ชาวบ้านตื่นตัว แห่ยืนยันตัวตน "ไทยช่วยไทยพลัส"
ประชาชนจำนวนมาก เดินทางมารอที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนห้างเปิด เพื่อที่จะมายืนยันตัวตนในแอพเป๋าตัง
นางสมบูรณ์ ฉันทะ บอกว่า เหมารถมาจากอำเภอวาปีปทุมกับเพื่อนบ้านในราคา 700 บาท ระยะทางไป-กลับ 100 กิโลเมตร เพื่อที่จะมายืนยันตัวตนในแอพเป๋าตัง เนื่องจากเพิ่งจะซื้อโทรศัพท์มาเครื่องละ 2 พันบาท เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว รอบที่แล้วโครงการคนละครึ่งพลัสก็ทำไม่ได้ ครั้งนี้จึงตั้งใจว่าจะยืนยันตัวตนให้สำเร็จเพื่อที่จะได้รับสิทธิ์ แม้รัฐให้เดือนละ 1 พันบาท 4 เดือน อาจไม่มากแต่ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ส่วนชาวจังหวัดพิษณุโลกเดินทางไปที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบิ๊กซีพิษณุโลก เพื่อติดตั้งแอปเป๋าตัง รวมถึงการแก้ไขหมายเลขโทรศัพท์ให้ถูกต้องจนแถวยาวเหยียดแบบนี้ อย่างนางสาวมะลิ แบ่งเพชร บอกว่าที่ผ่านมาไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เพราะไม่มีสมาร์ทโฟน จึงมาทำเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นและเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายไปได้มาก
ขณะที่มุมมองของพ่อค้า แม่ค้า ในจังหวัดกำแพงเพชร หวังว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กลับมาคึกคัก เพราะประชาชนที่ได้รับสิทธิ จะออกมาจับจ่ายใช้สอยทำให้ผู้ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น
อีกฝั่งหนึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าบางส่วน ที่ไม่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ส่วนใหญ่ให้เหตุผลไปในทิศทางเดียวกัน คือความกังวลใจ เรื่องของระบบภาษี เนื่องจากกลัวว่ายอดขายที่วิ่งผ่านแอปพลิเคชั่นของรัฐจะถูกนำไปคำนวณภาษีรายได้ในระบบ ต้องแบกรับภาระภาษีเพิ่มขึ้น หรือถูกเรียกเก็บย้อนหลัง ซึ่งไม่คุ้มค่ากับกำไรในปัจจุบัน
ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์มดิลิฟเวอร์ลี่ จังหวัดชัยนาท เตรียมพร้อมลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 หลังพลาดการลงทะเบียนใน รอบแรกไป เพราะไม่ได้ยืนยันตัวตน
แต่ครั้งนี้ตั้งใจอย่างมาก เชื่อว่า ช่วยจะกระตุ้นยอดขายได้ถึง 2 เท่า ตั้งเป้าน่าจะเกินร้อยละ 70 และอยากให้รัฐบาลเดินหน้า โครงการต่อเนื่องตลอดปี




























































