องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมาเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ใหม่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 80 คน และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นเมื่อห้องปฏิบัติการยืนยันพบผู้ติดเชื้อในเมืองโกมา (Goma) เมืองสำคัญทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (CDC Africa) ได้รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 88 คน และผู้ป่วยต้องสงสัยอีก 336 คน

ศาสตราจารย์ Jean-Jacques Muyembe ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติคองโก (INRB) กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อในเมืองโกมาหนึ่งคน จากผลการตรวจของห้องปฏิบัติการ ผู้ติดเชื้อเป็นภรรยาของชายที่เสียชีวิตจากโรคอีโบลา ซึ่งเดินทางมายังโกมาหลังจากสามีเสียชีวิต ขณะที่ติดเชื้ออยู่แล้ว
ขณะที่ Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO แสดงความไม่สบายใจอย่างยิ่ง เมื่อมีรายงานผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น โดยได้สรุปเหตุการณ์นี้ว่า การระบาดครั้งนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ แม้จะยังไม่เข้าเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินระดับการระบาดใหญ่ก็ตาม

ในสถานการณ์ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศเตือนภัยระดับที่สอง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด (การระบาดใหญ่ทั่วโลก) นอกจากนี้ยังมีการเตือนอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบขอบเขตที่แน่ชัดของการระบาดในครั้งนี้
Samuel-Roger Kamba รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เปิดเผยว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูโย (Bundibugyo ebolavirus : BDBV) ที่ก่อให้เกิดการระบาดนั้น มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก ซึ่งอาจสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ทั้งนี้ การระบาดของอีโบลาครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วในภูมิภาคนี้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย ก่อนที่จะมีการประกาศว่าโรคนี้ถูกกำจัดไปแล้วในเดือนธันวาคม 2025 ขณะในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา โรคนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 15,000 คนในแอฟริกา แม้ว่าจะมีการพัฒนาวัคซีนและวิธีการรักษาที่ดีขึ้นแล้วก็ตาม
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : sciencealert
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









