กทม.แจงโครงการแก้มลิงอาจไม่คุ้มค่า เร่งพัฒนา 4 คลองหลักระบายน้ำ
นายเจษฎา จันทรประภา รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ ชี้แจงถึงการปรับแผนไม่ก่อสร้างแก้มลิงบางโครงการต่อ เช่น โครงการแก้มลิงบึงคู้บอน และบางชัน เนื่องจากมองว่าไม่คุ้มค่าเพราะขนาดบึงความจุน้ำได้น้อย เช่น บึงคู้บอน ความจุน้ำเพียง 5 แสนล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับ ปริมาณฝนที่ตกลงมาก่อนหน้านี้ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเห็นว่าเกินความจุหลายเท่า
ขณะเดียวกันงบประมาณในการเวนคืนที่ดินรวมถึงการก่อสร้าง ของบึงคู้บอนและบางชัน มูลค่าสูงถึง 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาเวนคืนที่ดินเทียบกับราคาตลาดไม่ใช่ราคาของกรมที่ดิน และเป็นค่าก่อสร้างด้วย และที่ผ่านมาเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่ยินยอมให้เวนคืนที่และคัดค้านโครงการก่อสร้างแก้มลิง จึงมีการหารือร่วมกับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ปรับแผนโครงการเป็นการพัฒนาระบบคลองและออกแบบอุโมงค์ส่วนต่อขยายบึงหนองบอนขึ้นมา เพื่อรับและนำน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
โดยปี 2556 มีการศึกษาระบบระบายน้ำ ทางด้านตะวันออก ซึ่ง กนช.ได้ร่วมหารือด้วย และพบว่า มีคลองหลัก 4 คลอง ที่สามารถระบายน้ำได้ คือ
- คลองถนน ที่รับน้ำจากคลองสองและพื้นที่ตอนเหนือ โดยจะเชื่อมต่อมายังคลองลาดพร้าว ออกไปยังคลองเปรมประชากรได้
- คลองสายที่ 2 คือ คลองลำหม้อแตก รับน้ำจากคลองหกวาสายล่าง และมาลงคลองเปรมประชากรเช่นกัน ซึ่งคลองทั้ง 2 คลองนี้ กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโมงค์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา
- คลองสายที่ 3 คือ คลองพระยาสุเรนทร์ ที่รับน้ำไปออกคลองแสนแสบ และบางส่วนมีการจัดการประตูน้ำเพื่อผันน้ำไปลงคลองประเวศ
- คลองสามวา ที่นับน้ำจากตอนเหนือนอกเขต กทม. และระบายน้ำออกสู่คลองแสนแสบ
กทม. ยังยืนยันว่า โครงการแก้มลิงมีความคุ้มค่าน้อยกว่าอุโมงค์และระบบระบายน้ำ ซึ่งการดำเนินการโครงการครั้งนี้ทำตามระเบียบและหลักการทุกอย่าง


























































