กู้ชีพ กู้ภัย รู้จักระดับการช่วยเหลือผู้ป่วยยามฉุกเฉิน


Insight

สันทัด โพธิสา

แชร์

กู้ชีพ กู้ภัย รู้จักระดับการช่วยเหลือผู้ป่วยยามฉุกเฉิน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3832

กู้ชีพ กู้ภัย รู้จักระดับการช่วยเหลือผู้ป่วยยามฉุกเฉิน

 

ผู้คนมักพบเห็นเจ้าหน้าที่มากมาย ยามเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทว่าในห้วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเหล่านั้น เราไม่อาจทราบได้ว่า บุคคลที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ มีภารกิจหน้าที่ หรือแม้แต่มีความเชี่ยวชาญในด้านใดเป็นพิเศษ Thai PBS ชวนรู้และเข้าใจ กู้ชีพ กู้ภัย เหมือนหรือต่างกันอย่างไร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขามีระดับที่แตกต่างกันอย่างไร และมีหน้าที่อะไรกันบ้าง

กู้ภัย คืออะไร 

กู้ภัย คือ การช่วยชีวิตผู้ที่ประสบภัย ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ อาทิ น้ำท่วม ไฟป่า หรือแผ่นดินไหว รวมถึงอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งนี้การกู้ภัยเน้นที่ "สถานการณ์" และ "การเข้าถึง" โดยมีเป้าหมาย คือ จัดการกับอุปสรรค เพื่อนำตัวผู้ป่วยออกมาจากจุดอันตราย หรือจัดการความไม่ปลอดภัยในที่เกิดเหตุ

หน่วยงานกู้ภัยในประเทศไทย แบ่งได้หลายประเภท ทั้งหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กู้ภัยเทศบาล/อบต. หรือในเขตกรุงเทพก็จะมีศูนย์เอราวัณ ส่วนที่เป็นมูลนิธิการกุศล เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, มูลนิธิร่วมกตัญญู, มูลนิธิกุศลธรรม, มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เป็นต้น

กู้ชีพ คืออะไร 

กู้ชีพ คือ การปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้ที่กำลังเสียชีวิต โดยเน้นที่ “คน” และ “การรักษา” มีเป้าหมายคือ ช่วยเหลือชีวิต รักษาอาการบาดเจ็บ และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้ปลอดภัยที่สุด

หน่วยงานกู้ชีพในประทศไทย อาทิ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), ศูนย์นเรนทร, ศูนย์เอราวัณ, ศูนย์กู้ชีพทางน้ำ, Sky Doctor (กู้ชีพทางอากาศ) รวมถึงรถพยาบาลจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนต่าง ๆ

วิธีการสังเกต “กู้ชีพ” และ “กู้ภัย” แตกต่างกันอย่างไร

กู้ชีพ และ กู้ภัย มีภารกิจที่แตกต่างกัน แต่หลาย ๆ เหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่หน้างาน อาจมีลักษณะที่คลายคลึงกัน วิธีการแยกแยะระหว่ากู้ชีพและกู้ภัยเบื้องต้น ให้สังเกตดังนี้

การแต่งกาย
กู้ชีพ มักสวมชุดหมีหรือชุดแยกชิ้นสีขาว หรือครีม หรือบางคนใส่เสื้อกั๊กที่มีแถบสะท้อนแสงชัดเจน บริวณหลังเสื้อหรือหน้าอกมักมีสัญลักษณ์ "ดาวแห่งชีวิต" (Star of Life) ซึ่งเป็นรูปคทาที่มีงูพันอยู่บนดาว 6 แฉก รวมทั้งมักจะใส่ถุงมือยางตลอดเวลาที่สัมผัสคนเจ็บ

กู้ภัย มักสวมชุดหมีสีเข้ม เช่น สีกรมท่า, สีส้ม หรือสีดำ สังเกตที่เนื้อผ้าจะหนาและทนทานกว่า เพื่อป้องกันของมีคมหรือไฟ ส่วนใหญ่จะสวมรองเท้าบูทนิรภัย และสวมหมวกนิรภัย นอกจากนี้มักมีอุปกรณ์ติดตัว อาทิ วิทยุสื่อสาร ไฟฉายแรงสูง หรือเครื่องมือช่าง

การสังเกตอื่น ๆ เช่น ข้อความที่ติดข้างรถ หากเป็นรถกู้ชีพ มักมีคำว่า Ambulance ส่วนรถกู้ภัย มักใช้คำว่า Rescue, กู้ภัย หรือบรรเทาสาธารณภัย นอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุ ทีมกู้ภัยมักจะมาถึงก่อน เพื่อเปิดทาง หรือระงับเหตุเฉพาะหน้า ส่วนกู้ชีพจะตามมา และจะทำหน้าที่พาคนเจ็บออกจากสถานที่โดยเร็วที่สุด 

ทั้งนี้ บางมูลนิธิที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ อาจติดสติกเกอร์คำว่า “กู้ชีพ-กู้ภัย” ร่วมกัน เนื่องจากมีอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนมาทั้งสองด้านแล้วนั่นเอง

ลักษณะของเจ้าพนักงานที่ให้ความช่วยหลือสถานการณ์ฉุกเฉิน มีอะไรบ้าง

การแบ่งลักษณะของเจ้าหน้าที่ในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยทั่วไปจะแบ่งตามระยะเวลาของการฝึกอบรม ตลอดจนขอบเขตของการรักษา โดยมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นหน่วยงานผู้กำกับดูแล สามารถแบ่งระดับความเชี่ยวชาญได้ดังนี้

1.ระดับอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ หรือ EMR (Emergency Medical Responder)
เป็นระดับเริ่มต้น ส่วนใหญ่มักเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิต่าง ๆ ต้องผ่านการอบรมเบื้องต้นเป็นระยะเวลา 40 ชั่วโมง โดยสามารถประเมินอาการเบื้องต้น ปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน เช่น ทำแผล ห้ามเลือด ดามกระดูก ทำ CPR และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธีได้

2.ระดับพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ หรือ EMT (Emergency Medical Technician)
เป็นระดับที่สามารถปฏิบัติงานฉุกเฉินแบบพื้นฐานได้ มีหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต หรือประสบอุบัติเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ หรือบนรถพยาบาลฉุกเฉิน โดยจะให้การปฐมพยาบาล กู้ชีพขั้นพื้นฐาน รวมถึงการช่วยแพทย์หรือพยาบาล ทำหัตถการเบื้องต้น จนกว่าจะถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ระดับดังกล่าวนี้ต้องผ่านการอบรม 115 – 135 ชั่วโมง 

3.ระดับเจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ หรือ AEMT (Advanced EMT)
เป็นบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉินที่มีความสามารถในการรักษาขั้นสูง เช่น การให้ยาบางชนิด การเปิดหลอดเลือดดำ การจัดการทางเดินหายใจขั้นสูง เพื่อดูแลผู้ป่วยวิกฤตก่อนถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ระดับนี้มักจะเป็นกู้ชีพแบบมืออาชีพมากขึ้น ต้องเรียนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาเวชกิจฉุกเฉิน (ปวส.ฉพ.) มีระยะวลาในการเรียน 2 ปี

4.ระดับนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ หรือ Paramedic 
เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็น Advanced Life Support (ALS) หรือผู้ช่วยชีวิตขั้นสูง ณ จุดเกิดเหตุ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดในทีมปฏิบัติการนอกโรงพยาบาล ต้องเรียนจบหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต 4 ปี สาขาเวชกิจฉุกเฉิน โดยสามารถทำหัตถการขั้นสูงที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นพื้นฐานทำไม่ได้ เช่น ใส่ท่อช่วยหายใจ, การกระตุกหัวใจด้วยเครื่องช็อกไฟฟ้า, ให้สารน้ำ/ยาทางหลอดเลือดดำ, เจาะปอด/เจาะคอฉุกเฉิน (ในสถานการณ์ที่จำเป็นภายใต้คำสั่งแพทย์) ประคองอาการผู้ป่วยให้คงที่บนรถพยาบาล จนถึงมือแพทย์ในห้องฉุกเฉิน

ในกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากสามารถสอบถามระดับของเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือแล้ว ยังสามารถสังเกตเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินระดับของเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน

  • หากเดินทางมากับรถกระบะกู้ภัย หรือรถอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือมักเป็นระดับ EMR โดยเน้นความเร็วในการเข้าถึงและปฐมพยาบาล
  • หากเดินทางมากับรถพยาบาลคันเล็ก (Ambulance) เจ้าหน้าที่ในรถมักจะมีระดับ EMT คอยประจำการ
  • หากเป็นรถพยาบาลคันใหญ่ (Advance/High Roof) มักจะมีเจ้าหน้าที่ระดับ AEMT หรือ Paramedic มาพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตแบบครบชุด

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกวินาทีที่ผ่านไป แลกมาด้วยลมหายใจในการต่อชีวิต การแข่งกับเวลาเป็นเรื่องสำคัญ แต่การรู้ข้อมูลพื้นฐาน จะช่วยให้ผู้เจ็บป่วยมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กู้ชีพกู้ภัยผู้ป่วยฉุกเฉินช่วยเหลือ
สันทัด โพธิสา

ผู้เขียน: สันทัด โพธิสา

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์อาวุโส Thai PBS สนใจความเคลื่อนไหวของสังคม ผู้คน และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงเป็นสมาชิกทาสแมวมายาวนาน

บทความ NOW แนะนำ