6 พรรค ประชันนโยบายปฏิรูประบบภาษี
เข้าสู่ช่วงหาเสียงที่แต่ละพรรคการเมืองต่างงัดไม้เด็ดมาประชันกัน โดยเฉพาะ "นโยบายภาษี" ซึ่งถือเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่สุด โจทย์ใหญ่รอบนี้ คือ การหาทางออกให้ "มนุษย์เงินเดือน" ที่ถูกมองว่าเป็นเดอะแบกของประเทศ พร้อมกับกลยุทธ์ดึง "เศรษฐกิจนอกระบบ" เข้าสู่ฐานภาษี เพื่อหารายได้เข้าประเทศ มาดูกันว่าแต่ละพรรคมีแนวคิดอย่างไร
พรรคเพื่อไทย - พรรคประชาชน: ชูโมเดล "หวยใบเสร็จ" ดึงคนเข้าระบบ
"พรรคเพื่อไทย" นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบายสุดฮือฮา "สร้างเศรษฐีเงินล้าน" หวังสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนขอใบเสร็จจากการจับจ่ายใช้สอย เพื่อลุ้นรวยวันละ 9 คน
"เน้นไปที่การดึงคนเข้าระบบภาษี แลกกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ... และยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT"
ด้าน "พรรคประชาชน" ชี้ให้เห็นปัญหาโครงสร้างภาษีที่บิดเบี้ยว โดยระบุว่าปัจจุบันมีคนไทยเพียง 4 ล้านคน ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่จ่ายภาษีจริงมีเพียง 1 แสนรายจาก 9 แสนราย จึงเสนอสร้างแรงจูงใจให้ SMEs อยากเข้าระบบภาษี โดยการเชื่อมโยงกับ "หวยใบเสร็จ" ส่วนเรื่อง VAT นั้น มองว่าจะต้องขึ้นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจมีความพร้อมแล้วเท่านั้น
พรรคประชาธิปัตย์ - พรรคไทยก้าวใหม่: รื้อโครงสร้างภาษี ลดภาระคนชั้นกลาง
"พรรคประชาธิปัตย์" ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นมิตรกับมนุษย์เงินเดือน ด้วยข้อเสนอที่จะช่วยให้คนทำงานมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น
"เสนอขยายเพดานยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็น 270,000 บาทต่อปี และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีด้วยการใช้เทคโนโลยี"
ฝั่ง "พรรคไทยก้าวใหม่" มาพร้อมแนวคิดรื้อโครงสร้างขั้นบันไดภาษีใหม่ เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับชนชั้นกลาง แต่จะหันไปรีดภาษีจากบริษัทข้ามชาติ และธุรกิจสีเทา-ธุรกิจบาปแทน เช่น ผับ บาร์ อาบอบนวด รวมถึงอุตสาหกรรมที่สร้างมลพิษ
ขณะที่ "พรรคไทยสร้างไทย" และ "พรรครวมไทยสร้างชาติ" ประสานเสียง "ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้น VAT" โดยเน้นการอุดรอยรั่วของระบบเดิม และมุ่งเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลกับกลุ่มธุรกิจผูกขาดเพื่อสร้างความเป็นธรรม
เอกชน-นักวิชาการ เตือนสติ! อย่าดีแต่ "แจก" หนี้สาธารณะจ่อชนเพดาน
ท่ามกลางนโยบายประชานิยม ภาคเอกชนและนักวิชาการต่างออกมาแสดงความกังวล โดยประธานกรรมการหอการค้าไทยฯ ตั้งคำถามกลับไปยังทุกพรรคการเมืองว่า "รัฐบาลจะหวังพึ่งรายได้ จากเงินภาษีอย่างเดียวไม่ได้" และยังไม่เห็นนโยบายไหนที่เน้นการ "หาเงิน" เข้าประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
สอดคล้องกับ รศ.อธิภัทร มุทิตาเจริญ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่เตือนว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยใกล้ชนเพดานแล้ว รัฐบาลใหม่ต้องกล้าปรับโครงสร้างรายจ่ายและปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง
"หากไม่ทำอะไรเลย ก็ต้องไปลงที่ VAT ซึ่งกระทบคนหมู่มาก"


























































