เอสเปรสโซ คาปูชิโน เห็นชื่อเหล่านี้ขึ้นมา เชื่อว่าต่อให้เป็นคนไม่ดื่มกาแฟก็พอที่จะเคยได้ยินกันอยู่บ้าง ส่วนคอกาแฟยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมนูเหล่านี้คุ้นตากันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว หลับตาสั่งก็ยังทำกันได้
แต่ถึงอย่างไรก็ตามชื่อเมนูเหล่านี้มักจะความดรามาตามมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เกิดข้อถกเถียงโดยเฉพาะบนสังคมออนไลน์กันแบบไม่จบไม่สิ้น จางหายไปแล้วเดี๋ยวก็เกิดขึ้นใหม่ เพราะเป็นเรื่องของความเข้าใจที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีถูกผิด กำหนดไว้อย่างชัดเจน
Thai PBS จึงถือโอกาสหยิบยกเรื่องราวของเมนูเจ้าปัญมา มาบอกเล่าให้ฟังกันสักเล็กน้อย ไปดูกันว่าทำไมเขาถึงดรามากัน และสำรวจความคิดในตัวเราเองว่า คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนานเหล่านี้
กาแฟเอสเปรสโซเย็นมีอยู่จริงหรือไม่ ?
ถ้ายังจำกันได้ในช่วงความนิยมของกาแฟสดพุ่งขึ้นอย่างถึงขีดสุด เอสเปรสโซเย็นคือเมนูที่ถูกสั่งกันมากที่สุดก็ว่าได้ มันคือการดัดแปลงนำกาแฟโบราณแบบไทย ๆ มาแต่งตัวใหม่ด้วยการนำกาแฟบดสดใหม่แก้วต่อแก้ว มาผ่านแรงดันน้ำเดือดจากเครื่องเอสเปรสโซเพื่อสกัดรสชาติเข้มข้นเฉพาะตัวออกมาเป็นเอสเปรสโซช็อต แล้วค่อยนำไปปรุงด้วยน้ำตาล นมสด นมข้นหวาน ตามสูตรเฉพาะของแต่ละร้าน เพื่อให้ได้ความหวานมันที่ทุกคนชื่นชอบ จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตที่สุดตามที่ได้บอกกันไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีคนตั้งคำถามกับเมนูยอดฮิตว่าเป็นเมนูที่ไม่สมควรใช้ชื่อว่าเอสเปรสโซเย็น เพราะเมนูดังกล่าวเป็นเมนูที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เป็นการสร้างความสับสนให้กับคนดื่มกาแฟเสียเปล่า ๆ ส่วนที่ไม่มีอยู่จริงนั้นก็เป็นเพราะว่าเมนูต่าง ๆ นั้นถูกตั้งต้นมาจากการทำเป็นเครื่องดื่มร้อน เมนูเย็นเป็นเรื่องของการดัดแปลงสูตรเสียมากกว่า เช่น

- เอสเปรสโซ = กาแฟสกัดเป็นช็อต เข้มข้นที่สุด เป็นสารตั้งต้นของเมนูต่าง ๆ
- อเมริกาโน = เอสเปรสโซช็อต ผสมกับน้ำร้อน
- ลาเต้ = เอสเปรสโซช็อต ผสมกับนม ท็อปด้วยฟองนม
- คาปูชิโน = เอสเปรสโซช็อตในปริมาณที่มากกว่าลาเต้ ผสมกับนม ท็อปด้วยฟองนม
- มอคคา = เอสเปรสโซช็อต ผสมกับช็อกโกแลต นม และท็อปด้วยวิปครีม
จะเห็นได้จากประเภทของกาแฟว่าเมนูเอสเปรสโซในรูปแบบเครื่องดื่มร้อนนั้นเป็นเพียงกาแฟเข้มข้นที่ถูกสกัดออกมาเป็นช็อต เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้เมนูอื่น ๆ หรือจะดื่มเป็นช็อตเข้มข้นก็สามารถทำได้ ซึ่งพูดจากตามความหมายของชื่อแล้วเมนูเอสเปรสโซเย็นก็สมควรที่จะเป็นเอสเปรสโซช็อตผสมด้วยน้ำแข็งเสียมากกว่า ไม่ได้เป็นเมนูหวานมันแบบที่คุ้นเคยกัน
เมื่อมีจำนวนผู้ทักท้วงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เมนูเอสเปรสโซเย็นที่เราคุ้นเคย ถูกเรียกขานใหม่ด้วยชื่อคุ้นหูว่า เอสเย็น ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและป้องกันการเข้าใจผิด ปัจจุบันชื่อนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการประกวดในระดับประเทศค้นหาบาริสต้าที่ทำเอสเย็นได้อร่อยที่สุด ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ก็เริ่มรับทราบว่าเอสเย็นคือเมนูแบบไทยสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต้องหามาชิมให้ได้ ความดรามาของเมนูเอสเปรสโซเย็นจึงบรรเทาลง มีให้เห็นแค่ประปราย
ทำไมกาแฟคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม
ส่วนอีกหนึ่งกระแสที่ตีคู่กันมาแต่อาจไม่ดรามาเท่าเอสเปรสโซในยุคกาแฟสดเฟื่องฟูก็คือ ทำไมคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม คำถามนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในหมู่นักกินที่มีภาพจำในหัวว่าคาปูชิโนคือเมนูที่มีฟองนมท็อปอยู่บนกาแฟ แต่ร้านบางร้านไม่นิยมที่จะใส่ฟองนมให้กับคาปูชิโนเย็น

ถ้าถามว่าเพราะอะไรคำตอบก็น่าจะต้องมองย้อนกลับไปที่จุดแรกเริ่มว่าเมนูต่าง ๆ นั้นถูกตั้งต้นมาจากการทำเป็นเครื่องดื่มร้อน โดยเอกลักษณ์ของคาปูชิโนคือการยกกาแฟเข้มข้นขึ้นดื่มจากแก้ว กาแฟจะไหลผ่านฟองนมเข้าสู่ลำคอ เราจะได้รับความเข้มข้นของกาแฟผสมนมผสานกับความนุ่มจากฟองนมไปพร้อม ๆ กัน เป็นสุนทรียศาสตร์ที่ผ่านการคิดค้นมาแล้ว
แต่ในมุมมองของร้านบางร้าน การทำเมนูคาปูชิโนให้เป็นเมนูเย็นไม่มีความจำเป็นต้องใส่ฟองนม เพราะฟองนมไม่สามารถคงรูปบนเครื่องดื่มเย็นได้ดี ที่สำคัญเรามักจะดื่มเครื่องดื่มเย็นด้วยการใช้หลอดดูด การรับรสฟองนมด้านบนพร้อมกับกาแฟด้วยหลอดจึงที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ สุนทรียศาสตร์ที่ถูกสร้างไว้ก็จะไม่เกิด จึงไม่น่าแปลกใจที่กาแฟคาปูชิโนเย็นบางร้านจะไม่มีฟองนม คล้ายกับกาแฟลาเต้เย็นที่เรามักจะไม่เห็นฟองนมกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งที่ในสูตรลาเต้ร้อนก็มีการท็อปด้วยฟองนม
เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก แต่ถึงอย่างไรก็ตามการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในกรณีของคาปูชิโนเย็นที่ไม่ได้เกิดการรังสรรค์ชื่อเฉพาะขึ้นมาแบบเอสเย็น เราจึงเห็นเหตุการณ์ดรามาเกิดขึ้นบ่อยครั้งในโลกออนไลน์ผ่านการตั้งคำถามพร้อมการกระแนะกระแหนกันไปมา
ล่าสุดกับกรณีที่เกิดขึ้นกลุ่มกาแฟพิเศษที่สมาชิกในกลุ่มไปใช้บริการร้านกาแฟชื่อดังแล้วพบว่าคาปูชิโนของร้านนี้ไม่ได้มีฟองนมเหมือนร้านอื่น ๆ จึงตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นดรามาระหว่างผู้ดื่มกาแฟ เกิดความเห็นเกือบ 300 ความคิดเห็นในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ทำอย่างไร เข้าใจแบบไหน ให้ความดรามาเรื่องกาแฟลดลง
น่าจะเป็นที่ทราบกันดี ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม การห้ามไม่ให้เกิดดรามาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะต่างคนต่างความคิด ต่างมีความเชื่อที่แตกต่างกัน ยิ่งในสังคมออนไลน์ที่การยั้งคิดก่อนพิมพ์อาจจะดูเป็นเรื่องยาก เราทำได้แต่เพียงไม่เติมเชื้อไฟ หรือหาทางบรรเทาให้สถานการณ์เบาบางลง

ในกรณีของคาปูชิโนเย็นก็เช่นเดียวกัน ถ้าผู้ดื่มกาแฟมองว่าแต่ละร้านก็มีวิธีการนำเสนอกาแฟที่แตกต่างกันออกไป การมีฟองนมหรือไม่มีก็เป็นสูตรของทางร้าน ส่วนเจ้าของร้านก็สามารถอธิบายให้เหตุผลได้ว่าทำไมถึงไม่ใส่ฟองนมในเครื่องดื่มเย็น สร้างความเข้าใจกับลูกค้าตั้งแต่ก่อนสั่ง หาตรงกลางร่วมกัน เป็นทางออกที่วินวินด้วยกันทั้งคู่
แต่นอกจากลูกค้า และเจ้าของร้าน อีกสิ่งที่จะต้องบรรเทาลงก็คือการตอบโต้กันบนโลกออนไลน์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกดูแคลน เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำให้มีอะไรดีขึ้นมา เป็นการทำลายบรรยากาศของนักดื่มเสียเปล่า ๆ
การเข้าใจที่มาของกาแฟเมนูต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ดี เสริมความเข้าใจสร้างอรรถรสในการดื่ม ส่วนการนำเสนอสร้างสรรค์กาแฟในรูปแบบใหม่ ๆ ก็ทำให้วงการไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ดื่มกาแฟให้สุขกายสบายใจ สร้างสรรค์สังคมของนักดื่มกาแฟที่ดีร่วมกันย่อมดีกว่า
ติดตามอ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับกาแฟ









