ไทยพีบีเอส รายการพิเศษ “สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ” เปิดพื้นที่สะท้อนปัญหาเรืัอรังของคนกรุง หาทางแก้ไขปัญหาภัยไซเบอร์และทุนเทา 5 พรรคการเมืองร่วมแสดงมุมมอง เสนอนโยบายหาทางออก ก่อนการเลือกตั้ง 69
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในรายการพิเศษ สถานีประชาชน : รีเซ็ตคนกรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่สะท้อนปัญหา และหาทางออก รับฟังแนวคิดและนโยบายในการแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ แบบตรงจุดและตรงประเด็น ทุกวันพุธตลอดเดือน ม.ค. 69 ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 ได้จัดเวทีครั้งที่ 2 ภายใต้ชื่อตอน “แก้ไม่จบ ? ภัยไซเบอร์ – ทุนเทา” ดำเนินรายการโดย ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ และ อุษา เอี่ยมสุวรรณ โดยมีผู้แทนจาก 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรครักชาติ


สหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้สมัครเขต 6 พญาไท – ดินแดง พรรคเพื่อไทย เบอร์ 4 เสนอนโยบายผลักดันกฎหมายกำกับดูแลเทคโนโลยีให้ทันสมัย ควบคู่การส่งเสริมทักษะความรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) โดยระบุว่า หากประชาชนในพื้นที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงออนไลน์ จำเป็นต้องยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านการจัดตั้ง “ศูนย์อาเซียนไซเบอร์ไครม์” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ พร้อมตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์


ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร เขต 33 บางพลัด – บางกอกน้อย กทม. (ยกเว้นแขวงศิริราช) พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 2 นำเสนอนโยบายสร้างทุนมนุษย์ผ่านการศึกษา เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลถึงปริญญาตรี พร้อมหลักสูตรความรู้ด้านไซเบอร์ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ พร้อมระบุว่า การหลอกลวงมักเกิดจาก 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ คน ช่องทาง บัญชีม้า และผู้หลอกลวง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการตัดวงจรอย่างน้อยหนึ่งส่วน เพื่อจำกัดและลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ


ปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เบอร์ 46 ผลักดันความร่วมมือการแชร์ข้อมูลเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งในและต่างประเทศ โดยระบุว่า หากประชาชนในพื้นที่ตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ การรับมือที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด คือการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้เท่าทันกระบวนการหลอกลวงที่มีการพัฒนาและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในอนาคต


ด้าน พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผู้สมัคร เขต 18 มีนบุรี – หนองจอก – ลาดกระบัง พรรคกล้าธรรม เบอร์ 13 เสนอแนวทางขยายขอบเขตการปราบปรามจากที่ดำเนินการอยู่เดิม ควบคู่การพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางในการไล่ล่าขบวนการหลอกลวงออนไลน์ โดยระบุว่า หากประชาชนในพื้นที่ตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ แนวทางป้องกันที่สำคัญคือการเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที พร้อมประกาศเปิดตัวแอปพลิเคชันป้องกันสแกมเมอร์ที่พัฒนาโดยภาคเอกชน เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของประชาชนจากการเป็นเพียงฝ่ายตั้งรับ สู่การเป็นผู้ไล่ล่าเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายก พรรครักชาติ เบอร์ 35 ระบุว่า การทำงานไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการชวนประชาชนร่วมแก้ปัญหา ทั้งอาชญากรรมออนไลน์และบ่อนการพนัน โดยเสนอระบบอาสาสมัครช่วยชี้เบาะแส ป้องกันก่อนแก้ จับจริง ปรับจริง และปลูกฝังความรู้ที่ถูกต้องแก่เยาวชน นอกจากนี้ ยังเสนอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือและหาทางออกในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


ทั้งนี้ สามารถติดตามรายการพิเศษ “สถานีประชาชน รีเซ็ตชีวิตคนกรุงเทพฯ” ได้ทุกวันพุธตลอดเดือน ม.ค. 69 โดยวันที่ 21 ม.ค. 69 พบกับตอน “เศรษฐกิจ ปากท้อง กระตุ้นชีวิต กทม.” และวันที่ 28 ม.ค. ตอน “ประชันนโยบายดาวเด่น ผู้สมัคร ส.ส. กทม.” ออกอากาศเวลา 14.05-15.30 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยพีบีเอส พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งคำถามผ่าน LINE ID : @RongTookThaiPBS และติดตามข้อมูลข่าวเลือกตั้ง 69 อย่างรอบด้านได้ที่ www.thaipbs.or.th/Election69