ลูกสาวแจงพ่อขับรถชน รปภ.สนามบิน เหตุไม่ชำนาญเกียร์ออโต้
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์รับต้นปี กรณีคลิปภาพวงจรปิดรถเอสยูวีป้ายแดงพุ่งชน รปภ. สนามบินหาดใหญ่ จนร่างลอยกระแทกพื้น ล่าสุดครอบครัวผู้ก่อเหตุชี้แจงสาเหตุเกิดจากความไม่คุ้นชินระบบเกียร์รถคันใหม่ที่เพิ่งถอยมาหลังน้ำท่วม ในขณะที่ผู้บาดเจ็บยังคาใจ พุ่งชนโดยไม่แตะเบรกและคนขับไม่เคยมาเยี่ยมด้วยตัวเอง
ลูกสาวเปิดใจ! พ่อตกใจทำอะไรไม่ถูก ยันรับผิดชอบทุกอย่าง
จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียว่าทำไมคนขับไม่ลงมาดูผู้บาดเจ็บทันที ลูกสาวของผู้ขับขี่ได้ออกมาชี้แจงลำดับเหตุการณ์ว่า เดิมทีตนเป็นคนขับมาส่งพ่อที่สนามบิน ก่อนจะเปลี่ยนให้พ่อขับรถกลับบ้าน แต่เนื่องจากพ่อคุ้นเคยกับการขับรถ "เกียร์ธรรมดา" มาตลอด เมื่อมาขับคันนี้ที่เป็น "เกียร์ออโต้" จึงเกิดความผิดพลาดจนควบคุมรถไม่อยู่
ส่วนสาเหตุที่ต้องออกรถใหม่ป้ายแดง เป็นเพราะบ้านถูกน้ำท่วม รถถูกน้ำท่วมเสียหาย จึงซื้อรถคันใหม่เพราะไม่มีรถใช้
ทั้งนี้ ลูกสาวยืนยันว่าหลังเกิดเหตุ ตนเป็นคนแรกที่วิ่งไปดูอาการ รปภ. และโทรเรียกรถพยาบาล ส่วนพ่อเมื่อตั้งสติได้ก็ลงมาช่วย และได้ดำเนินการติดต่อประกัน ลงบันทึกประจำวัน พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจและไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
มุมมองผู้บาดเจ็บ! "ชนแล้วไม่เบรก" เผยคนขับตัวจริงยังไม่เคยมาเยี่ยม
ในฟากของเจ้าหน้าที่ รปภ. ผู้บาดเจ็บ ซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ได้เล่านาทีระทึกว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่โบกรถอยู่ จู่ ๆ รถคันดังกล่าวก็พุ่งเข้ามาชนอย่างจัง
"ขับพุ่งชนตนอย่างจัง แบบไม่มีการเหยียบเบรกหรือหักหลบ ทั้ง ๆ ที่สามารถทำได้... หลังจากชนแล้วคนขับรถยนต์ก็ไม่ได้ลงมาดูหรือขอโทษในทันที"
นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บยังระบุว่า มีเพียงลูกสาวเท่านั้นที่เข้ามาขอโทษและดูแล ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้คนขับรถยนต์ก็ไม่เคยมาเยี่ยมตนซักครั้ง ส่วนอาการล่าสุดดีขึ้นแล้ว เหลือเพียงความปวดระบมตามร่างกาย




























































