ไทยพีบีเอส เปิดตัว “The Visual : Hora Star Paradox” พื้นที่เรียนรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์กับความเชื่อ ไทยพีบีเอส เปิดตัว “The Visual : Hora Star Paradox” พื้นที่เรียนรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์กับความเชื่อ
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส เปิดตัว “The Visual : Hora Star Paradox” พื้นที่เรียนรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์กับความเชื่อ

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส ร่วมกับ NARIT สร้างพื้นที่เรียนรู้ Hora Star Paradox ส่องดาว เล่าดวง รหัสฟ้า…ชะตาคน เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างดาราศาสตร์ กับโหราศาสตร์ ด้วยความเชื่อ และเหตุผล พร้อมเปิดตัวคอนเทนต์ The Visual: Hora • Star • Paradox ดู(ดวง)ดาว ความย้อนแย้งระหว่าง “อ่านดวง” กับ “อ่านดาว” 2 ศาสตร์คู่ขนานผ่าน Data Visualization ว่ากันด้วยสถิติข้อมูล

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 69 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) พัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้เชิงข้อมูล เพื่อยกระดับการสื่อสารสาธารณะบนฐานของวิทยาศาสตร์ เหตุผล และการคิดเชิงวิพากษ์ ผ่านกิจกรรม The Visual Talk : Hora Star Paradox ส่องดาว เล่าดวง รหัสฟ้า…ชะตาคน พร้อมเปิดตัวคอนเทนต์ Hora • Star • Paradox ดู(ดวง)ดาว ความย้อนแย้งระหว่าง “อ่านดวง” กับ “อ่านดาว” โดยวิเคราะห์ความเชื่อมโยงและความย้อนแย้งของ 2 ศาสตร์คู่ขนาน โดยสามารถติดตามได้ที่ www.thaipbs.or.th/TheVisualStar

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า ประสบการณ์การเฝ้าดูดาวหางฮัลเลย์เมื่อกว่า 40 ปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชอบดูดาว ซึ่งการดูดาวช่วยเปิดโลก ทำให้เห็นว่าธรรมชาติยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันดวงอาทิตย์ก็เป็นเพียงดาวฤกษ์หนึ่งในแสนล้านดวงของกาแล็กซีทางช้างเผือก และจักรวาลยังมีกาแล็กซีอีกนับแสนล้านแห่ง เมื่อมองเช่นนี้ มนุษย์จึงเป็นเพียงส่วนเล็กจ้อย การดูดาวจึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นกระบวนการขัดเกลาตัวตน ทำให้อัตตาลดลงและเกิดความถ่อมตนต่อธรรมชาติ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

นายวันชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การดูดาว ในพื้นที่ Dark Sky อย่างที่นิวซีแลนด์ที่ไม่เพียงช่วยให้เห็นดาวชัดเจนขึ้น แต่ยังสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เป็นเมืองที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่ง NARIT ได้พยายามสร้างพื้นที่ดูดาว Dark Sky ในประเทศไทยหลายแห่ง เช่นกัน

ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวกิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ดาราศาสตร์ผ่านการสื่อสารเชิงข้อมูล ควบคู่กับการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างศาสตร์ดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ ซึ่งมีจุดร่วมคือการศึกษาท้องฟ้า แต่มีกรอบคิดและวิธีการแตกต่างกัน โดยเมื่อราว 400 ปีก่อน นักดาราศาสตร์และนักโหราศาสตร์เคยเป็นคนกลุ่มเดียวกัน เช่น โยฮันเนส เคปเลอร์ และกาลิเลโอ กาลิเลอี ซึ่งมีจุดร่วมคือการศึกษาตำแหน่งของดวงดาว

ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ
ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

“วิทยาศาสตร์ไม่ได้ฟันธงว่าอะไรคือ “ความจริงสูงสุด” แต่เป็นกระบวนการค้นหาว่าอะไร “ยังไม่ผิด” ตามทฤษฎี เพื่อให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถอยู่ร่วมกับความเชื่อของสังคมได้อย่างมีวิจารณญาณ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มุ่งตัดสินว่าโหราศาสตร์ถูกหรือผิด แต่ต้องการนำองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์มาสนับสนุนการตีความและการสื่อสารให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม” ผศ. ดร.วิภู กล่าว

จากนั้น เป็นการเสวนาล้อมวงคุย “อ่านดาว – อ่านดวง คู่ขนานและความย้อนแย้ง” โดย ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า เคยศึกษาโหราศาสตร์มาก่อน แต่เลิกศึกษาในเวลาต่อมา เนื่องจากไม่สามารถอธิบายเหตุผลเชิงตรรกะได้ เช่น ความหมายของดาวศุภะที่ตีความต่างกัน พร้อมชี้ว่าโหราศาสตร์เป็นความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ และผลลัพธ์จำนวนมากเกิดจากศิลปะการโน้มน้าวใจของผู้พยากรณ์ อย่างไรก็ตาม สังคมควรรักษาสมดุลระหว่างความเชื่อกับความรู้ เพื่อไม่ให้ความงมงายกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

อ.วรพล ไม้สน กรรมการมูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยฯ และอดีตเลขาธิการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า โหราศาสตร์เกิดจากการใช้ธรรมชาติเป็น “ดัชนี” เพื่อทำความเข้าใจอนาคต ผ่านการสังเกตฤดูกาล สิ่งแวดล้อม และผลต่อชีววิทยาของมนุษย์ ดังนั้น โหราศาสตร์ถือว่าเป็น สถิติเฉพาะกลุ่ม ที่ถ่ายทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะ ผู้บริหารหรือมหาเศรษฐีจำนวนไม่น้อยใช้โหราศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นใจขั้นสุดท้ายในการตัดสินใจโครงการสำคัญ

อ.วรพล ไม้สน
อ.วรพล ไม้สน กรรมการมูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยฯ และอดีตเลขาธิการสมาคมดาราศาสตร์ไทย

ดร.แทนไท ประเสริฐกุล นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ และเจ้าของรายการ Witcast แสดงจุดยืนไม่เชื่อโหราศาสตร์ โดยตั้งข้อสังเกตเชิงสถิติ เช่น ความแตกต่างของผู้คนในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ หากดวงดาวหรือฤดูกาลมีผลจริง อย่างไรก็ตาม มองว่าการดูดวงมีบทบาทคล้าย ที่ปรึกษา หรือการบำบัดทางจิตใจ ทำให้ผู้คนได้ระบายปัญหา และมองความเชื่อเหล่านี้เป็นสีสันทางวัฒนธรรม เปรียบเสมือนโลกแฟนตาซีในภาพยนตร์หรือวรรณกรรม

แทนไท ประเสริฐกุล
ดร.แทนไท ประเสริฐกุล นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ และเจ้าของรายการ Witcast

นอกจากนี้ ยังมี ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท., คุณกรทอง วิริยะเศวตกุล นักสื่อสารดาราศาสตร์ และเจ้าของเพจ KornKT ร่วมเสวนาด้วย

คุณกรทอง วิริยะเศวตกุล นักสื่อสารดาราศาสตร์ และเจ้าของเพจ KornKT และ ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

สำหรับกิจกรรม The Visual Talk : Hora Star Paradox มีผู้เข้าร่วมประมาณ 900 คน ทั้งประชาชนทั่วไป เยาวชนและนักศึกษา และผู้สนใจในแวดวงโหราศาสตร์และดาราศาสตร์ โดยมีกล้องดูดาวด้วยกล้องโทรทรรศน์มากกว่า 70 ตัว เพื่อเปิดประสบการณ์การดูดาวให้กับผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ Planet Garden ถ่ายรูปกับบอลลูนดาวเคราะห์ยักษ์ Glow in the Dark โซนเรืองแสงสร้างสรรค์ลวดลายด้วยสีเรืองแสง DIY & Body Paint Stellar Light Box

เว็บไซต์ The Visual: Hora • Star • Paradox ดู(ดวง)ดาว ความย้อนแย้งระหว่าง “อ่านดวง” กับ “อ่านดาว” นำเสนอเนื้อหาเชิงลึกผ่านการใช้ข้อมูล Data Visualization เกี่ยวกับความเชื่อมโยงและความขัดแย้งระหว่าง “โหราศาสตร์” (การอ่านดวง) และ “ดาราศาสตร์” (การอ่านดาว) แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับดวงดาวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างวิทยาศาสตร์และความเชื่อ โดยชี้ให้เห็นว่าทั้งสองศาสตร์ต่างก็มีรากฐานมาจากการสังเกต “ข้อเท็จจริงจากวิถีของดวงดาว” เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ สามารถเข้าชมคอนเทนต์ Hora • Star • Paradox ดู(ดวง)ดาว ความย้อนแย้งระหว่าง “อ่านดวง” กับ “อ่านดาว” ได้ที่ www.thaipbs.or.th/TheVisualStar

ภาพกิจกรรม งาน The Visual Talk : Hora Star Paradox ส่องดาว เล่าดวง รหัสฟ้า…ชะตาคน