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลา จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ยังลดความกังวลและความเสี่ยงในการใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้พิการทางสายตาต้องเผชิญมาโดยตลอด การนำเสนอเทคโนโลยีที่เน้นการใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติช่วยให้กลุ่มเปราะบางสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกที่ต้องการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม และเป็นการตอกย้ำว่า เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาอย่างเข้าอกเข้าใจ สามารถสร้างความแตกต่างเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนได้

แว่นตาอัจฉริยะที่ใช้ระบบ AI และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์นี้ ถือเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่เป็นการนำทางเท่านั้น แต่เป็นการ "มอบอิสรภาพ" และความมั่นใจกลับคืนสู่ผู้พิการทางสายตา ด้วยการถอดรหัสสภาพแวดล้อมให้เป็นสัญญาณเสียงและแรงสั่นที่เข้าใจได้ง่าย และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้อย่างแท้จริง ทำให้คนตาบอดสามารถก้าวเดินในโลกสมัยใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: newatlas, dotlumen, red-dot, ces
ที่มาภาพ: dotlumen
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















