หลังจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ SPHEREx เดินสู่อวกาศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ตัวกล้องได้เก็บภาพของแสง 102 เฉดสีครบทั้งท้องฟ้าแล้ว รวมเป็นแผนที่เอกภพขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลความละเอียดของข้อมูลที่มากกว่ากล้องโทรทรรศน์ตัวไหน ๆ ที่เคยมีมา ที่จะทำให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของเอกภพมากยิ่งขึ้น

ภายในระยะเวลาหกเดือนแรกของภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศ SPHEREx ก็ดำเนินภารกิจตามที่วางเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนจนนำข้อมูลมาสร้างภาพแผนเอกภพขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ ในหนึ่งวัน กล้องโคจรพาดผ่านขั้วโลกเหนือและใต้ประมาณ 14.5 รอบ บันทึกภาพกว่า 3,600 ภาพ ภารกิจหลักในระยะเวลาสองปีนี้มีเป้าหมายที่จะสแกนท้องฟ้าให้ครบทั้งหมดสี่รอบ เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลร่วมกันให้เกิดภาพแบบ 360 องศา และด้วยคุณสมบัติสุดพิเศษของกล้อง SPHEREx ที่สามารถบันทึกข้อมูลของแสงในย่านอินฟราเรดได้มากถึง 102 ย่านแสง ทำให้ภาพแผนที่ที่ได้จากกล้อง SPHEREx แตกต่างไปจากกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ ก่อนหน้า
ภาพจากกล้อง SPHEREx มอบข้อมูลของเทหวัตถุ กลุ่มฝุ่น และกลุ่มก๊าซ ให้สามารถแยกออกจากกันได้อย่างแม่นยำ เมื่อเทียบกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ SPHEREx รับย่านแสงได้มากกว่าและละเอียดกว่าถึงสี่เท่า และมีมุมมองในการส่องกราดกว้างกว่าหลายพันเท่า ส่งผลให้ในระยะเวลาเพียงแค่หกเดือน ตัวกล้องก็เก็บข้อมูลของท้องฟ้าได้ทั้งหมด

อีกทั้งด้วยเทคโนโลยีของตัวกล้อง SPHEREx ยังสามารถเก็บข้อมูลเทหวัตถุแบบสามมิติได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มฐานข้อมูลของดวงดาวในเอกภพถึงระยะห่างจากโลกของเราในแบบสามมิติ โดยเฉพาะกับดวงดาวในอดีตที่เคยบันทึกแล้วแต่ว่าอยู่ในรูปแบบของสองมิติ SPHEREx จะเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลของดาวที่อยู่ห่างไกลแบบสามมิติเพื่อให้ข้อมูลสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
การตรวจวัดแบบสามมิติของ SPHEREx ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์วัดความแปรปรวนที่ละเอียดอ่อนของการเกาะกลุ่มและการกระจายตัวของกาแล็กซีทั่วเอกภพได้ การวัดเหล่านี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงการพองตัวของเอกภพ (Inflation) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เอกภพขยายตัวอย่างรวดเร็วหลายล้านล้านเท่าในชั่วพริบตาหลังบิ๊กแบง (Big Bang)

การสังเกตท้องฟ้าทั้งหมดในรูปแบบนี้ช่วยให้เหล่านักวิทยาศาสตร์สามารถตอบคำถามสำคัญได้ รวมถึงเรื่องที่ว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเศษเสี้ยววินาทีแรก (หนึ่งในพันล้านล้านล้านล้านของวินาที) หลังการเกิดบิ๊กแบงส่งผลต่อการกระจายตัวแบบสามมิติของกาแล็กซีนับร้อยล้านแห่งในเอกภพของเราอย่างไร
อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของกาแล็กซีตลอดประวัติศาสตร์เกือบ 14,000 ล้านปีของเอกภพ และเรียนรู้เกี่ยวกับการกระจายตัวของส่วนประกอบสำคัญที่ให้กำเนิดชีวิตในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราเอง
ทั้งนี้ NASA ได้เปิดเผยว่าชุดข้อมูลทั้งหมดจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อให้บรรดานักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ทั่วโลกสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ต่อยอดการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยตอบคำถามพื้นฐานว่าเอกภพของเราเริ่มต้นขึ้นอย่างไร และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จนกลายเป็นบ้านให้แก่มวลมนุษยชาติในปัจจุบัน
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















