The Active ไทยพีบีเอส เปิดเวทีนโยบายสาธารณะ ชวนนักวิชาการ–แพทย์–นักออกแบบเมือง ออกแบบเมืองรองรับสังคมสูงวัย เสนอแนวคิด “ชุมชนกรุณา”, “ชรานคร” และระบบดูแลประคับประคอง เพื่อให้ “อยู่ดี แก่ดี ตายดี” มีศักดิ์ศรี วาระสุดท้ายต้องเป็นสิทธิของทุกคน
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่สนทนาสาธารณะ “Policy Forum : เมืองแบบไหน ให้เราอยู่ดี-แก่ดี-ตายดี” พูดคุยหารือเชิงนโยบายระหว่างนักวิชาการ แพทย์ นักออกแบบเมือง และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันมองอนาคตของสังคมสูงวัยไทย เพราะการออกแบบเมือง ระบบสุขภาพ และการสร้างชุมชนที่ทำให้ผู้คนยังคงเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน ทำให้เราอยู่ดี แก่ดี จนถึงตายดีในสังคมที่โดดเดี่ยว ต้องมาจากเมืองที่มีความพร้อม เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ในงาน Death Fest 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 13 – 15 มี.ค. 69 เวลา 09.00 – 19.00 น. ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6


วรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา และผู้ก่อตั้ง Peaceful Death กล่าวว่า การ “ตายดี” ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในสังคม โดยเสนอแนวคิด “ชุมชนกรุณา” ที่ทำให้ผู้คนในละแวกเดียวกันสามารถดูแลกันได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง พร้อมเสนอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้วยการจัดทำ Living Will หรือสมุดเบาใจ เพื่อสื่อสารความต้องการในช่วงท้ายของชีวิต

“ชุมชนกรุณา ต้องทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทิ้ง และในวาระสุดท้าย เขาควรมีสิทธิเลือกได้ว่าจะจากไปอย่างไรและที่ไหน” ผู้ก่อตั้ง Peaceful Death กล่าว
อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) กล่าวว่า “ชรานคร” คือเมืองที่ต้องออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยลง วัยทำงานกลายเป็น “เดอะแบก” เราต้องเตรียมตัว “ก่อนแก่” เมืองต้องมีพื้นที่และระบบที่เอื้อให้ผู้สูงอายุยัง Active ได้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเมืองในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องออกแบบเมืองใหม่บนหลัก Universal Design หรือ Design for All และแนวคิดเมือง 15 นาที ที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐาน พื้นที่สีเขียว และระบบขนส่งสาธารณะได้ในระยะใกล้ รวมถึงการสร้างพื้นที่ที่คนต่างวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้

อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ ต้องไม่ใช่แค่มีทางลาด แต่ต้องมีระบบขนส่ง พื้นที่สาธารณะ และโครงสร้างเมืองที่ทำให้คนทุกวัยออกมาใช้ชีวิตร่วมกันได้ เมืองต้องเป็นฐานรากของการสร้างสุขภาวะ ไม่ใช่สร้างภาระ โดยขอเสนอ 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ
- การตั้งรับ ระบบบริการสุขภาพต้องเข้าถึงง่าย
- การปรับตัว สวัสดิการและโอกาสทางเศรษฐกิจ (Silver Economy)
- การเปลี่ยนแปลง ปรับสภาพแวดล้อมให้เป็น Aging in Place หรืออยู่กับที่ได้จนแก่
ผศ. พญ.ฐิติมา ว่องวิริยะวงศ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อแนะนำในการคัดกรองสมรรถนะของผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อ “ป้องกันก่อนจะป่วย” โดยเน้น 6 ด้าน 1.การเคลื่อนไหว (กล้ามเนื้อและกระดูก) 2.การมองเห็น 3.การได้ยิน 4.การรู้คิด (ความจำและสมอง) 5.สภาวะทางจิตใจ (ความเศร้า) 6. พลังชีวิต สรุปได้ว่า การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยประคับประคอง ต้องประเมินองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ
- ด้านร่างกาย การรักษาโรคประจำตัว (เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ)
- ด้านจิตใจ (Mental) ภาวะซึมเศร้า หรือความโดดเดี่ยว (Loneliness)
- ด้านการทำหน้าที่ของร่างกาย เป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ดี คือความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้

หากรักษาระดับ “Function” ไว้ได้นานที่สุด ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีอิสระ ซึ่งเมืองที่ “อยู่ดี แก่ดี” ควรมีระบบสาธารณสุขที่เป็น One-Stop Service และให้มีบริการรับฝากดูแลผู้สูงอายุชั่วคราวช่วยลดภาระของผู้ดูแล
“การดูแลแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care ไม่ใช่การรอวันสุดท้ายของชีวิต แต่คือการรักษาคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุดตั้งแต่วันที่สุขภาพยังดี เพื่อให้มีสิทธิเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตช่วงท้ายอย่างไร ไม่ใช่รอจนถึงวาระสุดท้ายแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะอาจสายเกินไปที่จะทำให้การตายดีเกิดขึ้นจริง” ผศ. พญ.ฐิติมา กล่าว
ด้าน ผศ.ณัฏฐพัชร สโรบล ภาควิชานโยบายสังคม การพัฒนาสังคมและการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า คนไทย 1.8 ล้านคนเสี่ยง “ตายโดดเดี่ยว” เพราะอยู่ลำพัง แต่ข้อมูลงานวิจัยที่ได้ลงพื้นที่วิจัยที่เทศบาลเมืองบึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 7,000 หลังคาเรือน พบว่าคนที่ “อยู่ลำพัง” จริง ๆ สูงถึง 50% มากกว่าข้อมูลของภาครัฐ เนื่องจากเป็นการนับแค่เชิงกายภาพคือ อยู่ลำพังในบ้านจริง ๆ แต่ในทางสังคมศาสตร์ แบ่งความลำพังเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเปราะบางทางกายภาพ อยู่คนเดียวจริง ๆ 2.กลุ่มเปราะบางทางจิตใจ อยู่หลายคนแต่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือ เหงา 3.กลุ่มเสี่ยงเชิงสถานการณ์ เพราะลูกหลานไปทำงาน ทิ้งให้อยู่ลำพังตอนกลางวัน 4.กลุ่มแบกรับภาระ คือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงอีกคน (Hero ที่ถูกลืม)

“สังคมไทยต้องยอมรับว่าการอยู่ลำพังไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นวิถีชีวิตใหม่ของสังคมเมือง ปัญหาคือระบบยังไม่รองรับ นโยบายที่ดีต้องทำให้คนสามารถใช้ชีวิตแบบที่เขาเลือกได้อย่างปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีจนถึงบั้นปลาย รัฐจึงต้องปรับบทบาทจากการสงเคราะห์ มาเป็นการสร้างระบบสวัสดิการที่ทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งด้านรายได้ สุขภาพ และการมีส่วนร่วมในสังคม” ผศ.ณัฏฐพัชร กล่าว
ด้าน ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ไทยพีบีเอส กล่าวว่า The Active ไทยพีบีเอส ร่วมขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะและเชื่อมโยงเครือข่ายความรู้ เพื่อเปิดพื้นที่กลางให้สังคมร่วมแลกเปลี่ยนและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย ประเด็นสังคมสูงวัย เป็นโจทย์ที่มีความท้าทายของสังคมไทย เพราะไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมทางนโยบาย เมือง และระบบสังคม ให้ประชาชนทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปจนถึงวาระสุดท้าย การตายดีไม่ควรเป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่ควรถูกยกระดับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่รัฐ เมือง และชุมชนต้องร่วมกันออกแบบให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อให้สังคมไทยสามารถก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ และทำให้การ “อยู่ดี แก่ดี และตายดี” เป็นสิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับ Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย จัดโดย Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กรมการแพทย์, สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, กรมกิจการผู้สูงอายุ, สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ, ชีวามิตร, The Active Thai PBS และ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) งานจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 13 – 15 มี.ค. 69 เวลา 09.00 – 19.00 น. ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6 ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://readthecloud.co/activity/death-fest-2026/


