20 ปี "พืชสวนโลกเชียงใหม่" แหล่งเรียนรู้เชิงเกษตร
ท่ามกลางการจับตามองงาน "พืชสวนโลก" ที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัดอุดรธานี หากย้อนไป 20 ปี "อุทยานหลวงราชพฤกษ์" อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นที่แรกที่เคยจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ด้วยงบประมาณ 2,400 ล้านบาท ปัจจุบันกลายเป็น อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ในความดูแลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ด้วยงบประมาณการดูแลที่ค่อนข้างสูง ทำให้เกิดคำถามเรื่องความคุ้มค่า
พื้นที่ 470 ไร่ ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่เคยเป็นสถานที่จัดแสดงงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ด้วยงบประมาณ 2,400 ล้านบาท
20 ปีผ่านไป ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ โดยมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญ เช่น หอคำหลวง อาคารเรือนกระจกแสดงพันธุ์ไม้ และสวนนานาชาติ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนทรุดโทรมตามกาลเวลา ต้องใช้งบประมาณบูรณะ และซ่อมบำรุง
อาณดา นิรันตรายกุล ผอ.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ กล่าวว่า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ 3 ด้านหลัก คือ ด้านโครงการพระราชดำริ โครงการหลวง ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และด้านศิลปวัฒนธรรม โดยที่นี่มีรายได้หลักจากงบประมาณของรัฐ ปีละ 100-140 ล้านบาท แยกเป็นการดูแลบำรุงรักษาพื้นที่ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และค่าจ้างบุคลากร 290 คน ซึ่งงบประมาณก้อนนี้ ไม่ตายตัว หากมีความจำเป็นในการซ่อมบำรุง เช่น การบูรณะหอคำหลวง ที่เคยใช้งบประมาณ 89 ล้านบาท นอกจากงบประมาณของรัฐ ที่นี่มีรายได้อีกส่วนจากการจำหน่ายบัตรเข้าชม ค่าเช่าพื้นที่ และอื่นๆ ปีละประมาณ 40-50 ล้านบาท
จากตัวเลขรายได้ การพูดถึงความคุ้มค่าเป็นตัวเงินอาจไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นความคุ้มค่าด้านการเรียนรู้ของเยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับ รศ.นิสิต พันธมิตร ผอ.ศูนย์อาเซียนศึกษา ม.เชียงใหม่ มองว่า หากพิจารณาความคุ้มค่าด้านการลงทุน ก็คงไม่คุ้ม แต่อยากให้มองเรื่องของการให้ความรู้มากกว่า
สำหรับข้อมูลงบการเงินจากรายงานประจำปี สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เฉพาะรายได้จากการจำหน่ายบัตรบำรุงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ พบว่า ตั้งแต่ปี 2558 - 2563 มีรายได้ ประมาณ 20-44 ล้านบาท ปี 2564-2565 ลดลงเหลือ 6-7 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตโควิด-19 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านบาท ช่วงปี 2566-2567 และ ล่าสุดปี 2568 มีรายได้ 17 ล้าน 8 แสนบาท




























































