ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
“ดัชนีความร้อน” พุ่ง ! ส่งผลอย่างไร ?
เทคโนโลยี

“ดัชนีความร้อน” พุ่ง ! ส่งผลอย่างไร ?

จิราภพ ทวีสูงส่ง07 มี.ค. 673 นาที07 มี.ค. 67

ช่วงนี้ “สภาพอากาศ” บ้านเรา “ร้อนระอุ” อุณหภูมิแตะกว่า 40 องศาเซลเซียสในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นผลจากค่า “ดัชนีความร้อน” ที่พุ่งสูงขึ้น ค่าความชื้นในดินที่ต่ำลง สภาวะอากาศที่แปรปรวนและปิด “สภาวะโลกร้อน” ที่คืบคลานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดตัวอักษร

ช่วงนี้ “สภาพอากาศ” บ้านเรา “ร้อนระอุ” อุณหภูมิแตะกว่า 40 องศาเซลเซียสในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นผลจากค่า “ดัชนีความร้อน” ที่พุ่งสูงขึ้น ค่าความชื้นในดินที่ต่ำลง สภาวะอากาศที่แปรปรวนและปิด “สภาวะโลกร้อน” ที่คืบคลานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าเราจะต้องเฝ้าระวังในหลากหลายด้านเพราะสิ่งที่จะตามมาล้วนแต่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ทั้งด้านสุขภาพอนามัย ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ด้านสิ่งแวดล้อม

ค่าดัชนีความร้อนที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเกิดจุดความร้อนขึ้นสูงมากจนบางประเทศขึ้นแตะนิวไฮในช่วงที่มีการเก็บข้อมูลจุดความร้อนของแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 67 ที่ผ่านมา เกิดจุดความร้อนภายในประเทศสูงสุดถึง 3,013 จุด

นับตั้งแต่ที่มีการเก็บข้อมูลในช่วงฤดูกาลไฟป่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 66 จนถึงปัจจุบัน หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเองอย่างเมียนมาก็พุ่งสูงเช่นกันถึง 6,332 จุด นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่นี้ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพอากาศโดยรอบอีกด้วย ซึ่งก็คือในเรื่องของ PM 2.5 ทำให้หลายพื้นที่มีค่าคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจในระดับสีแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างยิ่ง

ด้านสุขภาพอนามัย PM 2.5

ที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจโดยตรง ค่าดัชนีความร้อนที่สูงขึ้นจะก่อให้เกิดการสูญเสียน้ำในร่างกายมากขึ้น เป็นตะคริว เพลียแดด หรืออาจจะมีความรุนแรงถึงขึ้น “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) จนอาจเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะคนทำงานในกลุ่มเสี่ยง เช่น เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อากาศที่ร้อนบวกกับควันไฟอาจจะทำให้เป็นลมหมดสติได้ หรือแม้แต่กลุ่มคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้ง ตลอดเวลา จำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมากขึ้นเช่นกัน

ด้วยความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ทีมนักภูมิสารสนเทศของ GISTDA จึงได้นำข้อมูลจากดาวเทียมมาใช้ในการติดสถานการณ์รายวัน อาทิ ดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ระบบเวียร์ ดาวเทียมไทยโชต ดาวเทียมฮิมาวาริ ดาวเทียม Sentinel-2 เป็นต้น รวมถึงระบบเซนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อให้การบริหารจัดการเชิงพื้นที่เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว

รวมทั้ง เพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง กลุ่มอาสาสมัคร ภาคประชาชน เป็นต้น ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ Web Service และ แอปพลิเคชัน ได้อย่างแม่นยำ อนาคตจะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลและการติดตามสถานการณ์มากยิ่งยิ่งขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจในการแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นและทันท่วงที


🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บูรณาการเตือนภัย! 4 Big Tech ภาครัฐ ผนึก “ดวงตาจากอวกาศ” สู้วิกฤตโลกรวนเทคโนโลยี

บูรณาการเตือนภัย! 4 Big Tech ภาครัฐ ผนึก “ดวงตาจากอวกาศ” สู้วิกฤตโลกรวน

ท่ามกลางวิกฤตความแปรปรวนทางสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรง บทเรียนจากภัยธรรมชาติหลายครั้งที่ผ่านมาสะท้อนว่า "ข้อมูลที่กระจัดกระจายและความล่าช้าในการแจ้งเตือน" คืออุปสรรคสำคัญที่สุดในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

15 ก.ย. 69|4 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ตัวเล็กแต่เรียนรู้ไว! หุ่นยนต์ AI สองขา ฝึกเดิน-หยิบของได้เองเทคโนโลยี

ตัวเล็กแต่เรียนรู้ไว! หุ่นยนต์ AI สองขา ฝึกเดิน-หยิบของได้เอง

หุ่นยนต์ AI รูปร่างคล้ายเป็ดจิ๋ว สามารถเรียนรู้การเดิน หยิบของ และลุกขึ้นเองเมื่อล้ม โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนการทดลอง และเปิดโอกาสให้นักพัฒนา และผู้สนใจเรียนรู้การสร้าง Physical AI ได้ง่ายขึ้น

15 ก.ย. 69|4 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยังเทคโนโลยี

Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยัง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Wi-Fi 7 ในอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะในสมาร์ตโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป หรือเราเตอร์กันบ้าง และรู้สึกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำสมัยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

14 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →