"สุริยะ" รับ! ซื้อเครื่องบินส่วนตัว แจ้งถือครองตามสัดส่วน 30 ล้าน
กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อเพจดังออกมาแฉข้อมูลนักการเมือง "บิ๊ก ส." ซื้อเครื่องบินหรูจากเครือข่ายสีเทา แต่แจ้งทรัพย์สินต่ำกว่าความเป็นจริง ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ออกมายอมรับแล้วว่าเป็นผู้ซื้อเครื่องบินลำดังกล่าวจริง พร้อมชี้แจงรายละเอียดสัดส่วนการถือครอง และปฏิเสธข่าวลือเรื่องการใช้เครื่องบินขนส่งท่อน้ำเลี้ยงทางการเมือง
ไขปริศนา Gulfstream G550 มูลค่า 862 ล้าน ทำไมแจ้ง ป.ป.ช. แค่ 30 ล้าน?
นายสุริยะเปิดเผยไทม์ไลน์การซื้อขายว่า ได้ซื้อเครื่องบินรุ่น Private Jet-Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ "เบน สมิธ" (ซึ่งต่อมาถูก ปปง. อายัดทรัพย์คดีอาชญากรรมข้ามชาติ) ในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ตามคำแนะนำของเพื่อน
โดยมีการนำเข้าและชำระภาษีถูกต้องต่อกรมศุลกากรในวันที่ 13 กันยายน 2567 มูลค่ารวม 862,191,500 บาท
ส่วนประเด็นดราม่าเรื่องตัวเลขในบัญชีทรัพย์สินนั้น นายสุริยะและนายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรค ชี้แจงตรงกันว่า "แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ตามสิทธิที่ถือครอง ในสัดส่วน 30 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลือกว่า 832 ล้านบาท เป็นการถือครองโดยกลุ่มญาติพี่น้อง"
โต้เดือด! ข่าวลือใช้เจท "ลำเลียงกระสุน" ไปเหนือ-อีสาน ช่วงเลือกตั้ง
นอกจากเรื่องที่มาของทรัพย์สินแล้ว ยังมีกระแสโจมตีว่ามีการนำเครื่องบินลำนี้ไปใช้ในภารกิจลับทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการขนส่งทรัพยากรไปยังพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน
นายสุริยะยืนยันว่าได้เริ่มใช้งานบินจริงช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายหรือเม็ดเงินทางการเมือง
"ไม่เป็นความจริง ที่ใช้เครื่องบินนี้ลำเลียงกระสุนทางการเมือง... เป็นแค่การโจมตีและกล่าวหาทางการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง"
ทั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยและทีมงานกฎหมายยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการตรวจสอบ ทั้งเรื่องการซื้อขาย การเสียภาษี และการยื่นบัญชีทรัพย์สิน




























































