กสทช.อินโดนีเซีย เยือนไทยพีบีเอส ศึกษาการประยุกต์ใช้ AI ในสื่อ และแนวทางกำกับดูแล กสทช.อินโดนีเซีย เยือนไทยพีบีเอส ศึกษาการประยุกต์ใช้ AI ในสื่อ และแนวทางกำกับดูแล
ข่าวความร่วมมือและพันธมิตร

กสทช.อินโดนีเซีย เยือนไทยพีบีเอส ศึกษาการประยุกต์ใช้ AI ในสื่อ และแนวทางกำกับดูแล

0 ครั้ง

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ให้การต้อนรับ คณะผู้แทนจากคณะกรรมาธิการกระจายเสียงแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือ Komisi Penyiaran Indonesia (KPI) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงของอินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกิจการสื่อ และศึกษาแนวทางการวางกรอบกำกับดูแลสื่อสาธารณะ

โดยมีนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร, นายเทพชัย หย่อง ที่ปรึกษา Thai PBS World, นางสาวแคลร์ ปัจฉิมานนท์ ผอ.ศูนย์ Thai PBS World, นางสาวปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผอ.ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ และนางสาวฤทัย ธรรมสัทธา หัวหน้างานยุทธศาสตร์และเครือข่ายสัมพันธ์ ศูนย์ Thai PBS World พร้อมด้วยทีมงานให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คณะผู้แทนจาก กสทช. อินโดนีเซีย ซึ่งประกอบด้วย Mr.Mohamad Reza รองประธาน KPI และ Mr. Umri จากสำนักเลขาธิการ KPI ที่เดินทางมาเยือนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้การจัดทำแนวปฏิบัติและหลักเกณฑ์ด้านการใช้ AI สำหรับการกำกับดูแลสื่อในประเทศอินโดนีเซีย

Mr.Mohamad Reza รองประธาน KPI และ Mr. Umri จากสำนักเลขาธิการ KPI

นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร กล่าวถึงบทบาทของไทยพีบีเอส ในฐานะสื่อสาธารณะว่า ไทยพีบีเอส นำเสนอข่าวและรายการที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ชม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ดำเนินงานโดยปราศจากอิทธิพลทางการเมืองและเชิงพาณิชย์ ได้รับงบประมาณสนับสนุนปีละ 2,000 ล้านบาท จากภาษีสรรพามิตร ที่จัดเก็บจากสุราและบุหรี่ ในอัตรา 1.5% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท

นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร

ทั้งนี้ คณะผู้แทน KPI ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการใหญ่และคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งมาจากคณะกรรมการสรรหา 9 คน ที่เป็นตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมที่มิใช่ภาครัฐ อันเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรับรองความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารของรัฐ

ขณะที่สำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS ได้นำเสนอภาพรวมการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาข่าวบนแพลตฟอร์มดิจิทัล อาทิ

  • ระบบแปลงข้อความข่าวเป็นเสียง (Text-to-Speech) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเนื้อหาบนเว็บไซต์
  • ระบบสรุปข่าวอัตโนมัติ (AI Text Summarization) สำหรับบทความออนไลน์
  • การผลิตสื่อภาพและเสียงด้วย AI
  • ผู้ประกาศข่าวเสมือน (AI News Anchor Avatar) สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับความท้าทายด้านข่าวปลอม (Fake News) และข้อมูลบิดเบือน (Disinformation/Misinformation) บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยนำเสนอแพลตฟอร์ม “Thai PBS Verify” ที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลของ Thai PBS ที่ผสานการทำงานของผู้เชี่ยวชาญกับเทคโนโลยี AI เพื่อตรวจสอบคลิปไวรัล สืบค้นข้อเท็จจริง และตรวจจับสื่อปลอมแปลงแบบดีปเฟก (Deepfake) ตอกย้ำบทบาทของ Thai PBS ในฐานะแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของสังคมไทย

ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนยังได้เยี่ยมชมสตูดิโอระบบกล้อง 4K แบบโรบอติก ซึ่งสามารถควบคุมการทำงานด้วยทีมงานเพียง 2 คน ตลอดจนศูนย์ปฏิบัติการโครงข่าย (Network Operation Center: NOC) ที่ดูแลและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานการออกอากาศทั่วประเทศ

การมาเยือนและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของคณะผู้แทนจากคณะกรรมาธิการกระจายเสียงแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือกับความท้าทายร่วมกันของสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ควบคู่กับการรักษาความเป็นอิสระของสื่อในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน