เร่งกวาดล้างขบวนการลักลอบขน "ข้าวสารเถื่อน" ข้ามโขง
ในช่วงที่ราคาข้าวในประเทศกำลังเผชิญภาวะตกต่ำ เกษตรกรไทยกลับต้องเจอศึกหนักซ้ำสอง เมื่อขบวนการลักลอบขน "ข้าวสารเถื่อน" จากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาขายแข่งในตลาด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานที่พบการจับกุมถถี่ขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรระดมกำลังกวาดล้างข้าวลักลอบอย่างเข้มงวดตามนโยบายรัฐบาลเพื่อปกป้องกลไกราคาข้าวและช่วยเหลือพี่น้องชาวนาไทย
เปิดสถิติจับกุมกุมภาพันธ์ 2569: ขนรวมกว่า 20 ตันในครึ่งเดือน
สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงเดินหน้าสกัดกั้นขบวนการค้าข้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยมีเคสสำคัญที่น่าสนใจในเขตพื้นที่ภาคอีสานดังนี้
- กาฬสินธุ์: ตรวจยึดข้าวสาร 350 กระสอบ (รวม 17 ตัน) บนถนนสาย 12 ก่อนถึงแยกอินโดจีน พบไม่มีเอกสารผ่านพิธีการศุลกากร
- มุกดาหาร: ตรวจยึดข้าวเหนียวดำกว่า 4 ตัน พร้อมขยายผลจากคำให้การคนขับรถที่รับจ้างขนส่งไปยัง จ.นครราชสีมา
- ริมฝั่งโขง: สกัดจับการขนข้าวสารข้ามโขงแบบกองทัพมด เพื่อเตรียมส่งขายต่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่
"ขบวนการกองทัพมดที่ลักลอบขนข้าวสารข้ามโขงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร และซ้ำเติมราคาข้าวในประเทศที่ตกต่ำอยู่แล้วให้หนักกว่าเดิม"
แฉกลยุทธ์ขบวนการลักลอบ: รับจากชายแดน-ส่งตรงถึงตลาดในเมือง
จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม พบว่ารูปแบบการทำงานมีการวางแผนเป็นทอด ๆ โดยเน้นการจ้างวานคนขับรถในพื้นที่ให้ไปรับสินค้าจากแหล่งพักริมชายแดน เช่น ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร แล้วนำไปส่งยังปลายทางที่เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าอย่าง จ.นครราชสีมา โดยมักจะไม่ระบุสถานที่ปลายทางที่ชัดเจนเพื่อเลี่ยงการถูกแกะรอย
กรมศุลกากรขานรับนโยบายรัฐ! ยกระดับคุมเข้มสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย
เพื่อตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังในการปกป้องเกษตรกร กรมศุลกากรได้สั่งการให้ทุกด่านชายแดนเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบรถบรรทุกและเส้นทางเลี่ยงเมือง
"การกวาดล้างจับกุมขบวนการลักลอบขนข้าวสารเถื่อน เป็นภารกิจเร่งด่วนเพื่อป้องกันการนำของผิดกฎหมายเข้ามาทำลายโครงสร้างราคาภายในประเทศ"
นอกจากการจับกุมรายใหญ่แล้ว เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังกลุ่มค้ารายย่อยที่ใช้การขนส่งทางเรือข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการควบคุม เนื่องจากพื้นที่ชายแดนมีความยาวและยากต่อการสอดส่องได้ทั่วถึง




























































