วันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 2026 แกลดิส เวสต์ (Gladys West) นักคณิตศาสตร์หญิงอเมริกันผิวดำ ผู้ได้รับการยกย่องเป็น “มารดาจีพีเอส” (Mother of GPS) ถึงแก่กรรมที่เมืองเฟสเดอริกส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ขณะมีอายุ 95 ปี
จีพีเอส (GPS : Global Positioning System) เป็นระบบการนำทางหรือการนำร่องโดยอาศัยดาวเทียม ของกองทัพอวกาศสหรัฐ (United States Space Force) ที่อนุญาตให้เอกชนได้ใช้ประโยชน์ด้วย และกลายเป็นเทคโนโลยีระบบการนำทางทั้งบนบก ในน้ำ ในอากาศ ที่คนทั้งโลกใช้ประโยชน์กันมากที่สุดในปัจจุบัน แต่รู้จักกัน (ในส่วนของพัฒนาการ) ค่อนข้างน้อย
ประวัติศาสตร์ย่อจีพีเอส : จากอาเธอร์ ซี. คลาร์ก ถึง แกลดิส เวสต์
เรื่องราวการทำงานของระบบจีพีเอสที่ทราบกันดีที่สุด คือ เป็นระบบที่ต้องอาศัยดาวเทียมเป็นต้นหลักการทำงาน ซึ่งในส่วนเกี่ยวกับดาวเทียม ก็เป็นที่ทราบกันอย่างโดยทั่วไปว่า เริ่มต้นจากความสำเร็จของสหภาพโซเวียตเดิม (รัสเซียในปัจจุบัน) ในการส่งดาวเทียมดวงแรกของโลก คือ สปุตนิก 1 ขึ้นไปโคจรรอบโลกได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957...
แต่ในส่วนที่เป็นพัฒนาการของระบบจีพีเอส เริ่มต้นมาก่อนยุคอวกาศจะเริ่มต้นจริงๆ กับดาวเทียมสปุตนิก และเกี่ยวข้องกับ “ผู้บุกเบิก” หลายคน ตั้งแต่การเริ่มต้น “ความคิด” เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของดาวเทียม และส่วนที่เป็นพัฒนาการนำมาสู่ระบบจีพีเอสใช้งานได้จริง...
และมีมากกว่าหนึ่งคน ได้รับการยกย่องเป็น “ผู้ให้กำเนิด” ในเรื่องความคิดและส่วนเป็นพัฒนาการของระบบ จีพีเอส
ใครบ้าง ?
3 คนที่ได้รับการยกย่องชัดเจน
หนึ่ง : คือ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก (Arthur C. Clarke : ค.ศ. 1917-2008) ได้รับการยกย่องเป็น “Father of Communication Satellite” (“บิดาดาวเทียมสื่อสาร”)
สอง : คือ แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน (Brandford Parkinson) ได้รับการยกย่องเป็น “Father of GPS” (“บิดา จีพีเอส”)
สาม : คือ แกลนิส เวสต์ “มารดาจีพีเอส” ที่เพิ่งจากไป และเป็นโฟกัสเรื่องของเราวันนี้
ในการกล่าวถึงประวัติศาสตร์พัฒนาการและการใช้งานของจีพีเอส อาจแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ หนึ่ง : ส่วนที่เป็นพัฒนาการของจีพีเอส ตั้งแต่การเริ่มต้นความคิดในการใช้งานของดาวเทียมสื่อสาร ถึงการเกิดขึ้นและใช้งานกันจริงของ จีพีเอส และ สอง : ส่วนที่เป็นระบบการบอกตำแหน่งโดยดาวเทียมอื่นๆ ...ของประเทศอื่นๆ ...นอกเหนือไปจากจีพีเอสของสหรัฐอเมริกาถึงปัจจุบัน

จาก อาเธอร์ ซี. คลาร์ก ถึง แกลดิส เวสต์
ปี ค.ศ. 1945 อาเธอร์ ซี. คลาร์ก นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์และนักอนาคตศาสตร์ เสนอความคิด “Extra-Terrestrial Relays” (Wireless-World Magazine , 1945) การใช้ดาวเทียมเพียง 3 ดวง ที่ตำแหน่งระดับความสูงเหนือเส้นศูนย์สูตรประมาณ 36,000 กิโลเมตร โดยให้อยู่ห่างจากกันเป็นระยะทางเท่ากัน ก็สามารถทำหน้าที่เป็นดาวเทียมสื่อสารครอบคลุมพื้นที่บนโลกได้ทั่วทั้งโลก เพราะที่ตำแหน่งดังกล่าว ดาวเทียมจะโคจรรอบโลกเป็นเวลาเท่ากับที่โลกหมุนรอบตัวเอง คือ 24 ชั่วโมง จึงมีสภาพเป็น “ดาวเทียมค้างฟ้า” ลอยนิ่งอยู่ในอวกาศเหนือพื้นผิวโลก
ต่อมาเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1956 อาเธอร์ ซี. คลาร์ก (ในจดหมายถึงเพื่อนชื่อ Andrew C. Harley) ขยายความคิดของเขาในการใช้ดาวเทียมสื่อสารเพื่อการระบุตำแหน่ง (นำทาง) ซึ่งก็คือ จีพีเอส โดยพยากรณ์ว่า จะเกิดขึ้นภายใน 30 ปี
หลัง สปุตนิก 1 ของสหภาพโซเวียตเดิมในปี ค.ศ. 1957 ก็เป็นยุคการเริ่มต้นจริงๆ ของระบบการนำทางโดยดาวเทียม และในช่วงแรกๆ ก็เป็นการแข่งขันกันของสองประเทศผู้นำด้านอวกาศ คือ สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ส่งดาวเทียมดวงแรกของสหรัฐ คือ เอ็กซ์พลอเรอร์ 1 (Explorer 1) ได้สำเร็จในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1958
ถึงแม้สหภาพโซเวียตจะส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้ก่อนสหรัฐอเมริกา และเริ่มต้นการพัฒนาระบบการนำทางโดยดาวเทียม ในเวลาใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา แต่ของสหรัฐอเมริกาเดินหน้าได้เร็วกว่า และก็ได้ใช้งานจริงก่อน สหภาพโซเวียต...
โดยสำหรับส่วนเรื่อง การพัฒนาเทคโนโลยีนำทางโดยดาวเทียม ซึ่งสำหรับสหรัฐอเมริกา คือ ระบบจีพีเอส ก็เป็นที่ “ทราบกัน” และ “ศึกษากัน” มากกว่าของสหภาพโซเวียต และบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในส่วนการพัฒนาจีพีเอสที่ “รู้จัก” หรือ “ได้รับการยกย่อง” ก็เป็นบุคคลมีบทบาทสำคัญกับการพัฒนาจีพีเอส มากกว่าระบบของสหภาพโซเวียตเดิม

พัฒนาการของระบบจีพีเอสเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1973 กับ “โครงการจีพีเอส” (GPS project) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ มี แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน เป็นหัวหน้าโครงการ
แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน เป็นวิศวกรด้านการบินและอวกาศ นักประดิษฐ์คิดค้นและนักบิน ได้รับปริญญาเอกทางด้านการบินและอวกาศ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี ค.ศ. 1966 รับราชการเป็นทหารอยู่กับกองทัพอากาศสหรัฐเป็นเวลา 21 ปี (ค.ศ. 1957-1978) โดยมียศตำแหน่งสุดท้ายเป็นพลอากาศเอก
จากประสบการณ์ในการขับเครื่องบิน ทั้งในฐานะครูผู้ฝึกสอนนักบินและเป็นนักบินออกสมรภูมิรบจริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน จึงเห็นความสำคัญของการนำร่องเครื่องบินที่แม่นยำ ซึ่งในที่สุดก็จึงนำเขามาสู่เรื่องของการใช้ดาวเทียมเป็นตัวสื่อหลักในระบบการนำร่อง คือ ระบบจีพีเอส เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1973
โจทย์ใหญ่โดยภาพรวมของ แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน คือ พัฒนาระบบที่จะใช้ความคิดเรื่องดาวเทียมสื่อสารของ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 ถึงการเกิดขึ้นจริงของดาวเทียมสปุตนิก 1 และ เอ็กซ์พลอเรอร์ 1 มาพัฒนาเกิดเป็นระบบอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะนำร่องการเดินทางหรือแสดงตำแหน่งทุกหนแห่งทั่วโลก และในอากาศ ได้อย่างแม่นยำ
ในที่สุด โจทย์ใหญ่ของ แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน ก็ได้คำตอบ จากผลงานร่วมคิดร่วมทำ โดยนักวิทยาศาสตร์หลายคน สำคัญเป็นพิเศษ ก็คือ ผลงานของ แกลดิส เวสต์ ที่เป็นเสมือนกับ “ชิ้นส่วนสุดท้าย” ทำให้ระบบจีพีเอส ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ...
และทำให้แกลดิส เวสต์ ได้รับการยกย่องเป็น “มารดาจีพีเอส” โดย แบรดฟอร์ด พาร์คินสัน ก็ได้รับการยกย่องเป็น “บิดาจีพีเอส”

ก่อนไปดูส่วนผลงานของ แกลดิส เวสต์ ซึ่งทำให้ระบบจีพีเอสทำงานได้จริง และเรื่องราวชีวิตและความเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดาของเธอ เราไปสำรวจอย่างเร็วๆ ระบบคล้ายจีพีเอสอื่นๆ ที่มีอยู่ถึงปัจจุบัน
ระบบคล้ายจีพีเอสอื่นๆ
นอกเหนือไปจากระบบกำหนดตำแหน่งจีพีเอสของสหรัฐอเมริกาแล้ว ถึงปัจจุบัน ก็มีระบบคล้ายจีพีเอสของประเทศอื่นๆ อีกหลายระบบ ด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคงของประเทศ และเพื่อลดการพึ่งพาระบบจีพีเอสของสหรัฐอเมริกา
ตัวอย่างเช่น
*ระบบ “โกลนาส” (GLONSS : Global Navigation System) ของรัสเซีย เริ่มต้นใกล้เคียงกับระบบจีพีเอสของสหรัฐ แต่พัฒนาถึงระดับใช้งานได้จริงช้ากว่า ดาวเทียมดวงแรกของระบบโกลนาสถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 1982 และดวงอื่นๆ รวม 24 ดวง ในปี ค.ศ. 1995 ระบบโกลนาสของรัสเซียก็คล้ายระบบจีพีเอสของสหรัฐอเมริกา คือ ใช้สำหรับงานของทางการรัสเซียเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ก็ให้เอกชนได้ใช้งานด้วย โดยภาพรวม ก็เป็นระบบการนำร่องโดยดาวเทียม ใช้กันมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสอง รองจากระบบจีพีเอส
*ระบบ “เป่ยโต่ว” (Bei Dou) ของประเทศจีน เริ่มจากดาวเทียมดวงแรกของระบบในปี ค.ศ. 2000 เปิดใช้งานครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกในปี ค.ศ. 2020
*ระบบ “กาลิเลโอ” (Galileo) ของสหภาพยุโรป มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก เริ่มกับดาวเทียมของระบบดวงแรกในปี ค.ศ. 2005 และส่งดาวเทียมครบเพื่อปฏิบัติภารกิจของระบบในปี ค.ศ. 2020 ประเทศที่มีบทบาทสำคัญของระบบกาลิเลโอ คือ เยอรมนี , อิตาลี , ฝรั่งเศส และสเปน
* “ระบบดาวเทียม-ควอซี-เซนิท” (Quasi-Zenith Satellite System) ของประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นกับดาวเทียมดวงแรกในปี ค.ศ. 2018 มีเป้าหมายเน้นการกำหนดตำแหน่งในประเทศญี่ปุ่น โดยอาศัยดาวเทียมที่ “เสมือนอยู่เหนือประเทศญี่ปุ่น” ตามชื่อ Quasi-Zenith (เสมือนอยู่เหนือ)
* “ระบบดาวเทียมภาคพื้นอินเดีย” ไออาร์เอ็นเอสเอส (Indian Regional Navigation Satellite System : IRNSS) ของประเทศอินเดีย เริ่มต้นเปิดใช้งานปี ค.ศ. 2018 ครอบคลุมพื้นที่ประเทศอินเดียและภาคพื้นโดยรอบ ใช้ดาวเทียมถึงล่าสุด 7 ดวง อยู่ที่ตำแหน่ง “ดาวเทียมค้างฟ้า” 3 ดวง อีก 4 ดวง อยู่ในตำแหน่งดาวเทียมค้างฟ้าแบบเอียง จึงไม่ต้องใช้ดาวเทียมจำนวนมากถึง 24 ดวง ดังเช่นระบบจีพีเอสของสหรัฐอเมริกา

แกลดิส เวสต์ : กว่าจะได้เป็นนักคณิตศาสตร์
แกลดิส เวสต์ “มารดาจีพีเอส” ผู้ทุ่มเทความคิดและความสามารถ สร้าง “ชิ้นส่วน” สำคัญ จนกระทั่งระบบจีพีเอสทำงานได้จริง อย่างสงบเสงี่ยม และเมื่อสปอตไลต์แห่งความสำเร็จฉายจับเธอในช่วงบั้นปลายชีวิต เธอก็ยัง “ติดดิน”
แกลดิส เวสต์ ชื่อเดิมคือ แกลดิส เม บราวน์ (Gladys Mae Brown) เกิดที่เมืองซัทเธอร์แลนด์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวชาวไร่แอฟริกันอเมริกัน
แกลดิส เป็นเด็กชอบเรียนหนังสือ แต่ก็ประสบกับอุปสรรคเช่นเดียวกับเด็กคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา ทั้งเรื่องโอกาสที่จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนชั้นดี และทุนทรัพย์ที่ครอบครัวจะส่งให้เธอเรียนหนังสือได้อย่างเต็มที่ แต่แกลดิสก็ตั้งใจจะเอาดีให้ได้ทางการศึกษา
จากการเริ่มต้นเรียนหนังสือในโรงเรียนชนบทที่ทั้งโรงเรียนมีห้องเดียว แกลดิส ก็ตั้งใจเรียนต่อในโรงเรียนชั้นมัธยมเฉพาะคนผิวสี จนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลายโดยได้คะแนนสูงสุด จึงได้ทุนเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย (Virginia State University) ซึ่งก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อนักศึกษาคนผิวดำเป็นหลัก
ที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย แกลดิส เลือกศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ ที่นักศึกษาหญิงส่วนใหญ่ไม่เลือก และแกลดิส ก็ศึกษาสำเร็จ ได้รับปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ทางด้านคณิตศาสตร์ในปี ค.ศ. 1952 และปริญญาโทวิทยาศาสตร์ทางด้านคณิตศาสตร์อีกในปี ค.ศ. 1955
ปี ค.ศ. 1956 แกลดิส เริ่มต้นทำงานกับกองทัพเรือสหรัฐที่ “ศูนย์ปฏิบัติการทดสอบกองทัพเรือ” (Naval Proving Ground) ในดาห์ลเกรน (Dahlgren) ซึ่งปัจจุบัน คือ "ศูนย์สงครามผิวน้ำกองทัพเรือ แผนกดาห์ลเกรน" (Naval Surface Warfare Center division Dahlgren) และเธอก็ทำงานอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 42 ปี จนกระทั่งเกษียณในปี ค.ศ. 1998...
และก็เป็นที่ศูนย์ปฏิบัติการทดสอบดาห์ลเกรนซึ่งแกลดิสได้พบและแต่งงานกับ ไอรา เวสต์ (Ira West)

แกลดิส เวสต์ กับทฤษฎีของไอน์สไตน์และ “แผนที่กระดาษ”
แกลดิส เวสต์ ทำงานอยู่กับกองทัพเรือสหรัฐที่ดาห์ลเกรนในตำแหน่งเป็นนักคณิตศาสตร์และเป็นคอมพิวเตอร์โปรแกรมเมอร์
ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของแกลดิส เวสต์ ฉายแววโดดเด่นตั้งแต่แรกๆ ที่เข้าทำงานที่ดาห์ลเกรน และเธอก็ชอบที่จะแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากและซับซ้อน
แต่การทำงานและการแสดงความสามารถทางคณิตศาสตร์ของแกลดิส เวสต์ “ไม่ราบรื่น” และก็ไม่ได้รับ “การสนับสนุน” อย่างทัดเทียมเท่ากับคนอื่นๆ (ที่เป็นคนผิวขาว) ซึ่งเธอก็ “รู้สึก” และ “ตระหนัก” ในสภาพที่เกิดขึ้น...
ทว่า แกลดิส เวสต์ ก็ไม่ย่อท้อ และทุ่มเทอย่างเต็มที่ จนกระทั่งสามารถสร้างผลงาน “เด่น” เป็นที่ยอมรับทั้งในเชิงวิชาการและด้านเทคโนโลยี
ผลงานเด่นที่สุดเชิงวิชาการของ แกลดิส เวสต์ คือ แสดงผลคณิตศาสตร์ให้เห็นอย่างชัดเจน ความเกี่ยวพันของวิถีโคจรของดาวพลูโตกับดาวเนปจูน ส่วนผลงานทางด้านเทคโนโลยี ก็คือ ผลงานทางคณิตศาสตร์ของเธอที่ทำให้ระบบ จีพีเอสทำงานได้จริง

อย่างน่าสนใจ ผลงานของแกลดิส เวสต์ ต่อระบบจีพีเอส หลายคนสงสัยว่า ทำไม แกลดิส เวสต์ จึงได้รับการยกย่องอย่างสูง เพราะอย่างเผินๆ โจทย์ที่แกลดิส เวสต์ แก้ และผู้พัฒนาระบบจีพีเอสคือ กองทัพอากาศสหรัฐนำไปใช้ ก็ไม่ใช่โจทย์แปลกใหม่ !
หลักการทำงานของระบบจีพีเอส อย่างเร็วๆ คือ เครื่องรับจีพีเอส ดังที่ติดอยู่ในโทรศัพท์มือถือ หรือกับรถยนต์ ต้องรับสัญญาณคลื่นวิทยุจากดาวเทียมของระบบจีพีเอสครั้งละ 3 หรือ 4 ดวง เพื่อที่จะทราบตำแหน่งของเครื่องรับจีพีเอส ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลสำคัญ คือ สภาพทางธรณีวิทยาหรือภูมิศาสตร์ที่ละเอียดทุกตำแหน่งบนโลก (เพราะโลกไม่เป็นทรงกลมสมบูรณ์) และผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ทั้งภาคพิเศษและภาคทั่วไป ต่อ “เวลา” ของสัญญาณคลื่นวิทยุจากดาวเทียม...
ซึ่งหลักการทำงานของระบบจีพีเอสนี้ก็เป็นที่ทราบกัน และผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพภาคพิเศษ (เวลาของวัตถุ เช่น ดาวเทียมเคลื่อนที่เร็วกว่า จะช้าลง) กับผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพภาคทั่วไป (เวลาที่ตำแหน่งความโน้มถ่วงสูง เช่น บนผิวโลกจะช้ากว่าเวลาที่ความโน้มถ่วงต่ำกว่า เช่น ในอวกาศ) ก็เป็นที่ทราบกัน และก็เป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาระบบจีพีเอสต้องการ...
แล้วผู้ที่สร้างข้อมูลละเอียดเหล่านี้ขึ้นมาอย่างให้ใช้งานได้จริงเป็นคนแรก ก็คือ แกลดิส เวสต์
หลังการทำงานอย่างสงบเสงี่ยมมายาวนาน ในที่สุด แกลดิส เวสต์ ก็ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง และรางวัลระดับโลก เช่น
*ได้รับการบันทึกชื่อใน “หอเกียรติยศผู้บุกเบิกอวกาศและขีปนาวุธกองทัพอากาศ” (Air Force Space and Missile Pioneers Hall of Fame) สหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 2018
*หนึ่งใน 100 ผู้หญิงแห่งปี 2018 ของบีบีซี (BBC 100 Women of 2018)
*รางวัลเหรียญเจ้าชายฟิลิป (Prince Philip Medal Award) ปี ค.ศ. 2021 จากราชบัณฑิตยสถานวิศวกรรมศาสตร์ สหราชอาณาจักร
*รางวัล “อิสรภาพแห่งการสำรวจทะเลและนวัตกรรม” (Freedom of the Sea Exploration and Innovation) ปี ค.ศ. 2023 จากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกองทัพเรือสหรัฐ

น่าสนใจว่า เกียรติคุณและรางวัลที่แกลดิส เวสต์ ได้รับ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 มา ซึ่งขณะนั้น แกลดิส เวสต์ มีอายุ 88 ปี และ แกลดิส เวสต์ ก็น้อมรับและขอบคุณเกียรติคุณและรางวัลต่างๆ ที่ได้รับ...
โดย “น้ำเสียง” มิใช่เพื่อเธอเท่านั้น แต่เพื่อคนอื่นๆ ดังเช่น ผู้หญิงผิวดำเช่นเธอ ที่ต้อง “ก้มหน้าก้มตา” ทำงาน อย่าง “สงบเสงี่ยม” ในสภาพและบรรยากาศของการติดอยู่ในกรอบแห่ง “เชื้อชาติ” และ “สีผิว”
ถึงแม้ผลงานของ แกลดิส เวสต์ โด่งดังที่สุด คือ ผลงานเกี่ยวกับจีพีเอส ที่ต้องอาศัยดาวเทียม แต่สำหรับตัวเธอเองก็ยังชอบสิ่งที่ “ติดดิน” อย่างที่สุด
คำกล่าวของ แกลดิส เวสต์ ที่ “ได้ยิน” กันไปทั่วโลก จากการสัมภาษณ์ในเว็บไซต์ของ AOPA (Aircraft Onners and Pilots Association : สมาคมเจ้าของอากาศยานและนักบิน : องค์กรไม่หวังผลกำไรในสหรัฐอเมริกามีสมาชิกทั่วโลก) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 สรุปส่วนสาระสำคัญเป็นพิเศษ คือ
*เธอชอบ “แผนที่กระดาษ” สำหรับการเดินทางส่วนตัว (มากกว่าการใช้จีพีเอส)
* “ถ้าฉันเห็นถนนและเห็นว่า มันจะเลี้ยวไปทางไหน ฉันก็มั่นใจได้มากกว่า”
โดยส่วนตัว ผู้เขียนก็ (คงเพราะความเป็นคนโบราณ) คิดคล้ายๆ กับ แกลดิส เวสต์
แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ ทุกวันนี้ ท่านใช้...หรือชอบใช้...จีพีเอส แค่ไหน ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









