3 มีนาคม 2569 ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันมาฆบูชา” หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของวันนี้ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก ปัจจุบันหลักธรรมนี้ ยังได้รับการเผยแผ่ และสามารถนำไปปรับใช้ในวิถีชีวิตของพุทธศาสนิกชน ชวนสร้างความรู้ความเข้าใจของหลักธรรมโอวาทปาฏิโมกข์ และวิธีการน้อมนำมาปรับใช้ในโลกแห่งการทำงานให้ราบรื่น
ย้อนเวลา ที่มา “วันมาฆบูชา”
วันมาฆบูชา คือ วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน นอกจากนี้ วันมาฆบูชายังเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ
- ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
- มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
- พระสงฆ์ที่มาประชุม ล้วนแต่เป็นพระอรหันต์
- พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า
“วันมาฆบูชา" คำว่า “มาฆะ” เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า “มาฆบุรณมี” หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ทั้งนี้การกำหนด “วันมาฆบูชา” ตามปฏิทินจันทรคติของไทย จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองครั้ง “วันมาฆบูชา” จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 และมักตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

ความสำคัญของ “วันมาฆบูชา”
ความสำคัญของ “วันมาฆบูชา” คือการระลึกถึงวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ โดยสรุปเป็นใจความสำคัญได้ว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์”

วันมาฆบูชา และหลักธรรม “โอวาทปาฏิโมกข์”
โอวาทปาติโมกข์ หมายถึง หลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต โดยหลักธรรมสำคัญประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และ วิธีการ 6
หลักการ 3 ได้แก่
1. การไม่ทำบาปทั้งปวง
2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม
3. การทำจิตใจให้ผ่องใส
อุดมการณ์ 4 ได้แก่
1. ความอดทน อดกลั้น คือ ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
2. ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการทำร้ายหรือเบียดเบียนผู้อื่น
3. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย วาจา ใจ
4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
วิธีการ 6 ได้แก่
1. ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร
2. ไม่ทำร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3. สำรวมในปาฏิโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคม
4. รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
5. อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี
“วันมาฆบูชา” และหัวใจ “โอวาทปาฏิโมกข์” นำมาปรับใช้ในการทำงาน
โอวาทปาฏิโมกข์ เนื่องในวันมาฆบูชา ถือเป็นหลักคำสอนเพื่อให้รักตัวเองและเพื่อนร่วมโลก พ้รอมกันนี้นำพามาซึ่งความสบสุข หากนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น
- การงดเว้นไม่ทำบาปทั้งปวง ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ อาทิ เว้นการฆ่าสัตว์, เว้นการลักทรัพย์, เว้นการประพฤติผิดในกาม, เว้นการพูดโกหก, เว้นการพูดส่อเสียด, เว้นการพูดคำหยาบ, เว้นการพูดเพ้อเจ้อ, เว้นการอยากได้สมบัติของผู้อื่น, เว้นการผูกพยาบาท และเว้นความเห็นผิดทำนองคลองธรรม
- การทำกุศล ทำความดี ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
- การทำจิตใจให้ผ่องใส เพื่อให้หลุดพ้นจากสิ่งที่ทำให้จิตใจขุ่นมัว ไม่ว่าจะเป็นความพยาบาท ความหดหู่ท้อแท้ ความฟุ้งซ่าน ความลังเลสงสัย โดยมีวิธีปฏิบัติ เช่น การนั่งสมาธิ การสวดมนต์ รวมไปถึงการเจริญสติ
วันมาฆบูชา คาถาโอวาทปาฏิโมกข์
(หันทะ มะยัง โอวาทะปาฏิโมกขะคาถาโย ภะณามะ เส)
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง (การไม่ทำบาปทั้งปวง)
กุสะลัสสูปะสัมปะทา (การทำกุศลให้ถึงพร้อม)
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง (การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ)
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง (ธรรม 3 อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)
ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา (ขันตี คือความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง)
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา (ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง)
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี (ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย)
สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต (ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย)
อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต (การไม่พูดร้าย, การไม่ทำร้าย)
ปาติโมกเข จะ สังวะโร (การสำรวมในปาฏิโมกข์)
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง (ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค)
ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง (การนอนการนั่งในที่อันสงัด)
อะธิจิตเต จะ อาโยโค (ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง)
เอตัง พุทธานะสาสะนัง (ธรรม 6 อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)

วันมาฆบูชา 2569 ถือเป็นวันสำคัญทางศาสนา และเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน เหนืออื่นใด คือการน้อมนำหลักคำสอน “โอวาทปาฏิโมกข์” เพื่อนำไปใชให้ชีวิตดำเนินด้วยความสงบสุข ราบรื่น และเต็มไปด้วยพลังแห่งความดี
อ่านเรื่องราว วันมาฆบูชา และ โอวาทปาฏิโมกข์ ที่น่าสนใจ









