ไทยพีบีเอสเปิดเวทีฟังเสียงประชาชนครั้งสำคัญ “แลใต้ ให้โร้หวัน” ระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ คนรุ่นใหม่ และภาคประชาชน สะท้อนปัญหาและภาพฝันของคนภาคใต้ ถอดรหัสเสียงในหัวใต้ พบเศรษฐกิจปากท้องเป็นปัญหาหลัก
วันที่ 30 ม.ค. 69 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อสาธารณะท้องถิ่น เครือข่ายสื่อพลเมืองและนักข่าวพลเมือง จัดเวที เวทีฟังเสียงประชาชน : แลใต้ ให้โร้หวัน ดำเนินรายการโดย วิภาพร วัฒนวิทย์ ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัล หาดใหญ่ เพื่อวิเคราะห์ภาพรวมความต้องการของชาวใต้และเสนอทางออกที่ยั่งยืน ผ่าน Monologue Talk จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ พร้อมข้อมูลและความต้องการจริงของคนท้องถิ่น ที่ทีมงาน Locals Voice Thai PBS ที่พารถสตูดิโอเคลื่อนที่ ไปฟังเสียงจริงจากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ภารกิจ ในช่วงการเลือกตั้ง 2569 ของไทยพีบีเอส ภายใต้แคมเปญ #เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย

รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เปิดผยผลสำรวจประชาชนภาคใต้ จำนวน 822 คน พบว่า เศรษฐกิจและปากท้อง เป็นปัญหาหลักถึง 32.6% ตามด้วยเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย 16.6% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างประเศรษฐกิจ และสุขภาพ ชี้คนใต้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ต้องการรายได้ที่คุ้มเหนื่อย ล้างหนี้สินได้ งานใกล้บ้าน และเกษตรกรยืนได้ พร้อมเรียยร้องความรับผิดขอบ ราชการต้องโปร่งใส น้ำไม่ท่วม และชุมชนปลอดภัย

อัสฟัน ยูโซะ (ฟาอิฟ) คนรุ่นใหม่จากกลุ่ม Y we ups Yala ตั้งคำถามถึงระบบการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้โอกาสในพื้นที่ภาคใต้หดหาย คนเก่งออกไป “เหม็ดแล้ว” โดยเสนอว่าการศึกษาต้องมีการกระจายอำนาจ และสร้างพื้นที่ให้คนได้ทดลองล้มเหลว เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้ “มันสมอง” มากกว่าโรงงานขนาดใหญ่
“เรากำลังผลิตทรัพยากรจำนวนมหาศาล ไม่ได้เพื่ออุตสาหกรรมภายในของเรา แต่กำลังส่งไปในอุตสาหกรรมภาคตะวันออก… นั่นคือเหตุผลที่ตอบง่าย ๆ เลยก็คือ ทำไมเรามีคนว่างงานเยอะในพื้นที่” ฟาอิฟ กล่าว

ด้าน สมบูรณ์ คำแหง (บังแกน) ตัวแทนจากสภาประชาชนภาคใต้ กล่าวในหัวข้อ “โหม๋เรา เอาพรือ” สึนามิการพัฒนา ที่มาในรูปแบบโครงการเมกะโปรเจกต์ เช่น แลนด์บริดจ์ (Landbridge) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEC) ที่รัฐพยายามสวมทับโมเดลจากที่อื่นโดยไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของฐานทรัพยากรและภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่ ชายฝั่งทะเลทั้ง 2 ฝั่ง ยังมีศักยภาพมากพอที่จะถูกยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดี แต่ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยต้องดิ้นรนหาทางรอดกันเอาเอง

อัสมาดี บือเฮง (วัง) นักกิจกรรม และสื่อมวลชนอิสระ จากปัตตานี กล่าวว่า ความมั่นคงในแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่อยากเห็น คือความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและการแบ่งปันทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอความมั่นคงในมุมมองของคนในพื้นที่ความขัดแย้ง โดยเสนอให้เปลี่ยนผ่านการต่อสู้จากการใช้อาวุธไปสู่การไม่ใช้อาวุธ เป็นการสู้เพื่อสิทธิที่ควรได้รับ

ในช่วงบทสรุป Foresight ภาคใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิภาพร ผู้ดำเนินรายการ ได้นำเสนออนาคตจาก Foresight ที่ตั้งชื่อว่า “ขวัดด้งเปล่า” ที่หมายความว่า คาดหวังไว้มาก แต่ไม่ได้อย่างที่หวัง เป็นภาพฝันร้าย ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ ทรัพยากรถูกทำลาย ภัยพิบัติซ้ำซาก สมองไหล เมืองร้าง วิกฤตสังคม ทุนสีเทา โลกไร้ระเบียบ ในพื้นที่ชายแดนใต้ สังคมจะเริ่ม “ชินชา” กับความรุนแรง และอาจนำไปสู่ “สุดทางของความรุนแรง” ซึ่งทั้งหมดนี้ จะป็นฝันร้ายที่อาจเกิดขึ้นจริง หากไม่มีการลงมือแก้ไขปัญหาตั้งแต่วันนี้
ซากีย์ พิทักษ์คุมพล นักวิชาการอิสระ ให้ความเห็นว่า ปัญหาของภาคใต้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองระดับตัวแทน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยมองว่าเมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา กำลังหยุดนิ่งและใช้ต้นทุนเดิมที่มีมานานโดยไม่มีการพัฒนาใหม่ ๆ แม้สงขลาจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่รัฐกลับไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะโครงสร้างการปกครองยังเป็นแบบรวมศูนย์

ด้าน สุทธหทัย นิยมวาส จาก Hatyai Connext ระบุว่า การออกแบบเมืองคือการออกแบบเพื่ออนาคต ซึ่งกลุ่มคนที่จะอยู่กับอนาคตนั้นคือคนรุ่นใหม่ ดังนั้นการรับฟังเสียงของเยาวชนและคนรุ่นใหม่จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางของเมือง คนรุ่นก่อนที่มีประสบการณ์ควรทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะแนวทางและนำไอเดียของคนทุกรุ่นมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้เมืองขับเคลื่อนไปได้อย่างกลมกลืน โดยเสนอแนวคิด Salad Bowl of Culture แนวคิดการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลาย ที่ทุก ๆ คน สามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุดและสามารถอยู่ร่วมกันได้

ช่วงท้าย รศ.ดร.เอกรินทร์ ยังได้กล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งและการทำประชามติที่จะถึงนี้ คือโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทั้งระเบียบกฎหมายและผู้แทน เพื่อไม่ให้ภาคใต้ต้องเดินไปสู่ภาพอนาคตที่สูญเปล่า


ติดตามชมเวที “เวทีฟังเสียงประชาชน : แลใต้ ให้โร้หวัน” ย้อนหลังได้ทาง www.thaipbs.or.th/election69 และเตรียมพบกับเวทีดีเบตครั้งพิเศษที่ ไทยพีบีเอส ร่วมกับ 8 พันธมิตรสื่อ ได้แก่ ไทยรัฐ, มติชน, ไทยพีบีเอส, พีพีทีวี, The Standard, The Reporters, The 101.World และ Today จัดเวที ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ How to กู้ “ไทยทานิค” เศรษฐกิจไทย ตั้งคำถามเจาะลึกหาทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00–19.00 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยพีบีเอส