แท็กซี่คู่กรณีด่านตรวจ สภ.กำแพงแสน ยัน! ถูกผลักล้มจริง
ในช่วงรณรงค์ 7 วันอันตรายที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลฯ กับกรณีดราม่าด่านตรวจ พื้นที่ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่งไลฟ์สดปะทะคารมกับตำรวจเรื่องไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นโดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ผลัก กลายเป็นประเด็นถกเถียงว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุ หรือเป็นการแสดงละครตบตาเจ้าหน้าที่กันแน่
เปิดปมเดือด! คลิปไวรัลแท็กซี่ล้มตึงกลางด่าน อ้าง ตร. ทำร้ายร่างกาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 และถูกแชร์ว่อนเน็ต โดยคลิปเผยให้เห็นนายวินัย อายุ 51 ปี คนขับแท็กซี่กำลังไลฟ์สดโต้เถียงกับตำรวจ สภ.กำแพงแสน ที่ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร จังหวะสำคัญ คือ เมื่อตำรวจเดินเข้ามาใช้มือแตะไหล่เชิญตัว ชายคนดังกล่าวจะล้มลงกับพื้น และตะโกนกล่าวหาว่าถูกตำรวจผลักจนล้ม
ทางด้านนายวินัยเปิดใจยืนยันความบริสุทธิ์ โดยระบุว่าตนคาดเข็มขัดตลอดเวลาเพราะรถมีระบบเตือน พร้อมโชว์หลักฐานการรักษาจากโรงพยาบาลว่า "ขาพลิกจริง" และได้ฉีดยาไป 2 เข็ม จึงตัดสินใจแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยย้ำหนักแน่นว่า "ความจริงก็คือความจริง"
ตำรวจแจงยิบ "แค่แตะไหล่" เชิญพ้นทางกีดขวาง จ่อแจ้งข้อหาหนัก "พ.ร.บ.คอมฯ"
ด้าน สภ.กำแพงแสน ไม่นิ่งนอนใจ ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง โดยระบุว่าสาเหตุเกิดจากเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจึงเรียกตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่โต้แย้งและจอดรถกีดขวางการจราจร เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวออกนอกพื้นที่
"เจ้าหน้าที่ได้เอื้อมมือไปแตะที่แขน ไม่ได้ใช้กำลังหรือทำร้ายร่างกาย แต่ผู้ขับขี่กลับทิ้งตัวลงกับพื้น"
ล่าสุด คดีนี้ส่อแววบานปลาย เมื่อตำรวจเตรียมพิจารณาดำเนินคดีกลับกับโชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ ในข้อหา "แจ้งความเท็จ และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์" จากการนำข้อมูลบิดเบือนไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย พร้อมฝากประโยคเด็ดคืนกลับไปเช่นกันว่า... "ความจริงก็คือความจริง"




























































