“ฟังเสียงประชาชน : สร้างบ้านแปงเมือง” เวทีสะท้อนปัญหาเรื้อรังของคนเหนือ “ฟังเสียงประชาชน : สร้างบ้านแปงเมือง” เวทีสะท้อนปัญหาเรื้อรังของคนเหนือ
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ฟังเสียงประชาชน : สร้างบ้านแปงเมือง” เวทีสะท้อนปัญหาเรื้อรังของคนเหนือ

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส เปิดพื้นที่สะท้อนปัญหาคนพื้นที่ภาคเหนือ กับ เวที “ฟังเสียงประชาชน : สร้างบ้านแปงเมือง” สะท้อนความจริง ที่คนเหนือยังต้องทนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ ทั้งฝุ่นพิษ PM 2.5 น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำเสียปนเปื้อนสารเคมี รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและโครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ส่วนกลาง

วันที่ 17 ม.ค. 69 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อสาธารณะท้องถิ่น เครือข่ายสื่อพลเมืองและนักข่าวพลเมือง จัดเวที “ฟังเสียงประชาชน : สร้างบ้านแปงเมือง” ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต เปิดพื้นที่ให้ประชาชนในภาคเหนือได้สะท้อนปัญหา และความต้องการที่แท้จริง ต่ออนาคตบ้านเมือง ผ่าน Monologue Talk ของคนพื้นที่ และข้อมูลจริงที่ทีมงาน Locals Voice Thai PBS ที่พารถสตูดิโอเคลื่อนที่ ไปฟังเสียงจริงจากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ภารกิจ ในช่วงการเลือกตั้ง 2569 ของไทยพีบีเอส ภายใต้แคมเปญ เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย

จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในภาคเหนือ 417 คนของทีม Locals Voice Thai PBS พบว่า 5 นโยบายหลักที่คนเหนือให้ความสำคัญสูงสุด คือเรื่องรายได้ และสวัสดิการทั่วถึง แสดงให้เห็นว่า คนเหนือยังต้องเจอกับปัญหาวนลูปทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฝุ่นพิษ น้ำท่วมที่ไม่เคยรับมือได้เลยสักครั้ง หรือแม้แต่การกระจายอำนาจที่ไม่มีอยู่จริงเช่นกัน ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ให้เกิดคำถามว่า “เรากำลังพัฒนา หรือแค่หลอกตัวเองว่า ความเจริญกำลังจะมาถึง”

ผศ.ณัฐกร วิทิตานนท์ จากคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดประเด็นแรกด้วยคำถามสำคัญ “แค่กำอู้… ไว้ใจ๋ได้กา” สะท้อนความรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อข้อเสนอฝ่าทางวิกฤตท้องถิ่น โดยชี้ให้เห็นว่า คนเหนือ ยังต้องเผชิญความเสี่ยงในหลายด้าน ทั้งด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างน้ำท่วม และน้ำแล้ง ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 เป็นวิกฤตสุขภาพสำคัญของคนเหนือ ด้านสังคมสูงวัยและสาธารณสุข ที่มีผู้สูงวัยที่สามารถพึ่งตนเองได้เพียง 5 % เท่านั้น และการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของผู้สูงวัยที่ยังเข้าถึงได้ยากอยู่ รวมถึงด้านความปลอดภัย และชายแดนยาเสพติด มลพิษข้ามแดน

ผศ.ณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยข้อเสนอแนะที่ ผศ.ณัฐกร ได้เสนอ คือ “ตัดเสื้อให้พอดีตัว และสร้างความไว้ใจ” ซึ่งหมายถึง การบริหารและกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาได้ด้วยตนเอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และชี้ให้เห็นว่า กุญแจสำคัญของการชนะใจคนเหนือ ต้องเริ่มที่ความสุจริต จริงใจ และรับฟังชาวบ้าน เพื่อการบริหารจัดการที่ลดผลกระทบได้จริง

ธีรเดช นรัตถรักษา ผู้ก่อตั้งโรงฝึกพลเมืองพิษณุโลก กล่าวถึงประเด็น “เหนือวิกฤติยังมีรัฐรวมศูนย์” ว่า การจะชนะใจคนเหนือคือต้องกระจายอำนาจ จะเป็นตัวแปรที่เชื่อมโยงกับทุกวิกฤติในตอนนี้ เชื่อว่าคนในท้องถิ่นรู้ดีที่สุดว่าชีวิตเขาควรเป็นอย่างไร

ธีรเดช นรัตถรักษา
ธีรเดช นรัตถรักษา ผู้ก่อตั้งโรงฝึกพลเมืองพิษณุโลก

ด้าน อาจารย์สืบสกุล กิจนุกร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำเสนอภาพ วิกฤตสิ่งแวดล้อมซ้ำซ้อน ที่กลายเป็นชีวิตประจำวันของคนเหนือ ในหัวข้อ ‘คุณภาพชีวิต’ ฮ้ายซ้ำฮ้ายซ้อน กับปัญหาเรื้อรัง ที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่กลับมาในทุกฤดู การจัดการไฟป่าที่ไม่ยั่งยืน การใช้น้ำที่ไม่สมดุล ไปจนถึงแม่น้ำที่เต็มไปด้วยสารพิษจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ที่สะท้อนว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องธรรมชาติ ซึ่งหากยังคงปล่อยให้เกิดขึ้นเช่นนี้ต่อไป ภาคเหนือจะกลายเป็นพื้นที่ที่หายใจยากขึ้นทุกปี ซึ่งไม่เพียงเป็นวิกฤตฝุ่นควันซ้ำซาก แต่ยังเป็นวิกฤตคุณภาพชีวิต ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสุขภาพของผู้คนในระยะยาว ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไป

สืบสกุล กิจนุกร
อาจารย์สืบสกุล กิจนุกร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ส่วน สว่าง แก้วกันทา จากมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ กล่าวถึงปัญหาสังคมสูงวัยในภาวะเปราะบาง “ไผ ๆ ก่อว่าบ้านเฮา ‘แก่’ ก่อน ‘โต’” โดยเล่าถึงความรู้สึก “ก่ายง่าว” ความเหนื่อยหน่ายที่อยู่กับปัญหาทุกวัน เพราะคนเฒ่าคนแก่จำนวนมากขาดรายได้ ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ และอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีระบบดูแลที่ยั่งยืน

สว่าง แก้วกันทา
สว่าง แก้วกันทา จากมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ

เวทีนี้ยังได้ฉายภาพจำลองอนาคตของภาคเหนือในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นภาพอนาคต ในสถานการณ์ถ้าไม่ทำอะไรเลย ที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด โดยตั้งชื่อภาพนี้ว่า “หม้อขี้คว่ำ” ซึ่งเป็นสำนวนภาษาถิ่นเป็นภาษาเหนือล้านนา เหมือนอุจจาระหกกระจัดกระจาย ถ้าไม่มีการลงมือเปลี่ยนแปลงในวันนี้ ภาคเหนืออาจจมอยู่ในวิกฤตที่เกินจะแก้

ติดตามชมเวที “ฟังเสียงประชาชน : สร้างบ้านแปงเมือง” ย้อนหลังได้ทาง www.thaipbs.or.th/Election69 และติดตามเวที “ฟังเสียงประชาชน” ครั้งต่อไป ที่จะเดินทางไปฟังเสียงชาวอีสาน จากจังหวัดขอนแก่น ได้ในวันเสาร์ที่ 24 ม.ค. 69