ชาวบ้านลุ่มน้ำปากพนังขอรัฐเร่งแก้ปัญหา "ปลาหมอคางดำ"
Key Takeaway: สรุปผลกระทบวิกฤต "ปลาหมอคางดำ" ระบาด
- ปลาหมอคางดำลามลงทะเล: พบการแพร่ระบาดลงสู่ทะเลเปิดแล้ว โดยชาวประมงพื้นบ้านทอดแหพบปลาหมอคางดำเป็นจำนวนมากบริเวณชายหาด อ.หัวไทร ยืนยันว่าปลาชนิดนี้ปรับตัวในน้ำเค็มได้
- ระบบนิเวศท้องถิ่นพังทลาย: สัตว์น้ำประจำถิ่นที่มีราคาสูง เช่น ปลากระบอก, กุ้ง และปลาขี้ตัง ในลุ่มน้ำปากพนังสูญหายไปทั้งหมดจนกระทบต่อรายได้ของชาวบ้าน
- เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน: ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อพักน้ำ แต่กลับต้องเผชิญปัญหาราคากุ้งตกต่ำในตลาด
- ไม่นิยมบริโภคและเสนอแนวทางล้างบาง: ชาวบ้านชี้ว่าปลาหมอคางดำเนื้อแข็งและไม่อร่อย จึงไม่เป็นที่นิยมรับประทาน และเสนอให้ใช้วิธีวางยาเบื่อในคูคลองช่วงฤดูแล้งเพื่อกำจัดทิ้งทั้งหมดก่อนฟื้นฟูระบบนิเวศ
สถานการณ์ปลาหมอคางดำระบาดลุ่มน้ำปากพนัง
ผิวน้ำทั่วบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน เต็มไปด้วยฟองอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามีปลาหมอคางดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมหาศาล
ความกังวลของชาวบ้านที่หวาดหวั่นว่าปลาชนิดนี้จะแพร่ระบาดลงสู่ทะเลเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้น เมื่อชาวประมงพื้นบ้านที่ออกไปทอดแหบริเวณชายหาด อ.หัวไทร พบปลาหมอคางดำติดแหขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แทนที่จะเป็นสัตว์น้ำประจำถิ่นมูลค่าสูงอย่าง ปลากระบอก, กุ้ง หรือปลาขี้ตัง ซึ่งปัจจุบันได้หายไปจนหมดสิ้น
เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งยืนยันว่าปลาหมอคางดำสามารถปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ในน้ำเค็มได้จริง
ผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและแนวทางกำจัด
ผู้นำท้องที่ในตำบลท่าพญา ระบุว่า ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำถูกมองข้ามและละเลยมาโดยตลอด จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงกุ้งที่ต้องเจอวิกฤตซ้ำเติมรอบด้าน ทั้งการต้องลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อทำลายปลาหมอคางดำในบ่อพักน้ำ แต่ราคากุ้งที่จับขายกลับตกต่ำลง
ด้าน ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง ได้ร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไขและเห็นพ้องกันว่า วิธีการเดียวที่จะจัดการได้ คือ การวางยาเบื่อ เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดสิ้นไปจากคูคลองในช่วงฤดูแล้ง แล้วจึงค่อยดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศในภายหลัง
เนื่องจากในความเป็นจริง แม้จะมีการชี้แจงว่าปลาหมอคางดำสามารถนำมารับประทานได้ แต่กลับไม่เป็นที่นิยมของคนในพื้นที่เนื่องจากมีเนื้อแข็งและรสชาติไม่อร่อย




























































