“เบิ่งให้ซอด ฮู้ให้ลึก” คนอีสานลุกขึ้นส่งเสียง สะท้อน 7 มิติความเหลื่อมล้ำ “เบิ่งให้ซอด ฮู้ให้ลึก” คนอีสานลุกขึ้นส่งเสียง สะท้อน 7 มิติความเหลื่อมล้ำ
ข่าวประชาสัมพันธ์

“เบิ่งให้ซอด ฮู้ให้ลึก” คนอีสานลุกขึ้นส่งเสียง สะท้อน 7 มิติความเหลื่อมล้ำ

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส เปิดพื้นที่ฟังเสียงคนอีสาน สะท้อนปัญหา ชี้ทางออก ร่วมออกแบบฉากทัศน์อนาคตของภาคอีสานในอีก 5 ปีข้างหน้า บนเวที “ฟังเสียงประชาชนอีสาน : เบิ่งให้ซอด ฮู้ให้ลึก” ระดมความคิดเห็นจากคนทุกรุ่น พบ ความเหลื่อมล้ำ 7 มิติ ปัญหาปากท้องยังคงเป็นประเด็นหลัก พร้อมฉายภาพอนาคต “อีสานอุกอั่งเอ้า” ฝันร้ายของคนอีสาน หากไม่มีการแก้ไขปัญหา

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อสาธารณะท้องถิ่น เครือข่ายสื่อพลเมืองและนักข่าวพลเมือง เปิดเวที “ฟังเสียงประเทศไทย: เบิ่งให้ซอด ฮู้ให้ลึก” ดำเนินรายการโดย วิภาพร วัฒนวิทย์ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 69 ณ ขอนแก่น ฮอลล์ ชั้น 5 เซ็นทรัล ขอนแก่น เพื่อรับฟังสถานการณ์และข้อเสนอเชิงนโยบายจากตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่าน Monologue Talk ของคนพื้นที่ และข้อมูลจริงที่ทีมงาน Locals Voice Thai PBS ที่พารถสตูดิโอเคลื่อนที่ ไปฟังเสียงจริงจากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ภารกิจ ในช่วงการเลือกตั้ง 2569 ของไทยพีบีเอส ภายใต้แคมเปญ #เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย พบว่า ปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ และการถูกจำกัดอำนาจในการจัดการทรัพยากรของตนเอง เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการการเร่งแก้ไข

ธีระนันท์ ขันตี อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ วิเคราะห์ภาพรวมของความต้องการคนอีสาน จาก “ปัญหาปากท้อง” สู่ “รากเหง้าเชิงโครงสร้าง” พร้อมนำเสนอผลสำรวจเกือบพันคน พบว่า “เศรษฐกิจปากท้อง” คือหมวดหมู่ปัญหาที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุด มากถึง 37 % รองลงมาคือเรื่องคนและการเรียนรู้ 18 % สะท้อนชัด “รายได้ไม่คุ้มกับค่าเหนื่อย” และ “เด็กจบใหม่ที่ไม่มีงานทำในท้องถิ่น” เสนอให้สร้าง “อีสานสร้างสรรค์ งานดีใกล้บ้าน” และระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษา เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่ให้มีงานดีใกล้บ้าน ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานในเมืองใหญ่

ธีระนันท์ ขันตี อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

พงษ์เทพ บุญกล้า นักวิชาการอิสระ และนักข่าวพลเมือง จ.อุบลราชธานี ฉายภาพความเจ็บปวดจากการจัดการทรัพยากรที่ผิดพลาด โดยเฉพาะผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนปากมูล และความผันผวนของแม่น้ำโขงจากการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำโขงตอนบน ซึ่งนำไปสู่การปนเปื้อนของสารเคมีและการล่มสลายของประมงพื้นบ้าน รวมถึงการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินจากการประกาศเขตป่าสงวนทับที่ชาวบ้าน และปัญหา PM 2.5 ที่ไร้การจัดการเชิงรุก โดยเรียกร้องการกระจายอำนาจตัดสินใจ คืนสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

พงษ์เทพ บุญกล้า
พงษ์เทพ บุญกล้า นักวิชาการอิสระ และนักข่าวพลเมือง จ.อุบลราชธานี

ด้าน พิณทอง เล่ห์กันต์ แม่หญิงอีสาน สะท้อนถึง 7 ความเหลื่อมล้ำของคนอีสานที่เชื่อมโยงกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม พื้นที่ ทรัพยากร วัฒนธรรม ดิจิทัล และการเมือง พร้อมตั้งคำถามว่า เราจะฆ่าช้างรื้อเพดาน หรือ จะเปิดตาตัวเอง โดยยกตัวอย่างความลำบากของเด็กหญิงในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐาน และการถูกกดทับทางภาษาที่ทำให้คนอีสานไม่กล้าแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของตนเองในอดีต และยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในบางพื้นที่ ที่นายทุนรายใหญ่มักจะรู้ข้อมูลล่วงหน้า เข้ามาซื้อที่ดินก่อนมีการพัฒนา เช่น ภูผาม่าน จนคนท้องถิ่นต้องกลายเป็นเพียงผู้ดูแลพื้นที่ให้คนนอก

พิณทอง เล่ห์กันต์
พิณทอง เล่ห์กันต์ แม่หญิงอีสาน

ณัฐวุฒิ กรมภักดี เลขาธิการ กป.อพช.ภาคอีสาน กล่าวถึงประเด็น การแก้รัฐธรรมนูญ กระจายอำนาจ เพื่อป้องกันความรุนแรงทุกมิติ “เราจะไม่ให้อำนาจนอกระบบ ล้มรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน” โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 คือเครื่องมือที่พรากสิทธิเสรีภาพและสิทธิชุมชนไปจากประชาชน และมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ หัวใจสำคัญในการปลดล็อกปัญหาทั้งหมด

ณัฐวุฒิ กรมภักดี
ณัฐวุฒิ กรมภักดี เลขาธิการ กป.อพช.ภาคอีสาน

ขณะเดียวกัน วิภาพร ผู้ดำเนินรายการยังได้นำเสนอ Foresight ภาพฝันร้ายของคนอีสาน “อีสานเพพังม้างทางหวัง อุกอั่งเอ้า” อธิบายภาพอนาคตที่เลวร้าย หากคนอีสานยังต้องเผชิญกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ระบบอาหารล่มสลาย และต้องตกอยู่ภายใต้เงาของทุนที่ตักตวงทรัพยากรท้องถิ่นโดยที่ประชาชนทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเป็นภาพฝันร้ายที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีการดำเนินการอะไร

ในช่วง “ล้อมวงเล่านักข่าวพลเมืองอีสาน” ได้ 3 นักข่าวพลเมือง พงษ์เทพ บุญกล้า นักข่าวพลเมือง จ.อุบลราชธานี, รัตนาภรณ์ น้อยวงศ์ นักข่าวพลเมืองมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสกุลรัตน์ สองจันทร์ นักข่าวพลเมืองซาวอีสาน มาเล่าถึงข้อมูลเชิงลึกจากวงสนทนากลุ่มย่อย 3 มิติหลัก ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ความเหลื่อมล้ำ, และ รัฐธรรมนูญ โดยทั้ง 3 ท่านเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญคือประตูบานแรก ที่ต้องปลดล็อกเพื่อคืนสิทธิชุมชนและการจัดการทรัพยากรให้คนอีสาน เพื่อเปลี่ยนจาก “ฝันร้าย” ที่ต้องเป็นหนี้และถูกกดทับ ให้กลายเป็นความหวังที่จับต้องได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ช่วงท้ายของเวที ประชาชนและคนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันเสนอภาพฝันของอีสานในอีก 5 ปีข้างหน้าที่อยากได้ เช่น การมีคมนาคมที่สะดวกในชนบท การเข้าถึงสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ง่ายขึ้น และการมีงานทำใกล้บ้าน

ติดตามเวที “ฟังเสียงประชาชน” ครั้งต่อไป ที่จะเดินทางไปฟังเสียงชาวใต้ จากอ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ในวันเสาร์ที่ 30 ม.ค. 69 ติดตามเนื้อหาย้อนหลังและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipbs.or.th/election69

คลิปเวทีฟังเสียงประชาชน : เบิ่งให้ซอด ฮู้ให้ลึก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง