รัฐเร่งระบายน้ำคลองรังสิต รับน้ำ จ.นครนายก
รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่ประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี สั่งการเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังผันน้ำ 84 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งระบายน้ำเน่าเสียและรับมือมวลน้ำจาก อ.องครักษ์ จ.นครนายก
พร้อมเตรียมนัดประชุมหน่วยงานพื้นที่ภาคกลางบูรณาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ท่ามกลางการเตือนภัยฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. นี้
รองนายกฯ ลงพื้นที่ปากคลองรังสิต สั่งสูบน้ำเต็มกำลัง 84 ลบ.ม./วิ รับมวลน้ำนครนายก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางลงพื้นที่ประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น
จากการตรวจสอบพบว่าปริมาณน้ำส่วนใหญ่ไหลมาจาก จ.นครนายก ขณะที่น้ำเหนือยังทรงตัว โดยสั่งการให้เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง ซึ่งผันน้ำได้ราว 84 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กหรือเครื่องซิ่งเข้ามาเสริมในชุมชนต่าง ๆ
วิกฤตริมคลองรังสิต! น้ำเน่าเสียขังยาวนานตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 69 ชาวบ้านผวาท่วมซ้ำ
สถานการณ์น้ำท่วมขังในชุมชนริมคลองรังสิตยังคงน่าเป็นห่วง และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างหนักมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 การค้าขายซบเซาอย่างมาก
น้ำท่วมขังตามบ้านเรือนเริ่มกลายเป็นน้ำเน่าเสีย ชาวบ้านเรียกร้องให้เร่งผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยเร็ว เนื่องจากกังวลว่ามวลน้ำจากนครนายกและฝนที่จะตกเพิ่มจะทำให้สถานการณ์แย่ลง
เพื่อป้องกันมวลน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำท่อซิ่งจำนวน 5 เครื่อง ผลัดเปลี่ยนกันเดินเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ริมคลองรังสิตอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครรังสิตได้นำรถแบล็คโฮมาขนย้ายบิ๊กแบ็ก เพื่อจัดทำแนวคันกั้นน้ำจำนวน 2 ชั้นตลอดแนวชุมชน รับมือมวลน้ำจาก อ.องครักษ์ จ.นครนายก ที่อาจไหลเข้าสมทบ
อบจ.ปทุมฯ ชี้คลองรังสิตแน่นรองรับไม่ไหว รัฐเตรียมนัดประชุมภาคกลางถกทางออก
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ยอมรับว่าน้ำในคลองรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียงแน่นจนไม่สามารถรองรับน้ำเพิ่มได้อีก จึงต้องเร่งเจรจากับนครนายกและกรุงเทพมหานครเพื่อหาแนวทางร่วมกัน
ส่วนกรณีปัญหาน้ำท่วมใน อ.องครักษ์ และความต้องการระบายมาทางปทุมธานีนั้น รัฐบาลเตรียมจัดประชุมหน่วยงานพื้นที่ภาคกลางทั้งหมดเพื่อกำหนดทิศทางทำงานร่วมกัน ควบคู่กับการออกมาตรการเยียวยา
บูรณาการรับมือฝนตกหนัก 5–7 ต.ค. ตั้งระบบไฟสำรองป้องกันการสูบน้ำล่าช้า
ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ จ.ปทุมธานี จะต้องบูรณาการร่วมกับจังหวัดภาคกลาง โดยเน้นสื่อสารข้อมูลจริงและแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนเปิดระบายน้ำ พร้อมเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองป้องกันปัญหาไฟดับที่อาจทำให้การสูบน้ำขัดข้อง
ขณะเดียวกัน ฝนในพื้นที่เริ่มตกแล้ว และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิด



























































