เปิดช่องว่างทางกฎหมาย ดึงดูดต่างชาติ "ตั้งบริษัท-ถือครองสินทรัพย์" ในไทย
บ้านหลังนี้ มีราคาซื้อขายที่ 43 ล้านบาท ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหรู ย่านกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพมหานคร และคือที่พักอาศัยของผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่ทางการจีนต้องการตัว หลบหนีหมายจับในคดีพนันออนไลน์และฆาตกรรม เข้ามาในไทยช่วงปี 2564 ด้วยหนังสือเดินทางกัมพูชา และเซื้อบ้านพักหรู ผ่านบริษัท นิติบุคคล ในปี 2565 ซึ่งมีกรรมสิทธิ์บ้านในหมู่บ้านนี้มากถึง 88 หลัง
และมีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาชาวจีน หลบหนีหมายจับในคดีฉ้อโกงออนไลน์ และอั้งยี่ ที่กบดานในไทยอีก 5 คน ทั้งหมดต่างถือครองทรัพย์สิน ด้วยรูปแบบเดียวกันคือ ซื้อบ้านหรู มูลค่าหลายสิบล้านบาท จำนวนหลายสิบหลัง ผ่านบริษัท นิติบุคคล โดยมีชาวไทยเป็นนอมินี ซึ่งมีสำนักงานกฎหมาย แนะนำและดำเนินการให้ ตามการว่าจ้าง
เครือข่ายนี้ ซื้อบ้านหรู ใน 4 โครงการ ย่านชานเมือง รวม 312 หลัง และซื้อที่ดินอีกจำนวนมาก รวมมูลค่าราว 6,000 ล้านบาท ครอบครองด้วยชื่อนิติบุคคล 95 บริษัท ปรากฏชื่อคนไทยเป็นนอมินี ถือหุ้นบริษัทมากถึง 156 รายชื่อ
ชลบุรี ก็ได้รับนิยมไม่แพ้กัน ตำรวจบุกตรวจค้น 12 เป้าหมาย พบถือครองบ้านและที่ดิน ในนาม บริษัท ซึ่งมีทั้งรูปแบบชาวจีนถือหุ้นทั้งหมด และใช้ชาวไทยเป็นนอมินี ผลปฏิบัติการตรวจยึดบ้าน 12 หลัง ที่ดิน 16 แปลง มูลค่ากว่า 800 ล้าน
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยระบุว่า ขบวนการเหล่านี้ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น นอมินี สวมสิทธิ หรือ เข้าถึงสถานะต่าง ๆ โดยมิชอบ ซึ่งต่างก็มีเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นตัวแปรสำคัญ
การจดทะเบียนตั้งบริษัท พบว่า กลุ่มขบวนการว่าจ้าง สำนักงานกฎหมายดำเนินการให้ โดยจัดหาชื่อชาวไทย ถือหุ้นร้อยละ 51 ซึ่งมักจะไม่มีการตรวจสอบเชิงลึกถึงแหล่งรายได้ หรือ "ศักยภาพทางการเงิน" ส่วนชาวจีน ถือหุ้นร้อย 49 จะเป็นผู้มีอำนาจลงนามเพียงผู้เดียว
โฆษกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยอมรับว่า พ.ร.บ.ทนายความ มีมาตั้งแต่ปี 2528 ไม่คลอบคลุม สำนักงานกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นเสนอแก้ไขและรับฟังความเห็น แต่การพิจารณามารยาททนายความ ก็มีหลักการกำหนดโทษวินัยชัดเจน
ปฏิเสธไม่ได้ ประตูบานแรก คือ การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งกลุ่มอาชญากรส่วนใหญ่ ไม่มีประวัติการกระทำความผิด บ้างก็ปกปิดตัวตนด้วยการเปลี่ยนสัญชาติ การเฝ้าระวังกลุ่มเป้าหมาย การคัดกรองคนเข้าเมือง ไปจนถึงการติดตามพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง จึงเป็นภารกิจสำคัญ ของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า มีแนวทางตั้งแต่ตรวจสอบประวัติและคัดกรองอย่างเข้มงวด ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมเสี่ยง หลังเข้ามาพำนักอยู่ในไทย
การป้องกันและปราปบรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน จัดตั้ง "ศูนย์ป้องกันนอมินี" เพื่อตรวจสอบการถือครองบ้านหรือที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มีหน้าที่ตรวจบัญชีเงินฝากของผู้ถือหุ้นไทยทุกคน เพื่อพิสูจน์ศักยภาพทางการเงินที่แท้จริง และยังมี ดีเอสไอ รวมถึง ปปง. ที่มีอำนาจตรวจสอบสำนักงานกฎหมาย สำนักงานบัญชี และบริษัท นอมินี ได้ทั่วประเทศ แต่ทั้งหมดนี้ จะมีประสิทธิและยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อทุกหน่ายงานปฏิบัติการต่อเนื่องและจริงจัง

























































