ผลวิเคราะห์คุณภาพน้ำ-ดิน 11 จุด ใน จ.สระแก้ว ปนเปื้อนโลหะหนัก
วิกฤตสิ่งแวดล้อมกำลังสร้างความกังวลอย่างหนักให้กับชาวจังหวัดสระแก้ว เมื่อผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและดินจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สระบุรี ยืนยันชัดเจนว่า พื้นที่ลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมทั้ง 11 จุด ในอำเภอเมืองสระแก้วและอำเภอวัฒนานคร มีสารโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ทุกจุด สถานการณ์นี้ทำให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้วต้องเตรียมลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด และเก็บตัวอย่างปัสสาวะของประชาชนโดยรอบเพื่อประเมินความเสี่ยง
เพื่อป้องกันไม่ให้สระแก้วกลายเป็นแหล่งรองรับขยะพิษ ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว จึงร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน ตั้งด่านสกัดกั้นอย่างเข้มงวดบริเวณถนน 359 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อกับอำเภอเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา หากพบรถบรรทุกต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบเอกสารการขนส่งและสิ่งของที่บรรทุกมาอย่างละเอียด ซึ่งมาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่เพิ่งสกัดจับรถพ่วง 18 ล้อ ลักลอบขนขยะต้องสงสัยกว่า 46 ตัน จากโรงงานรีไซเคิลในตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม มาทิ้งในพื้นที่
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวด เบื้องต้นได้แจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินไปแล้ว 6 ราย ในความผิดฐาน "ครอบครองวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดร่นระยะเวลาการตรวจพิสูจน์กากอุตสาหกรรมจากเดิม 3-4 สัปดาห์ให้เร็วขึ้น เพื่อให้มีหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้เกี่ยวกับแนวทางการจัดการพื้นที่ โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งกฎหมายระบุว่าหากพบขยะพิษ เจ้าของที่ดินต้องย้ายออกให้หมดภายใน 30 วัน หากไม่ทำจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ยึดที่ดินคืนทันที แต่ปัญหาคือกระบวนการตรวจพิสูจน์สารพิษของศูนย์เตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก ชลบุรี และสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ ต้องใช้เวลายืนยันผลนานถึง 30 วัน ทำให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยังไม่สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ทันท่วงที

























































