ไทยพีบีเอสเดินหน้าเดินหน้ายกระดับบุคลากร ผ่านเวที “Next Digital Leadership Program: Pitching Day” มีโครงงานนวัตกรรมเข้าร่วมถึง 44 โครงงาน มุ่งสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่เข้าใจบริบทขององค์กร มองเห็นปัญหาจริง และสามารถออกแบบทางออกที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของไทยพีบีเอสได้อย่างเป็นรูปธรรม
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยสำนักทรัพยากรมนุษย์ จัดกิจกรรม Next Digital Leadership Program : Pitching Day เปิดพื้นที่ให้บุคลากรกลุ่มพัฒนาศักยภาพสำหรับการเติบโตสู่บทบาทบริหาร ได้นำเสนอแนวคิด โครงงานต้นแบบ และนวัตกรรมการทำงานต่อผู้บริหาร เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยใช้แนวคิด Action Learning เป็นแกนหลักในการ ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงทฤษฎี แต่เปิดโอกาสให้ได้คิด วิเคราะห์ ออกแบบ และทดลองพัฒนาโครงงานที่ตอบโจทย์ทั้งยุทธศาสตร์องค์กรและปัญหาจริงในแต่ละสายงาน
ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ด้านบริหาร เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของสำนักทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้พร้อมเติบโตสู่บทบาทผู้บริหารในอนาคต โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์โจทย์จากงานที่รับผิดชอบ พัฒนาแนวทางหรือโครงงานต้นแบบ และนำเสนอผลลัพธ์ต่อผู้บริหาร ความสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างสรรค์ไอเดีย ใหม่ ๆ แต่คือการสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่เข้าใจบริบทขององค์กร มองเห็นปัญหาจริง และสามารถออกแบบทางออก ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของไทยพีบีเอสได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะองค์กรสื่อสาธารณะในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมี ผู้นำที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

กิจกรรมนี้ต่อยอดจากแนวคิด Hackathon และ Innovation Day ที่ไทยพีบีเอสใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาองค์กร เน้นการเปิดพื้นที่ความคิด สู่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันกิจกรรมได้ยกระดับมาเป็น Next Digital Leadership Program ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างนวัตกรรม แต่ผสานเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำเข้ากับการพัฒนาผลงานจากโครงงานจริงอย่างชัดเจน จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ของไทยพีบีเอส
สำหรับปี 2569 มีโครงงานเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 44 โครงงาน จากบุคลากรหลากหลายสายงาน ทั้งด้านข่าว การผลิต เทคโนโลยี ดิจิทัล งานสนับสนุน และงานบริหารภายในองค์กร เนื้อหาของโครงงานสะท้อนให้เห็นภาพของไทยพีบีเอสในฐานะองค์กรสื่อสาธารณะที่กำลังปรับตัวอย่างจริงจัง

ตัวอย่างโครงงานที่โดดเด่น อาทิ
- โครงงาน “Health Update ข่าวสุขภาพทันสถานการณ์” มุ่งนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพและสาธารณสุขที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจง่าย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาการรับข้อมูลสุขภาพที่คลาดเคลื่อนจากโซเชียลมีเดียของประชาชน เนื้อหาครอบคลุมข่าวสถานการณ์โรค คำแนะนำการดูแลสุขภาพ และการอธิบายข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เช่น ข่าวสั้นและอินโฟกราฟิก
- โครงงาน “เมืองรอดร้อนในกลุ่มเปราะบางเมือง” เป็นแนวคิดต้นแบบที่สะท้อนบทบาทของไทยพีบีเอสในการใช้สื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศกับการแก้ปัญหาสังคม โดยมุ่งปกป้องผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางจากวิกฤตความร้อนในเขตเมือง ผ่านการสื่อสารข้อมูลที่เข้าใจง่ายและการมีส่วนร่วมของชุมชน โครงการผสานการทำงานด้านข้อมูลดิจิทัล เครือข่ายอาสาสมัคร และพื้นที่ปลอดภัยในเมือง เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายเมืองที่ยั่งยืน ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม.
- โครงงาน “ศูนย์ภัยพิบัติอัจฉริยะไทยพีบีเอส (Thai PBS Smart Disaster Command Center : SDCC)” มุ่งยกระดับบทบาทไทยพีบีเอสจากสถานีข่าวสู่ “สถานีเตือนภัยของสังคม” ด้วยระบบข้อมูลและการแจ้งเตือนภัยที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อช่วยลดความสูญเสียจากภัยพิบัติและสนับสนุนการตัดสินใจของประชาชนในภาวะวิกฤติ โครงการพัฒนาระบบศูนย์บัญชาการข้อมูลแบบบูรณาการ เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานและเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมระบบแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจงพื้นที่ (Geo-Alert) และการสื่อสารข้ามแพลตฟอร์มแบบ 360 องศา
- โครงงาน“FINNY” แนวคิด AI Chatbot ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านข้อมูลการเงินหรือ Financial Guide สำหรับบุคลากรในองค์กร ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับระเบียบการเบิกจ่าย ค่าวิทยากร ค่ารับรอง หรือค่าเดินทางต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ที่ใช้งานสะดวกและเข้าถึงง่าย
- โครงงาน “ระบบจัดการงานภายในส่วนงานวิศวกรรม” เป็นการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อยกระดับการบริหารจัดการงานภายในองค์กร ลดขั้นตอนการทำงานและการใช้เอกสาร พร้อมรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานให้อยู่ในระบบเดียวที่เข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว ระบบยังสามารถสรุปผลข้อมูลในรูปแบบ Dashboard เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนบทบาทของไทยพีบีเอสในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและการบริหารจัดการที่ทันสมัย
- โครงงาน “One Form Thai PBS” ซึ่งมุ่งลดความซับซ้อนของเอกสารและขั้นตอนการเบิกค่าใช้จ่ายภายในองค์กร โดยออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแบบฟอร์มและขั้นตอนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ลดภาระงานซ้ำซ้อน และช่วยให้ระบบงานภายในมีความคล่องตัวมากขึ้น
- โครงงาน “วิกฤตความร้อน สู่การขับเคลื่อนเมืองด้วยสื่อและการสื่อสาร” ที่หยิบยกประเด็นสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในเมืองมาออกแบบการสื่อสารเชิงรุก ไม่ใช่เพียงเพื่อรายงานสถานการณ์ แต่เพื่อสร้างความตระหนักรู้และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในระดับเมืองและสังคม
- โครงงาน “Active Data Lab” นำเสนอแนวคิดการพัฒนา Open Data Service และการเล่าเรื่องด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานข่าว งานสื่อสารสาธารณะและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน โครงงานนี้สะท้อนศักยภาพของบุคลากรไทยพีบีเอสในการมองบทบาทของสื่อสาธารณะให้ก้าวไปไกลกว่าการผลิตคอนเทนต์
นอกจากนี้ ยังมีโครงงานด้านการปรับรูปแบบการผลิตสื่อให้เหมาะกับยุคดิจิทัล เช่น การออกแบบ workflow ที่คล่องตัวขึ้นสำหรับการผลิตคอนเทนต์หลายแพลตฟอร์ม ทั้งวิดีโอสั้น รายการออนไลน์ พอดแคสต์ และคอนเทนต์ที่ต้องการความรวดเร็วในการเผยแพร่ และโครงงานที่มุ่งสื่อสารกับผู้ชมกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ผ่านการออกแบบภาษา ภาพ รูปแบบเนื้อหา และวิธีเล่าเรื่องที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเสพสื่อในปัจจุบัน ขณะที่บางโครงงานสะท้อนการมองเห็นปัญหาเชิงสาธารณูปโภคและคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น ประเด็น “น้ำไหล ไฟสว่าง ถนนดี” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การออกแบบเครื่องมือสื่อสารหรือระบบข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ทุกโครงงาน มีจุดร่วมสำคัญ คือการเริ่มต้นจากโจทย์จริง ทั้งโจทย์จากระบบงานภายในองค์กรและโจทย์จากภารกิจสาธารณะของไทยพีบีเอส ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงเสนอความคิดในเชิงนามธรรม แต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิธีคิด กระบวนการทดลอง และศักยภาพในการทำให้โครงการนั้นเกิดผลได้จริง
โครงการ ฯ ยังได้จัดให้มีการมอบรางวัลแก่ผลงานที่โดดเด่น โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงงาน “Health Update ข่าวสุขภาพทันสถานการณ์” ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ โครงงาน “เมืองรอดร้อนในกลุ่มเปราะบางเมือง” และโครงงาน “ระบบจัดการงานภายในส่วนงานวิศวกรรม”

กิจกรรมนี้สะท้อนบทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะที่ไม่ได้พัฒนาเพียงเนื้อหา แต่ให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาคน” ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กร เวที Pitching Day จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมภายใน แต่เป็นภาพขององค์กรที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เริ่มจากการสร้างผู้นำที่มองเห็นปัญหา และขับเคลื่อนทางออกได้จริง ทั้งเพื่อองค์กรและสังคม
