ป้องกันอย่างไร? ให้บัญชีปลอดภัยจากการโดน Hack


Media Literacy

กนกพร ประสิทธิ์ผล

Thai PBS
แชร์

ป้องกันอย่างไร? ให้บัญชีปลอดภัยจากการโดน Hack

https://www.thaipbs.or.th/now/content/8

ป้องกันอย่างไร? ให้บัญชีปลอดภัยจากการโดน Hack

หลาย ๆ คนคงได้เห็นข่าวการถูกแฮก YouTube Channel ของช่องดัง ๆ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ทั้ง บี้ เดอะสกา Bie The Ska มีคนตามกว่า 12 ล้านคน เมื่อช่วงตี 3 วันที่ 8 พ.ค. 64 และช่อง YouTube ของอมรินทร์ทีวี ที่มีผู้ติดตาม 12 ล้านคน ก็ถูกแฮคเมื่อ 4 มิ.ย. 64 ด้วยการเปลี่ยนชื่อช่องและข้อความคลิปทุกคลิป

ภาพ YouTube AMARIN TV ที่ถูก Hack

ภาพ YouTube AMARIN TV ที่ถูก Hack

และล่าสุด Thairath Online อีกหนึ่งช่องสื่อที่มีผู้ติดตามกว่า 11 ล้านคน ก็เพิ่งถูกแฮกเมื่อช่วงเกือบตี 3 ของวันที่ 9 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ผลที่เห็นบนหน้าช่องคือ หัวข้อ, เนื้อหา ถูกเปลี่ยนภาษาไป

YouTube : Thairath Online

YouTube : Thairath Online

YouTube : Thairath Online

YouTube : Thairath Online

สาเหตุ อาจมาได้จากปัญหาหลายทาง อาทิ

  1. ช่องยูทูปมี admin มากเกินความจำเป็น
  2. admin โดนแฮกชื่อบัญชีส่วนตัวโดยไม่ตั้ง Two-factor authentication
  3. มีการคลิกลิงก์จากอีเมลปลอม

ซึ่งความเสียหายนอกจากเรื่องแบรนด์ที่จะถูกปลอมแปลง เปลี่ยนข้อมูล อัปโหลดคลิปไม่ได้แล้ว อาจกระทบเรื่องของการสร้างรายได้ของช่องที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ (สำหรับช่องที่มีการทำรายได้)

คำแนะนำในการป้องกัน

1. Strong Password ควรตั้งรหัสผ่าน ที่คาดเดาได้ยาก มีตัวอักษรอย่างน้อย 8 ตัว และประกอบด้วยอักษรตัวใหญ่ และตัวเล็ก ตลอดจนตัวเลข และสัญลักษณ์ ถ้าสามารถผสมกันได้ก็จะทำให้การ Hack ยากขึ้น และไม่ควรตั้งรหัสผ่านเหมือนกันในบัญชี Account อื่น ๆ
[ ไปยังหน้าตั้งรหัสผ่าน https://thaip.bs/YL4ooht ]

2. Secondary email ควรใส่อีเมลสำรองในบัญชี YouTube เพื่อเป็นช่องทางสำรองสำหรับการกู้ช่องในอนาคต
[ ไปยังหน้าตั้งอีเมลสำรอง https://thaip.bs/qaQo2He ]

3. Email ที่เป็นแอดมินหลักของช่อง และอีเมลของแอดมินร่วม ต้องเปิดการใช้งาน 2-Step Verification คือการยันยืนตัวตน 2 ขั้นตอนในการ Log in บัญชี YouTube เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของช่อง YouTube
[ ไปยังการตั้งค่ายืนยันตัวตน 2 ขั้น https://thaip.bs/UIgOo6H ] โดยวิธีการคือ

• Login เข้าบัญชี Gmail ของเรา แล้วกดที่ภาพหน้าบัญชีของคุณ แล้วเลือก Manage your Google Account

Login เข้าบัญชี Gmail ของเรา แล้วกดที่ภาพหน้าบัญชีของคุณ แล้วเลือก Manage your Google Account

Login เข้าบัญชี Gmail ของเรา แล้วกดที่ภาพหน้าบัญชีของคุณ แล้วเลือก Manage your Google Account

• แล้วเลือกที่เมนู Security หรือความปลอดภัย เลือกเปิดใช้งาน 2-Step Verification

เลือกที่เมนู Security หรือความปลอดภัย เลือกเปิดใช้งาน 2-Step Verification

เลือกที่เมนู Security หรือความปลอดภัย เลือกเปิดใช้งาน 2-Step Verification


• ระบุวิธีการที่ต้องยืนยันตัวตนขั้นที่ 2 เช่น ถ้าใช้มือถือ ก็จะให้ระบุเบอร์โทรศัพท์ แล้วเลือกว่าจะให้ส่งมาเป็น SMS หรือเป็นโทร

การยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอนแบบนี้ มีแทบจะทุกบริการทั้ง Facebook, Twitter, Instagram ฯลฯ ซึ่งแนะนำให้ทำแบบนี้กับทุก ๆ ช่องทาง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับชื่อบัญชีของคุณ

4. Manage Devices ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เคยผูกการเข้าใช้ชื่อบัญชี ถ้าไม่ใช่เครื่องที่เราอนุญาตสามารถกดถอนการใช้งานได้ มีวิธีการดังนี้

• Login เข้าบัญชี Gmail ของเรา แล้วกดที่ภาพหน้าบัญชีของคุณ แล้วเลือก Manage your Google Account

• เลือกเมนูความปลอดภัย หรือ Security  ในกรอบของ Your devices เลือกคำสั่ง จัดการอุปกรณ์ หรือ Manage devices

เลือกเมนูความปลอดภัย หรือ Security  ในกรอบของ Your devices เลือกคำสั่ง จัดการอุปกรณ์ หรือ Manage devices

เลือกเมนูความปลอดภัย หรือ Security ในกรอบของ Your devices เลือกคำสั่ง จัดการอุปกรณ์ หรือ Manage devices

• เลือกเมนูความปลอดภัย หรือ Security ในกรอบของ Your devices เลือกคำสั่ง จัดการอุปกรณ์ หรือ Manage devices สามารถกดถอนการใช้งานอุปกรณ์หรือเครื่องที่ไม่เกี่ยวข้องออกได้ เพื่อ จำกัดการใช้งานให้อยู่ในเครื่องที่เราอนุญาต (หรือเราอาจเคย login บางเครื่องค้างไว้) โดยกดที่ปุ่ม 3 จุดมุมบนขวา แล้วเลือก Don’t recognise this device หรือ ออกจากระบบ

password-7.jpg

password-7.jpg

5. Security Checkup เป็นการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน ที่มีการบันทึกไว้ในบัญชี Google ช่วยตรวจสอบว่ารหัสผ่านของคุณถูกบุกรุกหรือไม่ และรัดกุมเพียงใด โดยเมื่อ login gmail แล้วให้เข้าไปเช็กได้ที่ลิงก์นี้ https://thaip.bs/d6IrLN2

ตัวอย่างหน้าจอแสดงผลการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน

ตัวอย่างหน้าจอแสดงผลการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน

ตัวอย่างหน้าจอแสดงผลการตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่าน

จะแสดงข้อมูลการตรวจสอบความเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยของบัญชีของคุณทั้งในด้าน การบันทึกรหัสผ่านไว้ที่ใดบ้าง, มีการ Login ชื่อบัญชีนี้ที่อุปกรณ์ใดไว้บ้าง, เคยมีการ Login และ กู้คืนรหัสผ่านที่ใดไว้บ้าง เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเตือนให้คุณทราบว่า ชื่อบัญชีตัวเองผ่านการถูกนำไปใช้เมื่อไหร่ ที่ใด ในช่องทางใดบ้าง ซึ่งคุณสามารถเลือกจัดการกับข้อมูลที่แสดงไว้ได้ เช่น ลบหรือ Logout ออก

Your Devices

Your Devices

6. ให้ระมัดระวังการกดอีเมลแปลก ๆ หรืออีเมลที่มีการอ้างชื่อจาก Google, YouTube และ Online Platform และไม่ควรกดลิงก์ใด ๆ ที่แนบมาพร้อมกับอีเมลดังกล่าว

7. เมื่อพบปัญหาผิดปกติของช่องหรือชื่อบัญชี สามารถติดต่อผ่าน 4 ช่องทางหลัก ตลอด 24 ชม. ดังนี้ 

  • สายด่วน 1212
  • อีเมล 1212@mdes.go.th
  • เว็บไซต์ www.1212occ.com
  • เพจเฟซบุ๊ก ข้อมูลข่าวสาร 1212 OCC 
     
กนกพร ประสิทธิ์ผล

ผู้เขียน: กนกพร ประสิทธิ์ผล

ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล / เว็บมาสเตอร์ไทยพีบีเอส

บทความ NOW แนะนำ