พฤกษศาสตร์น่ารู้! เมื่อได้ยินคำว่า “กล้วยปิ้ง” หลายคนคงนึกถึง “กล้วย” ที่นำไปย่างบนเตาถ่านจนหอม แล้วราดด้วยน้ำเชื่อมผสมกะทิรสหวานมัน รู้หรือไม่ว่า “กล้วยปิ้ง” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของอาหารว่างยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อไทยของไม้เลื้อยดอกสวยชนิดหนึ่งอีกด้วย โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไรใครนิยมชื่นชมความงามของธรรมชาติไม่ควรพลาด
กล้วยปิ้ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า 𝙃𝙤𝙮𝙖 𝙙𝙞𝙫𝙚𝙧𝙨𝙞𝙛𝙤𝙡𝙞𝙖 Blume โดย 𝙃𝙤𝙮𝙖 𝙙𝙞𝙫𝙚𝙧𝙨𝙞𝙛𝙤𝙡𝙞𝙖 ได้รับการตีพิมพ์ชื่อทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ludwig Blume ในหนังสือ Bijdragen tot de Flora van Nederlandsch Indië หน้า 1064 เมื่อ ค.ศ. 1827
ภาพ “กล้วยปิ้ง” ไม้เลื้อยดอกสวย ภาพจาก Pattamate Watthanasakulcharoen
...คำระบุชนิดในชื่อวิทยาศาสตร์ 𝙙𝙞𝙫𝙚𝙧𝙨𝙞𝙛𝙤𝙡𝙞𝙖 มาจากภาษาละติน โดย diversi- หมายถึง “แตกต่าง” หรือ “หลากหลาย” และ folia หมายถึง “ใบ” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “พืชที่มีใบหลากหลายรูปแบบ” ซึ่งสื่อถึงลักษณะใบของพืชชนิดนี้ที่อาจแตกต่างกันทั้งด้านรูปร่างและขนาด
“กล้วยปิ้ง” จัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับพืชที่เราคุ้นเคย เช่น ต้นตีนเป็ด และต้นลีลาวดี พืชหลายชนิดในวงศ์นี้มีลักษณะเด่นคือ เมื่อหักก้านใบหรือส่วนต่าง ๆ ของพืช มักมีน้ำยางสีขาวขุ่นไหลออกมา ดังนั้น แม้ชื่อ “กล้วยปิ้ง” จะมีคำว่า “กล้วย” อยู่ด้วย แต่พืชชนิดนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพืชในวงศ์กล้วย (Musaceae) แต่อย่างใด
พืชในสกุลเดียวกับ “กล้วยปิ้ง” มักถูกเรียกชื่อตามชื่อสกุลว่า “โฮย่า” แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า 𝙃𝙤𝙮𝙖 𝙙𝙞𝙫𝙚𝙧𝙨𝙞𝙛𝙤𝙡𝙞𝙖 มีชื่อไทยว่า “กล้วยปิ้ง” โดยชื่อนี้ได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557 หน้า 302 ซึ่งชื่อนี้น่าจะมีที่มาจากลักษณะของใบที่คล้ายกับกล้วยปิ้งขณะที่หลังจากนำไปปิ้งแล้วจะถูกทับให้แบน นอกจากนี้ 𝙃. 𝙙𝙞𝙫𝙚𝙧𝙨𝙞𝙛𝙤𝙡𝙞𝙖 ยังมีชื่อไทยอื่น ๆ เรียกว่า “ลิ้นควาย” รวมไปถึงชื่อสุดไพเราะ “สังวาลพระอุมา”
ภาพ “กล้วยปิ้ง” ไม้เลื้อยดอกสวย ภาพจาก Pattamate Watthanasakulcharoen
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ “กล้วยปิ้ง”
กล้วยปิ้งเป็นไม้เถาอิงอาศัย ลำต้นสามารถทอดยาวได้ถึงประมาณ 20 เมตร และมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน แต่ละคู่ค่อนข้างห่าง ใบหนา รูปรี กว้างประมาณ 3–4 ซม. ยาว 5–8 ซม. ปลายและโคนใบมนหรือเป็นมุมแหลมกว้าง
เมื่ออยู่ในสภาพแห้งแล้ง ขอบใบอาจม้วนลงเป็นสัน เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบเห็นชัดทางด้านล่าง ก้านใบยาวประมาณ 0.7–1.5 ซม. ช่อดอกเป็นแบบช่อซี่ร่ม ออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกยาว 4–8 ซม. แต่ละช่อมีประมาณ 12–20 ดอก ดอกจะทยอยบานจากรอบนอกเข้าสู่กลางช่อ และสามารถออกดอกซ้ำจากแกนช่อเดิมได้หลายครั้ง ทำให้แกนช่อดอกยืดยาวขึ้นเรื่อย ๆ ดอกมีลักษณะคล้ายกงล้อ สีขาวนวลอมชมพูถึงชมพูอมม่วง
ก้านดอกยาวประมาณ 2–2.5 ซม. เมื่อบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8–1.2 ซม. กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ รูปไข่และมีขนาดเล็ก กลีบดอกเชื่อมติดกันบริเวณโคนประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายแฉกแหลมและม้วนลง ผิวกลีบบางส่วนปกคลุมด้วยขนสั้นสีขาวใส กลางดอกมีเส้าเกสรรูปแท่น ประกอบด้วยรยางค์รูปไข่ 5 แฉก ซึ่งเป็นลักษณะโดดเด่นของดอกโฮย่า ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 10–13 ซม.
เมื่อแก่จะแตกตามแนวยาว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก โดยปลายด้านหนึ่งของเมล็ดมีขนสีขาวเป็นพู่ ช่วยให้เมล็ดปลิวกระจายไปตามลมได้
ภาพ “กล้วยปิ้ง” ไม้เลื้อยดอกสวย ภาพจาก Pattamate Watthanasakulcharoen
การกระจายพันธุ์ “กล้วยปิ้ง”
พบกระจายพันธุ์ในหมู่เกาะอันดามัน บอร์เนียว กัมพูชา ไห่หนาน ชวา สปป.ลาว หมู่เกาะซุนดาน้อย คาบสมุทรมลายู เมียนมา ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี สุมาตรา ไทย และเวียดนาม
การอนุรักษ์ “กล้วยปิ้ง”
แม้กล้วยปิ้งจะมีเขตการกระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้าง แต่ประชากรในแต่ละพื้นที่อาจเผชิญปัจจัยคุกคามที่แตกต่างกัน เช่น การสูญเสียต้นไม้ที่ใช้ยึดเกาะและการเปลี่ยนแปลงของถิ่นอาศัย ดังนั้น การรักษาพื้นที่ป่าธรรมชาติ รวมถึงการเลือกซื้อพรรณไม้ที่ได้จากการเพาะขยายพันธุ์แทนการเก็บจากธรรมชาติ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
ภาพ “กล้วยปิ้ง” ไม้เลื้อยดอกสวย ภาพจาก Pattamate Watthanasakulcharoen
การใช้ประโยชน์ “กล้วยปิ้ง”
กล้วยปิ้งนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกออกเป็นช่อสวยงาม เหมาะสำหรับปลูกให้เลื้อยตามต้นไม้ ซุ้ม หรือค้าง รวมถึงปลูกในกระถางแขวนและใช้ประดับสวนแนวตั้ง
ชื่อของพืชอาจพาเราให้นึกถึงสิ่งหนึ่ง เพราะส่วนหนึ่งของคำเรียกชื่อพืชมมักมาจากการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราคุ้นเคยและเรียกชื่อพืชตามสิ่งเหล่านั้น ในขณะที่ชื่อพืชบางชื่อ เบื้องหลังอาจซ่อนเรื่องราวอีกแบบไว้ “กล้วยปิ้ง” จึงไม่ใช่ของหวานจากเตาถ่านในครั้งนี้ หากเป็นไม้เลื้อยดอกงามที่เตือนให้เห็นว่า ธรรมชาติรอบตัวเรายังมีรายละเอียดเล็ก ๆ อีกมากมายให้ค้นหาและทำความรู้จักอยู่เสมอ
Thai PBS Sci & Tech พรรณไม้น่ารู้
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP5 : “กล้วยน้อย” ชื่อมีกล้วย แต่ไม่ใช่พืชวงศ์กล้วย
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP4 : “กล้วยแดง” ที่ไม่ใช่กล้วยแดงอินโด
📌อ่าน : “เอื้องสายปากครุย” กล้วยไม้ป่า ความงามที่ควรอยู่ในป่า
📌อ่าน : พฤกษศาสตร์น่ารู้ “เอื้องสายแสง” กล้วยไม้ป่าแสนงามที่ควรคู่ป่าธรรมชาติ
📌อ่าน : ถูกค้นพบในไทยเป็นที่แรก! “ว่านดอกสามสี” พืชไร้ใบแห่งสยาม
📌อ่าน : ชนิดใหม่ของโลก! ค้นพบ “กระเจียวเทพอัปสร” พืชวงศ์ขิง สกุลขมิ้น จากเมืองสามหมอก
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP3 : “กล้วยมูสัง” กล้วยของชะมด ที่ไม่ใช่พืชวงศ์กล้วย
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ป.ล. ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Hoya Card โดย Pattamate Watthanasakulcharoen, SC Plants มา ณ โอกาสนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ธวัชพงศ์ บุญมา นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









