จับตา "วิชามาร" โค้งสุดท้าย
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหย่อนบัตร "เลือกตั้ง 2569" สนามการเมืองเดือดระอุ เมื่อแต่ละพรรคเริ่มงัด "วิชามาร" ออกมาใช้หวังผลทางคะแนนนิยม ทั้งการปั่นกระแสให้ตัวเองและดิสเครดิตคู่แข่ง โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่ "พรรคเพื่อไทย - พรรคประชาชน - พรรคภูมิใจไทย" ที่เปิดศึก "รุมกินโต๊ะ" และ "เตะตัดขา" กันอย่างดุเดือด เพื่อชิงความได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลและเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
เปิด 3 ปมร้อน "วิชามาร" เครื่องมือสังหารทางการเมือง
ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ มี 3 เงื่อนไขหลักที่ถูกนำมา "บิด" และขยายผลเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม ได้แก่
- ปมชายแดน "ไทย-กัมพูชา" (MOU 44 / เกาะกูด)
- ปมแก้รัฐธรรมนูญ 2560 (โดยเฉพาะหมวด 1 และ 2)
- ปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง (การใช้อำนาจรัฐ / คดีเขากระโดง)
เป้าหมายของวิชามารเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้ง แต่มีนัยแฝง คือ "หวังผลระยะยาว... เขย่ารัฐบาลประชาชน-เตะตัดขาพรรคประชาชน เดินเข้าทำเนียบรัฐบาล"
"พรรคภูมิใจไทย vs พรรคประชาชน" แลกหมัดคนละมุม "ชาตินิยม" ชน "ทุจริต"
คู่เอกของศึกวิชามารรอบนี้หนีไม่พ้น "พรรคภูมิใจไทย" และ "พรรคประชาชน" ที่ต่างฝ่ายต่างงัดจุดอ่อนของอีกฝั่งมาโจมตี
- พรรคภูมิใจไทย: ใช้กระแส "ชาตินิยม" โจมตีจุดอ่อนพรรคประชาชนในเรื่องปมชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยวาทกรรม "รัก/ไม่รักชาติ", "วิ่งราวชาติ" และ "มีทหารไว้ทำไม" รวมถึงขยี้ปมแก้รัฐธรรมนูญว่าเป็นการ "ตีเช็คเปล่า" หรือ "ล้มสถาบัน"
- พรรคประชาชน: สวนกลับด้วยการขุดปม "ทุจริตเลือกตั้ง-ใช้อำนาจรัฐ" มาเขย่าพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะประเด็นการถอนเงิน 450 ล้านบาท, คดีฮั้วเลือก สว. และคดีที่ดินเขากระโดง
"พรรคภูมิใจไทยใช้ปมชายแดนหาเสียง แต่นี่คือ จุดอ่อน..พรรคประชาชน ขณะที่..พรรคประชาชนใช้ปมทุจริตเลือกตั้ง-ใช้อำนาจรัฐหาเสียง เพราะเป็นประเด็นเขย่าพรรคภูมิใจไทยได้มากสุด"
"พรรคเพื่อไทย" กราดยิงทุกทิศ - "พรรคภูมิใจไทย" อ่วมปมใช้อำนาจรัฐ
ในขณะที่ 2 พรรคแลกหมัด "พรรคเพื่อไทย" อาศัยจังหวะนี้ "กราดยิง" ใส่ทั้งสองพรรคคู่แข่ง โดยหยิบยกทั้ง 3 เงื่อนไขมาโจมตีบนเวทีปราศรัย (เน้นหนักไปที่พรรคประชาชน)
ส่วนพรรคภูมิใจไทย แม้จะใช้กระแสชาตินิยมเข้าสู้ แต่ก็ต้องตกเป็นเป้ากระสุนตกในเรื่องความโปร่งใส ทั้งข้อครหาเรื่อง กกต. และคดีความต่าง ๆ
"แม้จะมีคำอธิบาย 'เรื่องอยู่ในกระบวนการกฎหมายแล้ว' แต่ก็ไม่คลายความเคลือบแคลงสงสัย..ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งได้"
สุดท้ายแล้ว "วิชามาร" เหล่านี้จะเป็นเพียงข่าวลือหรือข้อเท็จจริง ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของ "ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง" ที่จะต้องไตร่ตรองและกลั่นกรองข้อมูลก่อนเข้าคูหา




























































