ไทยพีบีเอส เปิดพื้นที่ให้เยาวชนสะท้อนมุมมองต่อการเลือกตั้ง ผ่านรายการสถานีประชาชน ผอ.วันชัย ย้ำ “เสียงเยาวชนคือเสียงแห่งอนาคต” ด้านเยาวชนสะท้อน “ปัญหาการศึกษา – คอร์รัปชัน – แรงงาน AI” คือสามโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องเปลี่ยน หากอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่าเดิม
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดรายการสถานีประชาชน ตอน “เสียงเยาวชน Pre-Voter ออกแบบอนาคตประเทศไทย” เพื่อเปิดพื้นที่สะท้อนมุมมองของเยาวชนจากกลุ่มโรงเรียน “จตุรมิตร” ทั้ง 4 สถาบัน ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่อยากเห็นและอยากเปลี่ยนแปลงต่ออนาคตประเทศและการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า ไทยพีบีเอสเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความคิดเห็น เนื่องจากเป็นกลุ่มสำคัญที่มีความตื่นตัวและมีมุมมองต่อการพัฒนาประเทศ แม้จะยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่มีความคิดและความปรารถนาดีต่อประเทศอย่างมาก
การเปิดพื้นที่ให้ทุกช่วงวัยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความขัดแย้งจากช่องว่างระหว่างวัย พร้อมย้ำว่า บทบาทของไทยพีบีเอสคือการเป็นสื่อสาธารณะของทุกคน และการส่งต่อเสียงของเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศสู่สังคมในวงกว้าง คือหนึ่งในภารกิจขององค์กร

“เด็กและเยาวชนกำลังจับตาการเมืองและทิศทางประเทศอย่างใกล้ชิด อีกทั้งมีแนวคิดที่ก้าวหน้าในหลายด้าน ทั้งการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งในบางประเด็นอาจมีมุมมองที่เฉียบคมไม่แพ้ผู้ใหญ่” ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าว
สำหรับเวทีแสดงความคิดเห็นของเยาวชน เริ่มจาก นายปัณณทัต เจียมศิริกาญจน์ ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวถึงนโยบายการศึกษาเด็กไทยว่า แม้นโยบาย “เรียนฟรี” จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลัก 5 ด้าน ได้แก่ ค่าเล่าเรียน หนังสือ อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย และกิจกรรม แต่ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเรียนฟรีอย่างแท้จริง เนื่องจากยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าบำรุงการศึกษา ที่ผู้ปกครองต้องรับภาระ
นายปัณณทัต ระบุว่า คำถามสำคัญ ‘ไม่ใช่เพียงเรียนฟรีหรือไม่’ แต่คือ ‘เรียนฟรีอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่’ ซึ่งเห็นว่ายังไม่เพียงพอ เพราะการศึกษาต้องมีคุณภาพควบคู่กันไป โดยอ้างอิงผลการประเมิน PISA ที่ชี้ว่าเด็กไทยเรียนมากกว่าหนึ่งพันชั่วโมงต่อปี แต่มีผลการประเมินต่ำกว่าหลายประเทศ เนื่องจากปัญหาแรงจูงใจและวิกฤตศรัทธาในระบบการศึกษา

ทั้งนี้ เสนอให้มีการปฏิรูปหลักสูตร ลดความเครียดของนักเรียน และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐมีความโปร่งใส เปิดรับฟังความคิดเห็น และทบทวนว่าทำไมประเทศไทยจึงยังไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาการศึกษาเดิม ๆ ได้
ด้าน นายชัชชัย นาคะเกษียร ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “คิดอย่างไรกับการคอร์รัปชัน” ว่า การทุจริตเกิดขึ้นในสังคมไทยแทบทุกวันและมีการทุจริตมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งไม่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป
นายชัชชัย ยังกล่าวต่อว่า อยากเห็น “รัฐบาลชุดใหม่” แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความโปร่งใส เพื่อพิสูจน์ให้เด็กตาดำ ๆ และประชาชนเห็นว่าการทุจริตสามารถหมดไปได้ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปจากประเทศเสียที โดยย้ำว่าการที่ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนเห็น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ นายภัทรธร รอดแก้ว กล่าวถึงบทบาทของเยาวชนสู่ตลาดแรงงานว่า ในปี 2569 การพัฒนาเด็กและเยาวชนจะไม่ใช่เพียงเรื่องของการเรียนในห้องเรียนอีกต่อไป แต่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในทุกมิติของชีวิต เยาวชนในปี 2569 จึงจำเป็นต้องมีทั้งทักษะด้านแรงงาน ทักษะดิจิทัล และความเข้าใจในการใช้ AI อย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ภาคการศึกษาและภาคสังคมต้องเร่งปรับรูปแบบการเรียนรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถอยู่ร่วมและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างยั่งยืน

นายศิรพัชร์ เมธีธนวิจิตร์ ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวถึง AI กับอนาคตแรงงานว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน AI ยังถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูล แต่ปัจจุบันได้เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการศึกษาและชีวิตประจำวัน ในยุคปัจจุบันการเก่งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีทักษะการใช้ AI ซึ่งมีบทบาทในหลากหลายรูปแบบงาน แม้จะมีโอกาสที่ AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานบางส่วน แต่ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ 100%
จากเดิมที่การทำงานไม่มีเครื่องทุ่นแรง ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยให้มีเวลาไปพัฒนางานด้านอื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเรื่องอาชีพในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกสายงานและความสามารถในการพัฒนาตนเอง พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีหลักสูตรที่ทันโลก โดยประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อให้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม นายศิรพัชร์ กล่าว

ร่วมติดตามข่าว รายการพิเศษ เวทีสาธารณะ และทุกกิจกรรรมตลอดช่วงการเลือกตั้ง 2569 ผ่านหน้าจอไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Election69

