เมื่อ "น้ำไม่ลด" ประชาชนเรียกร้องให้เร่งระบายน้ำ
ปริมาณน้ำเหนือและน้ำสะสมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงฝั่งตะวันออก ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ส่งผลให้ประตูระบายน้ำกลายเป็นจุดเผชิญหน้าระหว่างประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
ขณะที่ฝ่ายวิชาการเตือนให้รัฐบาลใช้หน่วยงานส่วนกลางคุมภาพรวมทั้งหมด เพื่อป้องกันน้ำทะลักย้อนกลับ และต้องเตรียมรับมืออากาศแปรปรวนฝนตกหนักระลอกใหม่ตั้งแต่วันนี้ (4 ต.ค. 69) ถึง 7 ต.ค. 69 รวมถึงช่วง 10-11 ต.ค. นี้
ศึกบริหารจัดการน้ำ! ประตูระบายน้ำกลายเป็นจุดตึงเครียดระหว่างชุมชน
ปริมาณน้ำเหนือที่ระบายผ่านลุ่มน้ำเจ้าพระยายังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่สถานการณ์ฝั่งตะวันออกทวีความวิกฤตจากมวลน้ำสะสมและแนวโน้มฝนตกหนัก
คลองหลักและประตูระบายน้ำบริเวณรอยต่อ นครนายก–ปทุมธานี, ปทุมธานี–กรุงเทพฯ, ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี กลายเป็นจุดตึงเครียด เมื่อประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการน้ำ
พื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก กลายเป็นจุดรับน้ำหลักหลังการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล จนน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 20,000 ไร่ นานกว่า 2 สัปดาห์
ชาวองครักษ์จึงรวมตัวเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 เพื่อผลักดันน้ำออกไป ซึ่งมวลน้ำจะไหลเข้า อ.หนองเสือ และ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์วิกฤตอยู่แล้ว และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงเขตสายไหม กรุงเทพฯ
ด้านชาวบ้านฝั่งลำลูกกา จ.ปทุมธานี เผชิญน้ำท่วมขังยาวนานจนน้ำเริ่มเน่าเสีย เมื่อระบายไปฝั่งตะวันออกไม่ได้ จึงเกิดกระแสกดดันบริเวณประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ และประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้
เพื่อให้ กทม. ยอมเปิดประตูระบายน้ำช่วยแบ่งเบามวลน้ำจากปทุมธานี ท่ามกลางความกังวลของชาวบ้านฝั่งเขตสายไหมที่ระดับน้ำในพื้นที่ยังคงสูงอยู่
ฝ่ายวิชาการชี้รัฐต้องใช้ส่วนกลางคุมภาพรวม หวั่นเปิดประตูน้ำทำทะลักย้อนกลับ
นักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า หากปล่อยให้ท้องถิ่นบริหารการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำเอง อาจทำให้น้ำท่วมขยายวงกว้าง และหากระดับน้ำปลายทางยังสูง การเปิดประตูน้ำอาจทำให้น้ำระบายได้ช้าหรือไหลย้อนกลับ
จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานส่วนกลางเข้ามาบริหารจัดการและมองภาพรวมทั้งหมด เพื่อการระบายน้ำมุ่งหน้าสู่แม่น้ำบางปะกงอย่างมีประสิทธิภาพ
เตือนฝนซ้ำ 2 ระลอก! 4–7 ต.ค. 69 อากาศแปรปรวน และ 10–11 ต.ค. 69 ถล่มซ้ำ
กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนให้เตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่วันนี้ (4 ต.ค. 69) จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยเฉพาะวันที่ 5 ตุลาคม 2569 พื้นที่เสี่ยงในแนวด้านตะวันตกของประเทศอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์หน้า วันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยยังต้องเตรียมรับมือกับฝนอีกระลอก ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมขังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น



























































