องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ร่วมกับ บริษัท Supercat Studio (แมวขยันดี), LB Global Media, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จัดงาน Masterclass “Content is King, Distribution is Emperor, IP is Your Asset” เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 ณ TCDC กรุงเทพฯ
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความสำเร็จ ชี้โอกาสการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในตลาดสากล รวมถึงให้ความรู้ด้านระบบธุรกิจและกฎหมาย สู่การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา(IP) ให้มีคุณภาพและมูลค่าที่ยั่งยืนต่อวิชาชีพ โดยมีกลุ่มโปรดิวเซอร์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ซีรีส์ นักเขียน Content Creator และผู้เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมสื่อเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร ร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มีความสำคัญเพียงใดต่ออนาคตของผู้สร้างภาพยนตร์ไทย?” โดยสะท้อนถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property : IP) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกฎหมาย แต่คือคุณค่าของความคิด มรดกของผู้สร้าง และพื้นที่การต่อรองเชิงอำนาจที่สังคมต้องออกแบบให้เป็นธรรม

ดร.พิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า การคุ้มครองลิขสิทธิ์มีระยะเวลาครอบคลุมตลอดช่วงชีวิตของผู้สร้าง และในกรณีของประเทศไทยยังต่อเนื่องไปอีก 50 ปีหลังจากผู้สร้างสรรค์ถึงแก่กรรม นั่นหมายความว่าลูกหลานยังสามารถได้รับประโยชน์จากผลงานนั้นต่อไปได้ ลิขสิทธิ์จึงเปรียบเสมือนมรดกหรือคุณค่าที่ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องปกป้องความคิด เพราะเราเห็นคุณค่าของมัน
“อันดับแรกเราต้องรู้จัก IP ของเราให้ดี ต้องคิดว่าจะใช้ประโยชน์ยังไง เวลาตอนอยู่บนโต๊ะเจรจา ไม่ต้องให้ทั้งหมด ควรกำหนดระยะเวลาเอาไว้ ในผลงานหนึ่งเรื่องอาจมีหลาย IP สามารถกำหนดระยะเวลา เช่น 5 ปี แล้วปีที่ 6 กลับมาเป็นลิขสิทธิ์ของเราเหมือนเดิม ซึ่งอันนี้เป็นข้อตกลงที่สามารถทำได้ เช่น ลิขสิทธิ์ตัวละคร , นักแสดง เพลง ฯลฯ เราไม่จำเป็นต้องยกสิทธิ์ทั้งหมดให้คนที่มาเจรจาด้วย” รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าว
เช่นเดียวกับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสื่อ ต่างให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า กระบวนการผลิตผลงานควรให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ตั้งแต่จุดเริ่มต้น และทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัว รวมถึงควรส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับกลุ่มผู้ทำงานสร้างสรรค์เพื่อปลูกฝังให้เกิดการเคารพสิทธิซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น

ภานุ อารี ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ M Studio กล่าวว่า ต้องเห็นความสำคัญของ IP ตั้งแต่เเรก เช่น การเขียนบทในหนัง หากมองว่าบทของเราดีมีแรงกระเพื่อม คุณสามารถจดลิขสิทธิ์ไว้ได้ ต้องคิดให้ละเอียด คิดตั้งแต่เเรก และ Director ควรคิดให้ลึกขึ้นว่าจะใช้ประโยชน์จากงานของเราได้อย่างไรบ้าง

ด้าน ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ปัจจุบันความเข้าใจด้าน IP ของผู้ผลิตสื่อในบ้านเรายังมีน้อย ถ้าทำให้ IP เป็นเรื่องใกล้ตัวได้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิต (Creator) ทุกแขนง จะทำให้คนให้ความสำคัญและเคารพสิทธิกันได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น โมเดลนวัตกรรมด้านการจัดจำหน่ายในระดับนานาชาติ และแหล่งทุนกับอนาคตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งมีวิทยากรจากหลากหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมสื่อทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ ราชวิล นฤหล้า Chief Executive Officer Benetone Films Co., Ltd, ทอม วอลเลอร์ Owner and Managing of De Warrenne Pictures Co., Ltd., พงศ์อมร สุขสมจิตร Creative Director CreAsia Studio, Banijay และ Rachel Y. Wu Co-Founder/COO of N8 ฯลฯ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของไทยพีบีเอสในการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย ผ่านการสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงโอกาสในตลาดสากล เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสื่อไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน