ภาคเหนือยังวิกฤต ไฟป่า-ฝุ่นพิษ
สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ และไฟป่า ใน 17 จังหวัด ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบจุดความร้อน (Hotspot) พุ่งสูงถึง 3,285 จุด ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้มและสีแดงซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานติดต่อกันเป็นวันที่ 11 ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอน มียอดจุดความร้อนสะสมสูงสุดจนต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มเติมเพื่อเร่งนำงบประมาณเข้าช่วยเหลือประชาชน
เชียงใหม่วิกฤต! ฝุ่นหนาทึบกระทบทัศนวิสัยการบิน ดอยสุเทพหายลับตา
พื้นที่ จ.เชียงใหม่ ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาแน่นจนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการสัญจรทางอากาศอย่างเห็นได้ชัด
- ทัศนวิสัยการบินลดต่ำ: บริเวณท่าอากาศยานเชียงใหม่มีทัศนวิสัยเหลือเพียง 1,500-1,800 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเปิดระบบนำร่องรันเวย์เต็มรูปแบบ และประเมินสถานการณ์เที่ยวบินแบบวันต่อวัน
- ดอยสุเทพถูกกลืนหาย: สถานการณ์ฝุ่นที่รุนแรงทำให้มองไม่เห็นดอยสุเทพมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 รวมระยะเวลา 11 วันติดต่อกัน
- ทางเลือกของประชาชน: ชาวบ้านบางส่วนต้องลี้ภัยฝุ่นมุ่งหน้าสู่ "ห้องปลอดฝุ่น" เนื่องจากบ้านเรือนที่เป็นโครงสร้างเปิดไม่สามารถป้องกันฝุ่นพิษได้ ขณะที่ กลุ่มผู้ทำงานกลางแจ้งเริ่มมีอาการแสบจมูก แสบคอ และเคืองตา
แม่ฮ่องสอนครองแชมป์จุดความร้อน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 4 อำเภอรวด
จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ภาคเหนือ พบว่า จ.แม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้
- จุดความร้อนสะสม: รอบเช้าวันนี้ (4 เม.ย. 69) แม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนสูงสุด 805 จุด ตามด้วย จ.ตาก 390 จุด และเชียงใหม่ 378 จุด
- ประกาศเขตภัยพิบัติ: ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนประกาศพื้นที่เขตภัยพิบัติฉุกเฉินเพิ่มที่ อ.เมือง และ อ.ขุนยวม (จากเดิมที่มี อ.ปาย และแม่สะเรียง) เพื่อเร่งเบิกจ่ายงบประมาณท้องถิ่นแก้ปัญหา
- ค่าฝุ่นพุ่งกระฉูด: พื้นที่ อ.ปาย วัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้สูงถึง 332.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์อันตรายอย่างยิ่ง
เชียงราย-สามเหลี่ยมทองคำ อ่วมฝุ่นข้ามพรมแดน ท่องเที่ยวซบเซาหนัก
บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ฝุ่นควันยังคงปกคลุมหนาทึบกินพื้นที่ 3 ประเทศ (ไทย ลาว เมียนมา)
- กระทบเศรษฐกิจ: ฝุ่นควันส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่แทบไม่มีการเดินทางเข้าพื้นที่ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นกรุ๊ปทัวร์จองล่วงหน้าก็ลดลงอย่างมาก
- เสียงจากชาวบ้าน: ประชาชนในพื้นที่และผู้เดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียงระบุว่า ฝุ่นส่งผลต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อย่างรุนแรง จนต้องสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา
- มาตรการภาครัฐ: เสริมกำลัง อส. 1,000 นาย และปฏิบัติการฝนหลวงกู้สถานการณ์
ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังทุกช่องทางเพื่อควบคุมจุดความร้อนก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์
- บังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุด: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่สั่งการทุกอำเภอควบคุมบุคคลเข้าเขตป่าอย่างเข้มงวด หากพบการลักลอบเผาป่าจะดำเนินคดีลงโทษขั้นสูงสุดทันที
- เสริมกำลังภาคพื้นดิน: เพิ่มกำลังสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) อีก 1,000 นาย (เชียงใหม่ 700 นาย, ลำพูน 300 นาย) เพื่อลงพื้นที่ดับไฟป่าอย่างประชิด
- ความหวังจากฝนหลวง: กรมฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นบินปฏิบัติการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าหากทำฝนหลวงสำเร็จจะช่วยลดปริมาณจุดความร้อนและชะล้างฝุ่นควันให้คลี่คลายลง



























































