ไทยพีบีเอสจัดเวที “ดีเบตภาคเหนือ” เปิดพื้นที่พรรคการเมืองแสดงวิสัยทัศน์ แก้ไขปัญหาสำคัญของภาคเหนืออย่างเข้มข้น ตัวแทนจาก 5 พรรคการเมือง ร่วมประชันนโยบายแก้ 3 วิกฤต ฝุ่น – ความเหลื่อมล้ำ – ความปลอดภัย
วันที่ 18 ม.ค. 69 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส จัดเวทีดีเบตภูมิภาคครั้งแรกที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต มีตัวแทนจากพรรคการเมือง 5 พรรค ได้แก่ พรรคกล้าธรรม, พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย และพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนภาคเหนือให้ดีขึ้น พร้อมตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของภาคเหนือ 3 ด้าน ได้แก่ วิกฤตฝุ่นควันและภัยพิบัติ, ปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ และประเด็นความยุติธรรมกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน โดยมี ประจักษ์ มะวงศ์สา, อุรชัย ศรแก้ว และ วิภาพร วัฒนวิทย์ บรรณาธิการอาวุโส และผู้ประกาศจากไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินรายการ

เวทีนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่สะท้อนปัญหาจากท้องถิ่นและให้ประชาชนในภาคเหนือได้ร่วมรับฟังแนวทางของผู้แทนแต่ละพรรคอย่างรอบด้าน โดยโจทย์สำหรับตัวแทนแต่ละพรรค คือ การนำเสนอนโยบายเด่นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ภาคเหนือ, การแก้ “ฝันร้ายของคนภาคเหนือ” และหากได้เข้าสภา มองภาพอนาคตของภาคเหนืออีก 5 จะเป็นอย่างไร

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัครเขต 3 จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายปลดหนี้ประชาชนและเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน ดันสนามบินล้านนาให้เกิดขึ้น พร้อมให้คำมั่นผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด, การท่องเที่ยวเมืองรอง และ Wellness Tourism โดยมองภาพอนาคตภาคเหนือเป็นการฟื้นฟูโอกาส ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านเพื่อร่วมพัฒนาบ้านเกิด

ด้าน ชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา ผู้สมัครเขต 1 จ.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย เน้นความต่อเนื่องของนโยบายที่จับต้องได้ อย่าง คนละครึ่งพลัส และการศึกษาเท่าเทียม พลัส เรียนฟรี online ได้ พร้อมเสนอนโยบายให้บริษัทเอกชนสามารถจ้างผู้สูงวัยแล้วไปหย่อนภาษี 2 เท่า และเสนอการทำ Festival Economy จัดกิจกรรมทุกเดือน ดึงดูดนักท่องเที่ยว แก้ปัญหา Low Season

ธนากร สุภาษา ผู้สมัครเขต 3 จ.เชียงใหม่ จากพรรคกล้าธรรม มุ่งเน้นการปฏิรูปสิทธิในที่ดินทำกิน โดยเสนอให้เปลี่ยน ที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดการเกษตร ผลักดันให้เมืองรองกลายเป็นเมืองหลัก เปลี่ยนเมืองหลักเป็นเมืองหลวง เพื่อกระจายความเจริญอย่างทั่วถึง โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอให้ฝันร้ายจบที่รุ่นเรา… ขอทุบกำแพงปฏิรูปการเมืองใหม่ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมต่อทุกพรรคการเมือง”

ขณะที่ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัคร จากพรรคประชาชน เขต 8 จ.เชียงใหม่ เน้นนโยบายการกระจายอำนาจ กระจายความเจริญ ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุก 4 ปี และแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร จัดตั้งกองทุนพยุงราคา เพื่อรับซื้อลำไยเกรด AA ส่วนเกิน เพื่อรักษาเป้าหมายราคาที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม เสนอรื้อระบบฐานข้อมูลภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบแหล่งเพาะปลูก และป้องกันการนำเข้าสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา

พ.ท.สุชิน ชยศักดิ์ ผู้สมัครเขต 3 จ. น่าน พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบาย ธนู 4 ดอก เน้นย้ำการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการเรียนฟรีที่มีคุณภาพ พัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการสร้างค่านิยม “ไม่โกง” พร้อมเสนอระบบบริหารจัดการภัยพิบัติแบบ Single Command ที่ชัด รวดเร็ว และครอบคลุม ผนวกกับการร่วมมือกันทำงานระหว่างกลุ่มนายทุน นักการเมือง ข้าราชการ และประชาชน

โดยผลการโหวต Live Debate Voting จากผู้ชมทั้งในเวทีและออนไลน์ในการถ่ายทอดสด “ดีเบตภาคเหนือ เลือกตั้ง 69” พบว่า พรรคประชาชนได้รับคะแนนสูงสุด 64.57% ตามด้วย พรรคเพื่อไทย 28.77%, พรรคภูมิใจไทย 5.56%, พรรคไทยก้าวใหม่ 1.23%, และ พรรคกล้าธรรม 0.25%

ติดตามชมเวที “ดีเบตภาคเหนือ” ย้อนหลังได้ทาง www.thaipbs.or.th/election69 และติดตามเวทีครั้งต่อไป กับการ “ดีเบตภาคอีสาน” ที่จะจัดขึ้นที่ เซ็นทรัล ขอนแก่น ในวันที่ 25 มกราคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง