จบไปแล้วกับงาน AI Impact Summit 2026 ที่จัดขึ้น ณ อาคารภารัต มณฑปัม กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. ที่ผ่านมา งานนี้เป็นการรวมผู้นำด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาอยู่บนเวทีเดียวกัน เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนา AI ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง Thai PBS Sci & Tech ได้รวบรวมสิ่งที่น่าสนใจในงานนี้มาฝาก
1. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! ที่ Global South เป็นเจ้าภาพซัมมิต AI ระดับโลก
งานนี้เป็นซัมมิต AI ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 4 ต่อจากที่เบลตชลีย์ พาร์ค สหราชอาณาจักร (2023) โซล (2024) และปารีส (2025) และเป็นครั้งแรกที่ประเทศในกลุ่ม "Global South" หรือ กลุ่มประเทศโลกใต้ (ประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง) ได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเวทีกำหนดนโยบาย AI โลก ไม่ได้อยู่แค่ในมือของประเทศร่ำรวยอย่างตะวันตกอีกต่อไป

2. ผู้นำโลกและซีอีโอ Big Tech ตบเท้ามาร่วมงานเพียบ!
งานซัมมิตนี้ได้รับการตอบรับจากนานาชาติอย่างล้นหลาม โดยมีผู้แทนเข้าร่วมมากกว่า 100 ประเทศ ทั้งฝั่งรัฐบาลและผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google, แบรด สมิธ ประธานบริษัท Microsoft, แซม อัลท์แมน ซีอีโอ OpenAI, ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอ Anthropic, นาตาราจัน จันทรเสการัน ประธานกรรมการ Tata Sons, อเล็กซานเดอร์ หวัง ผู้ร่วมก่อตั้ง Scale AI ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ของ Meta และอีกมากมาย
นอกจากนี้ พิธีเปิดยังได้เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นผู้ที่ขึ้นมากล่าวปราศรัยในงานนี้ด้วย รวมถึง อันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ
บางช่วงบางตอนการสปีชของประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอมมานูเอล มาครง ได้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการสร้างอนาคตดิจิทัลที่ครอบคลุมและเปิดกว้างมากขึ้น พร้อมชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้น ที่ประเทศต่าง ๆ อาจถูกลดทอนสถานะให้กลายเป็นเพียงผู้บริโภคของบริษัท AI ต่างชาติ
"ในยามที่ความตึงเครียดกำลังทวีความรุนแรงขึ้น เราต้องเร่งนำเครื่องมือดิจิทัลทั้งหมดมาใช้ในแนวทางที่ครอบคลุมทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอินเดีย และในขณะเดียวกันก็สร้างความเข้มแข็งให้กับทวีปแอฟริกาด้วย ไม่มีประเทศใดที่ควรถูกกำหนดให้เป็นเพียงตลาดที่บริษัทต่างชาตินำโมเดล AI มาขาย แล้วก็ดูดข้อมูลของประชาชนออกไป" เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวในการประชุม AI Impact Summit 2026 ประเทศอินเดีย (19 ก.พ.)

3. "อินเดีย" กับหมุดหมายการก้าวสู่มหาอำนาจด้านเทคโนโลยี
"อินเดีย" ในฐานะประเทศที่มีประชากร 1 ใน 6 ของโลก มีกลุ่มคนรุ่นใหม่มากที่สุด และเป็นแหล่งรวมบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเพียงพอที่จะทำให้อินเดียมีศักยภาพในการนำทิศทาง AI ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผลักดันโครงการด้านเซมิคอนดักเตอร์มูลค่ากว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศ พร้อมสนับสนุนให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เข้าไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าในประเทศอินเดีย โดยมีเป้าหมายในการก้าวขึ้นมาเป็น "มหาอำนาจด้านเทคโนโลยีของโลก" ให้ได้ ซึ่งงาน AI Impact Summit 2026 คือก้าวสำคัญในการวางรากฐานขีดความสามารถระยะยาวด้านเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดีย
ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้นกว่า 500,000 คน ซึ่งก่อนเริ่มงานหลักก็ได้มีการจัดกิจกรรมพรีซัมมิตแล้วถึง 550 งานใน 30 ประเทศ และมีกิจกรรมคู่ขนานอีกกว่า 500 กิจกรรมในช่วงการจัดงาน นับเป็นหนึ่งในเวทีการมีส่วนร่วมด้าน AI แบบหลายภาคส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทความเป็นผู้นำของอินเดียในเวทีปัญญาประดิษฐ์โลกที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"เราต้องมีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ และแบกรับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เท่าเทียมกัน นอกจากคนรุ่นปัจจุบันแล้ว เราต้องใส่ใจด้วยว่า AI ในรูปแบบใดที่เราจะส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อไป ดังนั้น คำถามที่แท้จริงในวันนี้ไม่ใช่ว่า AI จะทำอะไรได้ในอนาคต แต่คำถามคือ เราจะทำอะไรกับ AI ในวันนี้และตอนนี้ ?" นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวในการประชุม AI Impact Summit 2026 ประเทศอินเดีย (19 ก.พ.)

4. กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์มหาศาล
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ใช้งานและบุคลากร อย่างเช่น Microsoft ประกาศการลงทุนในประเทศที่กำลังพัฒนา ภายในปี 2030 โดยต่อยอดจาก 175,000 ล้านดอลลาร์ที่ได้ลงทุนไปแล้วในอินเดีย ส่วน Google ประกาศโครงการ AI for Government และ AI for Science พร้อมกับศูนย์เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศแห่งใหม่ที่ร่วมมือกับรัฐบาลอินเดีย ด้าน AMD ขยายความร่วมมือกับ TCS เพื่อติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ขณะที่ OpenAI ตกลงที่จะเป็นลูกค้ารายแรกของหน่วยศูนย์ข้อมูล TCS ภายใต้โครงการ Stargate ในขณะที่ Anthropic ระบุว่า เตรียมเปิดสำนักงานใหม่ในเบงกาลูรู และอินเดียได้กลายเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบริษัท
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดีย ระบุว่า หลังจากงานซัมมิตครั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีขั้นสูง มากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 ปีข้างหน้า พร้อมคำมั่นการลงทุนด้าน Deep Tech จากกองทุนร่วมลงทุนอีกประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของโลกที่มีต่อระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานของอินเดีย
5. Google ประกาศโครงการระดับโลก
ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google ประกาศโครงการ America-India Connect initiative ซึ่งเป็นการวางเส้นทางเคเบิลใต้ทะเลใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระหว่างสหรัฐฯ อินเดีย และกลุ่มประเทศโลกใต้ นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลอีกกว่า 100 ล้านคน เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน
"ไม่มีเทคโนโลยีใดทำให้ผมฝันได้ยิ่งใหญ่เท่า AI แล้ว มันคือการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ที่สุดในชั่วชีวิตของเรา เรากำลังอยู่บนจุดเริ่มต้นของความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและการค้นพบใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่สามารถข้ามผ่านข้อจำกัดเดิม ๆ ในอดีตไปได้ แต่ผลลัพธ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ การจะสร้าง AI ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนอย่างแท้จริงนั้น เราต้องเดินหน้าพัฒนาอย่างกล้าหาญควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ และร่วมมือกันฝ่าฟันช่วงเวลาสำคัญนี้ไปด้วยกัน" คำกล่าวสุนทรพจน์ของ ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google ในการประชุม AI Impact Summit 2026 (19 ก.พ.)

6. OpenAI เสนอมีหน่วยงานกำกับดูแล AI ระดับโลก
อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของ OpenAI โดยมีจำนวนผู้ใช้งาน ChatGPT สูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ และกว่า 1 ใน 3 เป็นนักเรียนนักศึกษา
แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวในการประชุมสุดยอด AI Summit 2026 ว่า AI จำเป็นต้องมีกฎระเบียบและมาตรการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกับเทคโนโลยีพลังงานอื่น ๆ การประสานงานระหว่างประเทศด้านกฎระเบียบ AI เป็นสิ่งจำเป็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้องค์กรดังกล่าวมีความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
"ในขณะที่สังคมกำลังถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ AI สังคมจำเป็นต้องใช้ AI ในแต่ละระดับอย่างต่อเนื่อง และต้องมีเวลาในการบูรณาการและทำความเข้าใจมัน ซึ่งการทำให้ AI เป็นประชาธิปไตย เป็นหนทางเดียวที่ยุติธรรมที่สุด" แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวในการประชุม AI Impact Summit 2026 ประเทศอินเดีย (19 ก.พ.)

7. รวมดรามา-ฉาวโฉ่ "AI Impact Summit 2026"
เรียกว่าเป็นข่าวใหญ่กันเลยทีเดียว เมื่อ "บิล เกตส์" ถอนตัวนาทีสุดท้าย ในการเข้าร่วมการ AI Impact Summit 2026 หลังถูกกำหนดให้เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์หลัก ท่ามกลางแรงกดดันจากสาธารณชนเรื่องความสัมพันธ์ในอดีตกับ "เจฟฟรีย์ เอปสตีน" อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับที่ต้องคดีล่วงละเมิดทางเพศ
ส่วนอีกเรื่องราวดรามาที่เกิดขึ้นบนเวที เมื่อ "แซม อัลท์แมน" ซีอีโอ OpenAI และ "ดาริโอ อโมเดอี" ซีอีโอ Anthropic ไม่ยอมจับมือกันในการถ่ายรูปหมู่ร่วมกับนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยทั้งคู่เลือกที่จะชูแขนขึ้นในลักษณะไขว้กันแทน และหลีกเลี่ยงที่จะสบตากัน ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโซเชียลฯ ก่อนที่อัลท์แมนจะชี้แจงภายหลังว่าตน "งงอยู่" และไม่แน่ใจว่าควรทำอะไร
แต่ย้อนไปก่อนหน้านี้ Anthropic เพิ่งปล่อยโฆษณา Super Bowl แซะ OpenAI โดยเนื้อหาประมาณว่า AI กำลังตอบคำถามแล้วจู่ ๆ ก็ไปตัดขายโฆษณากลางคัน ก่อนปิดท้ายด้วยว่า "โฆษณากำลังจะเข้ามาใน AI แต่จะไม่มีใน Claude" ถือเป็นเรื่องเจ็บแสบไม่น้อยสำหรับ OpenAI เมื่อ ChatGPT เพิ่งทดสอบการแสดงโฆษณาระหว่างใช้แชตบอตกับผู้ใช้งานฟรี

นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ถูกวิจารณ์หนักอีกไม่แพ้กัน เรื่องนี้เหตุเกิดจากทีมผู้เข้าร่วมงานของมหาวิทยาลัยกัลโกเทียส ในอินเดีย ได้นำหุ่นยนต์สุนัขมาจัดแสดงในบูธ โดยเคลมว่านี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่ทางสถาบันพัฒนาขึ้นมาเอง มีชื่อว่า “Orion” แต่แล้วก็ไม่รอดสายตาของคนในวงการเทคฯ เพราะพบว่าหุ่นยนต์นั้นคือ "Go2" หุ่นยนต์สุนัขของบริษัท Unitree ในประเทศจีน ซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วไปในราคาประมาณ 200,000 รูปี
แถลงการณ์ของมหาวิทยาลัย ระบุว่า การจัดซื้อหุ่นยนต์สุนัขจาก Unitree Robotics เพื่อให้นักศึกษาใช้ทดลองและต่อยอดองค์ความรู้จากเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมกับชี้ว่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อคัดลอกเทคโนโลยีแต่อย่างใด
ที่มา Fortuneindia, TheFederal, Google Blog, The Economic Times, Outlookindia
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









