โดยอุณหภูมิที่สูงทำสถิติของยุโรปสะท้อนอะไร Thai PBS Sci & Tech และรายการจับตาสถานการณ์ ไทยพีบีเอส ขอพาไปหาคำตอบ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ความร้อนในยุโรปมาจากปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) โดยตรง ซึ่งน่ากังวลว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นตามมา ตามรายงานของหน่วยงานติดตามสภาพอากาศของสหภาพยุโรปยืนยันแล้วว่า ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนหลาย ๆ ระลอก นั่นคือช่วงเวลาที่ทวีปนี้ทุบสถิติความร้อนสูงสุดครั้งใหม่ โดยร้อนกว่าค่าเฉลี่ยทศวรรษที่ผ่าน ๆ มา ถึง 2.5 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้รู้สึกร้อน แต่หนีไม่พ้นผลกระทบด้านสุขภาพ การคมนาคม ไปจนถึงระบบพลังงาน แม้แต่ระบบนิเวศที่เสียหายจากทั้งไฟป่าและภัยแล้ง

ทั้งนี้ มีตัวหนังสือ H E L P ขอความช่วยเหลือ ปรากฏขึ้นบนพื้นทะเลสาบอันแห้งขอดในสวิตเซอร์แลนด์ ริมพรมแดนที่ติดกับฝรั่งเศส พร้อมตัวหนังสือส่งสัญญาณฉุกเฉิน SOS อันเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความกังวลของคนท้องถิ่นและผู้ประกอบการ หลังจากระดับน้ำในทะเลสาบต่ำกว่าปกติถึง 14.43 เมตร เรือท่องเที่ยวไม่สามารถวิ่งให้บริการได้มาหลายเดือนแล้ว
ภัยแล้งปีนี้เกิดขึ้นหลังฝนตกน้อยกว่าปกติร่วม 4 เดือนและรุนแรงยิ่งกว่าช่วงแล้งจัดที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2018 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะเคยเชื่อกันว่าปรากฏการณ์แล้งจัดระดับนั้นเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ครั้งเดียวในรอบร้อยปีก็ตาม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนที่เกิดซ้ำซาก อันเป็นผลพวงจากโลกร้อนอีกต่อหนึ่ง
รายงานสรุปภาพรวมฤดูร้อนของยุโรปประจำปีนี้ที่จัดทำโดยโครงการ Copernicus Climate Change Service พบว่า ปีนี้ร้อนเป็นพิเศษ โดยพื้นที่ถึง 52% ได้รับผลกระทบจากภาวะเครียดจากความร้อนระดับรุนแรงตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา

แผนที่ตรงนี้แบ่งสีแสดงถึงจุดที่อุณหภูมิร้อนทุบสถิติใหม่ในช่วง 3 เดือน สีเหลืองแทนเดือนมิถุนายน สีส้มแทนเดือนกรกฎาคม และสีม่วงแทนเดือนสิงหาคม ส่วนบริเวณที่มีขีดแรเงาคือจุดที่ร้อนทุบสถิติมากกว่า 1 เดือน ซึ่งข้อมูลความร้อนนี้เปรียบเทียบตั้งแต่ปี 1950 จนถึงปี 2026
เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนซ้ำ ๆ จนร้อนกว่าค่าเฉลี่ย 1.17 องศาเซลเซียส ครองสถิติร้อนมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากปี 2022 และ 2024
การได้เห็นคลื่นความร้อนเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม สร้างความประหลาดใจแก่บรรดานักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก แถมยังร้อนต่อเนื่องนานร่วม 5 เดือน
ปีนี้พื้นที่ในยุโรปตะวันตกอย่างน้อย 60% เผชิญอุณหภูมิร้อนทะลุ 30 องศาเซลเซียสมากถึง 17 วัน เทียบกับปี 2025 ซึ่งพบเพียง 7 วัน และปี 2003 ที่ขึ้นชื่อว่าอากาศร้อนจัด ๆ ยังพบเพียง 11 วัน

อากาศร้อนจัดระดับนี้ นำมาซึ่งจำนวนวันที่ทุบสถิติอากาศร้อนรุนแรงทั่วยุโรปตะวันตกมากถึง 13 วัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสถิติใหม่ที่เกิดขึ้น โดยส่วนมากพบในฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี โดยนอกจากจะกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร การผลิตไฟฟ้า ยังคร่าชีวิตคนทั้งภูมิภาคไปอีกเป็นจำนวนไม่น้อย
ทั้งนี้ ภาวะร้อนจัดที่ทำให้แผ่นดินยุโรปร้อนทุบสถิติไปถึง 37% ในขณะที่อุณหภูมิผิวทะเลก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ทะเลรอบยุโรปกว่า 56% ร้อนกว่าค่าเฉลี่ยจนทำสถิติใหม่ หลัก ๆ จะพบทางยุโรปตะวันตก ตามแผนที่บริเวณที่ทะเลเป็นสีแดงเข้ม คือจุดที่พบความร้อนผิวทะเลมากที่สุด
ทางตะวันตกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน วัดอุณหภูมิผิวทะเลได้สูงถึง 29.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมและทะเลแถบนั้นส่วนใหญ่ร้อนเกิน 30 องศาเซลเซียสตลอดเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายนด้วย ทะเลที่ร้อนขึ้นทำให้น้ำระเหยมากขึ้น อากาศชื้นขึ้น และแถบชายฝั่งยิ่งสัมผัสได้ถึงความร้อนที่หนักหน่วงมากกว่าเดิม

รายงานที่เปิดเผยถึงสถิติความร้อนใหม่เผยแพร่ออกมา ในขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทำให้อากาศแปรปรวนอย่างหนักในหลายพื้นที่ทั่วโลก ไล่ตั้งแต่อเมริกาใต้ไปจนถึงออสเตรเลีย ลามมาจนถึงแถบบ้านเรา
ขณะที่ในยุโรป ผลของเอลนีโญมารูปแบบของราคาอาหารที่แพงขึ้นหรือปัญหาเงินเฟ้อ ไม่ใช่เรื่องสภาพอากาศโดยตรง เพราะอากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นปีนี้ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นผลจากการปล่อยมลพิษจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไปบดบังชั้นบรรยากาศโลกจนสะสมความร้อนในระดับนี้

สิ่งที่เกิดขึ้น เท่ากับยุโรปก้าวเข้าไปยังขอบเขตใหม่ของปัญหาสภาพภูมิอากาศ อย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เมื่อสถิติใหม่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ในระดับท้องถิ่น แต่ไปไกลระดับภาคพื้นทวีป ทางแก้หนีไม่พ้นการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและปรับเปลี่ยนสู่การเป็นเมืองสีเขียว ซึ่งต้องอาศัยการผลักดันจากภาครัฐ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะทำได้เป็นรูปธรรมเมื่อใดท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ที่โลกต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้
คอนเทนต์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
📌อ่าน : อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?
📌อ่าน : เปิดเหตุผล “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วัน
📌อ่าน : “ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69
📌อ่าน : มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก! ทำไม? ช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักและตกแช่
📌อ่าน : “พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า
📌อ่าน : ชวนรู้จัก “พยากรณ์อากาศ” คืออะไร ? ทำไมรู้ว่าวันนี้ฝนตก
📌อ่าน : ทำไม? การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบแบบเป๊ะ ๆ จึงเป็นเรื่องยาก
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: รายการจับตาสถานการณ์ ไทยพีบีเอส
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




