ปูพรมตรวจโรงงานฝังกลบ-รีไซเคิล 3,049 แห่งทั่วประเทศ
สัญญาณเอาจริงจากภาครัฐเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปล่อยแถวและมอบนโยบายเข้มข้นให้กับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อลงพื้นที่กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยพุ่งเป้าไปที่สถานประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ซึ่งเป็นกลุ่มโรงงานเกี่ยวกับการคัดแยก ฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงโรงงานที่นำของเสียมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่
ปฏิบัติการครั้งนี้ตั้งเป้าตรวจสอบโรงงานจำนวน 3,049 แห่ง โดยคัดกรองจากความเสี่ยง ข้อร้องเรียน ประวัติการฝ่าฝืนคำสั่ง ข้อมูลที่ผิดปกติ ตลอดจนความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม แผนการทำงานถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะอย่างชัดเจน ดังนี้
- กลุ่ม A: เริ่มดีเดย์พรุ่งนี้ (2 พ.ย. 69) วันแรก โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ 50 ทีม จะบุกตรวจ 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ รวมกว่า 1,500 โรงงาน
- กลุ่ม B: ลุยตรวจสมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
- กลุ่ม C: ปูพรมตรวจอีก 66 จังหวัดที่เหลือ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม
เพื่อให้การทำงานเฉียบขาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้รายงานผลปฏิบัติการหลังเข้าตรวจสอบภายใน 24 ชั่วโมง แม้จะยอมรับว่าหากพบความผิด อาจยังสั่งปิดโรงงานทันทีไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลาตามกระบวนการออกคำสั่งราว 2-3 วัน แต่ได้กำชับให้ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ โดยต้องไม่จบแค่การเปรียบเทียบปรับ แต่ต้องตามเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์ ฟันคดีอาญา และขับไล่ต่างชาติที่ทำผิดออกนอกประเทศ
นอกจากนี้ นายวราวุธยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุมเข้มให้ทุกโรงงานปฏิบัติตามเงื่อนไขการขออนุญาตอย่างเคร่งครัด หวังลดปัญหาการจัดการของเสียจากภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน และบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงประชาชนในพื้นที่

























































