ไทยพีบีเอส จัดเวที “ดีเบตภาคอีสาน” ฟังวิสัยทัศน์ 5 พรรคการเมือง ตีโจทย์ภาพอนาคตในอีก 5 ปี “อีสานอุกอั่งเอ้า” ความอึดอัดใจ ความสิ้นหวัง ที่เป็นฝันร้ายของคนอีสาน ร่วมหาทางออกปากท้อง–น้ำ–ที่ดิน–คุณภาพชีวิต ให้คนอีสานฝันดี
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส จัดเวทีดีเบตภาคอีสาน ที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีตัวแทนจาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ และตอบคำถามจากบรรณาธิการข่าว ภาคประชาชน นักข่าวพลเมือง รวมถึงภาพอนาคตในอีก 5 ปี “อีสานอุกอั่งเอ้า” ความอึดอัดใจ ความสิ้นหวัง ที่เป็นฝันร้ายของคนอีสาน ซึ่งภายหลังจบเวทีได้เปิดให้ผู้ชมร่วมโหวต Live Debate Voting จากทั้งในเวทีและออนไลน์

นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 15 นครราชสีมา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนของอีสานคือความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินทำกิน เสนอเปลี่ยนที่ดินที่จัดสรรโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ออกเป็นโฉนด เพื่อสร้างความมั่นคงด้านปากท้อง ควบคู่การแก้ปัญหาราคาพืชผล โดยเฉพาะอ้อยที่ราคาตกต่ำ การจัดการหนี้เกษตรกร ธ.ก.ส. ในรูปแบบใหม่ และการปราบปรามสินค้าเถื่อน พร้อมย้ำการยกระดับภาคเกษตรให้เป็นฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และการบริหารจัดการน้ำรับมือภัยแล้ง และน้ำท่วม สำหรับทางแก้ฝันร้ายของคนอีสาน เป็นการใช้นโยบายเกษตรแม่นยำ สร้างรายได้ให้เพียงพอ และปรับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งน้ำ ไฟฟ้า และถนน

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต กล่าวว่า พรรคประชาชนเสนอชุดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำของประชาชนภาคอีสานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การอุดหนุนเงินให้เด็กแรกเกิดครัวเรือนละ 600 บาท เป็นระยะเวลา 5 เดือน เด็ก 6 เดือน ถึง 6 ปี 1,200 บาทต่อเดือน สำหรับนโยบายเรียนฟรีแต่ในทางปฏิบัติประชาชนยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเฉลี่ยปีละกว่า 10,000 บาท จึงผลักดันให้เกิด การศึกษาฟรีอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ส่งเสริมเรียนอาชีวะศึกษา สูงสุดถึงระดับอนุปริญญา ในประเด็นการเกษตรและที่ดินทำกิน พบว่า ประชาชนในภาคอีสานกว่า 31% ยังไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง จำเป็นต้องมีการพิสูจน์สิทธิอย่างเป็นธรรม ผลักดันมาตรการคุ้มครองราคาผลผลิตล่วงหน้า 3 เดือน เพิ่มมูลค่าผลผลิต เช่น การเปิดทางให้สุราพื้นบ้านถูกกฎหมาย นอกจากนี้ เสนอปลดหนี้และแก้ไขปัญหาหนี้สินผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป พร้อมได้ประกาศผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อเดือน

ดร.เดชรัต ยังกล่าวถึง “ภาพฝันร้ายของอีสาน” ว่า เสนอทางออกวางรากฐานระบบนิเวศภาคอีสานแบบบูรณาการ แบ่งพื้นที่พัฒนาเป็น โคก ทุ่ง ทาม และเมือง ให้สอดคล้องกัน พร้อมการปลูกไม้ยืนต้นและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็น สิทธิของชุมชน
ดร.อัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคอีสาน กล่าวว่า ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ เสนอระบบประกันรายได้เกษตรกรให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ พร้อมสวัสดิการตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยชรา สำหรับเด็กแรกเกิดให้ 5,000 บาท การศึกษาฟรี ผู้สูงอายุได้เบี้ยเดือนละ 1,000 บาท และคนพิการเดือนละ 1,600 บาท เน้นการลงทุนด้านระบบการศึกษา เพื่อให้การศึกษาเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น พัฒนาศักยภาพให้เกษตรกรเป็นทั้งผู้ผลิตและแปรรูป พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะกับบริบทอีสาน ควบคู่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น สำหรับทางแก้ฝันร้ายของคนอีสาน

ดร.เอกพร รักความสุข ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิด “ยกเครื่องประเทศไทย” โดยมองภาคอีสานเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพคนด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาอีสานให้เป็นแหล่งผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมคุณภาพสูง มีการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่บริหารจัดการน้ำอย่างแม่นยำ พัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ตั้งแต่สวัสดิการเด็กเล็ก การศึกษาให้จบแล้วมีงานทำ การแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระบบ ไปจนถึงการผลักดันสวัสดิการด้านน้ำและเกษตรในร่างงบประมาณปี 2570 พร้อมยืนยันจุดยืนในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ควบคู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาประเทศ

ดร.สมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ความมั่นคงชายแดนเป็นเรื่องเร่งด่วน หากพื้นที่ชายแดนไม่สงบย่อมกระทบต่อความมั่นคงประเทศ เสนอจัดการปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างจริงจัง ควบคู่การเสริมกำลังอาสาสมัครทหารกว่า 100,000 นาย พร้อมผลักดันนโยบายรับมือภัยพิบัติ ภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งเป็นต้นเหตุของความยากจนในภาคอีสาน ซึ่งเราไม่มีสูตรตายตัวในการแก้ความยากจน ด้านการเกษตร เสนอขับเคลื่อนเกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ขณะเดียวกันก็เสนอให้การจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมแก้ปัญหายาเสพติดด้วยการตั้งศูนย์บำบัดครบทุกอำเภอ เพื่อฟื้นฟูผู้ติดยาและสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคมเป็นวาระเร่งด่วน สำหรับการแก้ฝันร้ายคนอีสาน เน้นรองรับสังคมสูงอายุอย่างเป็นระบบ โดยพรรคภูมิใจไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได และเห็นด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไขโดยยึดกระบวนการรัฐสภา ไม่แตะหมวด 1 และ 2 และให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ตามหลักการประชาธิปไตย



สำหรับผลการโหวต Live Debate Voting จากผู้ชมทั้งในเวทีและออนไลน์ในการถ่ายทอดสด “ดีเบตภาคอีสาน เลือกตั้ง 69” พบว่า พรรคประชาชนได้รับคะแนนสูงสุด 60.72% ตามด้วย พรรคเพื่อไทย 21.35%, พรรคประชาธิปัตย์ 10.69%, พรรคภูมิใจไทย 6.55%, และพรรคกล้าธรรม 0.85%

ติดตามเวที “ดีเบตภาคใต้” ครั้งต่อไปได้ในวันที่ 30 ม.ค. 69 ที่ เซ็นทรัล หาดใหญ่ ติดตามเนื้อหาย้อนหลังและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipbs.or.th/election69