ลูกสาวร้อง! ผู้ต้องหาฆ่า-ขืนใจแม่ หลุด ตม. กลับประเทศ
กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม เมื่อลูกสาวผู้เสียชีวิตจากคดีฆ่าข่มขืนในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านเพจดัง หลังพบว่าผู้ต้องหาชาวเมียนมาที่ตำรวจจับกุมได้ ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ผลักดันออกนอกประเทศไปแล้ว ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุดและผลตรวจ DNA เพิ่งยืนยันความผิด
จับแล้วปล่อย! ตม. ส่งกลับผู้ต้องหา ทั้งที่ตำรวจกำลังรอผล DNA
เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เมื่อแม่ของผู้ร้องเรียนถูกคนร้ายฆ่าและข่มขืนเสียชีวิตกลางทุ่งนา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานรวดเร็วจนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมาที่เคยรับจ้างเกี่ยวข้าวให้ผู้ตาย
ในระหว่างการสอบสวน ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังไว้ที่ห้องกัก ตม. แม่สอด เพื่อรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อผู้ต้องหากลับถูกปล่อยตัวเดินทางออกนอกประเทศ โดยไม่มีการประสานกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทำให้กว่าครอบครัวและตำรวจจะทราบเรื่อง คนร้ายก็หนีลอยนวลไปแล้ว
ผล DNA ชัดแต่จับใครไม่ได้! หน่วยงานเกี่ยงความรับผิดชอบ
ความเจ็บปวดของครอบครัวทวีคูณขึ้นเมื่อผลตรวจ DNA ล่าสุดออกมายืนยันว่าตรงกับผู้ต้องหา ซึ่งหมายความว่าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวคนร้ายตัวจริงได้แล้ว แต่กลับปล่อยให้หลุดมือไปจากความผิดพลาดในการประสานงาน
เมื่อทางครอบครัวพยายามสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำชี้แจง กลับพบแต่ความว่างเปล่าและการปัดความรับผิดชอบ
ลูกสาวผู้เสียชีวิตเปิดใจทั้งน้ำตาว่า "ไม่รู้จะเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ใด" จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านเพจ "สายไหมต้องรอด" เพื่อขอให้เป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปยังผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ให้ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน เพื่อกอบกู้ความยุติธรรมให้วิญญาณแม่ และไม่ให้คดีนี้ต้องเงียบหายไปแบบจับมือใครดมไม่ได้




























































