ไทยพีบีเอสจัดงาน AI x Communication: ทิศทางปัจจุบันและอนาคต ไทยพีบีเอสจัดงาน AI x Communication: ทิศทางปัจจุบันและอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอสจัดงาน AI x Communication: ทิศทางปัจจุบันและอนาคต

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส จัดงาน “AI x Communication: ทิศทางปัจจุบันและอนาคต” รวมมุมมองผู้เชี่ยวชาญกำหนดทิศทางสื่อยุค AI พร้อมนำเสนอผลงานวิจัย “สถานภาพองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทการสื่อสารของสังคมไทย” โดยผลงานวิจัย 7 ชิ้นให้ข้อสรุปร่วมกันว่า การใช้ AI อย่างเหมาะสม ต้องรู้เท่าทัน

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ จัดงาน “AI x Communication: ทิศทางปัจจุบันและอนาคต” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย เผยแพร่องค์ความรู้ด้าน AI กับการสื่อสารและอุตสาหกรรมสื่อ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากนักวิชาการ นักวิชาชีพสื่อ นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อร่วมกันต่อยอดการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 ณ ไทยพีบีเอส

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวเปิดงานว่า AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการสื่อสารมวลชน ในฐานะกลไกเชื่อมโยงข้อมูล ข่าวสาร และนำเสนอความจริงสู่สังคม สำหรับสื่อมวลชนไทย AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นทั้งโอกาสในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและกระบวนการผลิตข่าว ตลอดจนความท้าทายด้านจริยธรรม ความน่าเชื่อถือ และการปรับตัวของคนทำสื่อในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทการสื่อสารของสังคมไทยจึงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

ด้วยเหตุนี้ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ จึงจัดทำโครงการวิจัย “สถานภาพองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทการสื่อสารของสังคมไทย” เพื่อศึกษาการปรับตัวของนโยบายและองค์กร แนวคิดการมีส่วนร่วมของผู้ชม และการประยุกต์ใช้ AI ในโลกจริง

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปาฐกถาพิเศษ “AI x Communication: ทิศทางอนาคตของประเทศไทย” ว่า การสื่อสารเป็นเรื่องใหญ่และเป็นสาระสำคัญของอารยธรรมมนุษย์ มีส่วนในการเปลี่ยนวิธีการคิดและจัดระเบียบสังคม มนุษย์อยู่รอดและถ่ายทอดความทรงจำผ่านการเผยแพร่ความรู้ ในอดีตมนุษย์จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางการสื่อสาร แต่ในวันนี้การสื่อสารได้เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มนุษย์ได้มอบอำนาจการสื่อสารบางอย่างให้กับระบบ AI แล้ว AI สามารถสื่อสารกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านมนุษย์อีกต่อไป กล่าวได้ว่าการสื่อสารมวลชนได้เปลี่ยนไปสู่การสื่อสารแบบอัลกอริทึม หรือ “AI-mediated communication” ซึ่งสร้างทั้งโอกาสครั้งใหญ่ และเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติ คำถามคือเราปล่อยให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อการสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญของความเป็นมนุษย์และอารยธรรมอย่างที่ได้กล่าวมา

สุวิทย์ เมษินทรีย์
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ในช่วง “Research Showcase” เป็นการนำเสนอผลงานวิจัย 7 เรื่อง จากชุดโครงการ “สถานภาพองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในบริบทการสื่อสารของสังคมไทย” ซึ่งจัดลำดับการศึกษา AI ผ่าน 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่ เสียงของสังคม การใช้งาน AI ในแวดวงต่าง ๆ และการอยู่ร่วมกับ AI อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรางคนา ณ นคร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้นำเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้ AI ในการสื่อสารของกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยชี้ว่า ในยุค Digital Disruption และการเติบโตของ Gen AI การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการสื่อสารมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างนวัตกรรมทางสังคม และลดความเหลื่อมล้ำ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งเทคโนโลยี องค์กร กระบวนการทำงาน และจริยธรรมของผู้ประกอบการ เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสมและรับผิดชอบ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรางคนา ณ นคร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพล เธียรถาวร คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ AI ในองค์กรข่าวไทย ซึ่งเปรียบเทียบกับต่างประเทศ พบว่ายังมีช่องว่างเชิงยุทธศาสตร์ โดยต่างประเทศนำ AI มาใช้เพื่อสร้างนวัตกรรม ขณะที่องค์กรข่าวไทยยังอยู่ในบทบาทผู้ตาม จากการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์องค์กรสื่อไทย 3 แห่ง พบว่าแม้รูปแบบการใช้ AI จะมีความแตกต่างกัน แต่ยังไม่มีการนำ AI มาใช้ทดแทนมนุษย์ เป็นเพียงการเสริมศักยภาพการทำงาน เช่น การถอดเทปหรือการสร้างกราฟิก โดยมนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและตัดสินใจ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพล เธียรถาวร คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในช่วงสรุป รองศาสตราจารย์ ดร.เสริมศิริ นิลดำ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และ รองศาสตราจารย์ ดร.บุหงา ชัยสุวรรณ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หัวหน้าชุดโครงการวิจัย ระบุว่า วันนี้เราได้อยู่ร่วมประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์ จากทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี (TAM) ที่ได้กล่าวไว้เมื่อ 40 ปีที่แล้ว สู่การพลิกโฉมโดย AI ที่ได้ก้าวข้ามคำถามเรื่องความง่ายและประโยชน์

รองศาสตราจารย์ ดร.เสริมศิริ นิลดำ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และ รองศาสตราจารย์ ดร.บุหงา ชัยสุวรรณ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ชุดโครงการนี้ จึงสะท้อนบทเรียนสำคัญต่อแวดวงวิชาการและวิชาชีพว่า การนำนวัตกรรมและ AI มาใช้จำเป็นต้องยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ คัดกรอง และรับผิดชอบบนฐานจริยธรรม งานวิจัยทั้ง 7 ชิ้นให้ข้อสรุปร่วมกันว่า การใช้ AI อย่างเหมาะสมต้องมาพร้อมการรู้เท่าทัน ข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม การคิดเชิงวิพากษ์ ความรับผิดชอบในฐานะพลเมือง และความโปร่งใสในการสื่อสาร

ในระดับองค์กรสื่อ ความเชื่อมั่น (trust) ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากการกำกับดูแลร่วมกัน ตั้งแต่การประกาศการใช้ AI อย่างชัดเจน การตรวจสอบย้อนหลังได้ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม ซึ่งทั้งหมดเป็นเงื่อนไขสำคัญของการใช้ AI ในสังคมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสาร และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส ที่ได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ ได้ที่ www.thaipbs.ai