ถอดรหัส "น้ำมันพุ่ง - ทองนิ่ง"
สถานการณ์ราคาทองคำทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายทองคำย่านเยาวราชกลับเงียบเหงากว่าที่คิด หลังราคาเริ่มทรงตัวอยู่ที่บาทละ 77,000 บาท ทำให้นักลงทุนและประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูทิศทางตลาดที่ชัดเจน ขณะที่ นายกสมาคมค้าทองคำแนะจับจังหวะลงทุนระยะยาว เชื่อราคายังมีโอกาสไปต่ออย่างมีนัยสำคัญ
เยาวราชเงียบเหงา! นักลงทุนกอดเงินสดรอดูจังหวะราคา
ทีมข่าวสำรวจตลาดทองคำย่านเยาวราช พบว่าจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาทองคำเคยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ราคาปัจจุบัน: จากเดิมที่เคยพุ่งแตะบาทละ 80,000 บาท วันนี้ (15 มี.ค. 69) ราคาทองกลับนิ่งอยู่ที่บาทละ 77,000 บาท ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจ
- พฤติกรรมผู้บริโภค: ลูกค้าส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการซื้อขายแบบตื่นตระหนก (Panic Buying/Selling) มาเป็นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดแทน
- มุมมองสมาคมค้าทองคำ: ปกติราคาทองจะพุ่งรับข่าวสงครามในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้ตลาดกลับนิ่งเพราะความไม่มั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม
กูรูคาดการณ์: ปลายปี 2569 ทองคำไทยอาจพุ่งถึงบาทละ 90,000
แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะดูนิ่งสงบ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อมูลค่าของทองคำในระยะยาว
"นายกสมาคมค้าทองคำประเมินว่า ปลายปีนี้ราคาทองในประเทศอาจมีโอกาสแตะประมาณบาทละ 90,000 บาท พร้อมแนะนำว่าผู้ที่มีเงินเย็นอาจใช้จังหวะที่ราคาผันผวนทยอยลงทุนระยะยาวได้"
ผลกระทบลูกโซ่: เมื่อสงครามดันราคาพลังงานและค่าครองชีพพุ่ง
ไม่เพียงแต่ตลาดทองคำเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ความตึงเครียดระดับโลกยังส่งผลถึงราคาพลังงานและกลุ่มนักท่องเที่ยว
- วิกฤตพลังงาน: สงครามในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้น กระทบถึงยุโรปโดยตรง
- เสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันเปิดเผยว่า สงครามทำให้ราคาพลังงานในยุโรปแพงเกินไป โดยส่งผลกระทบอย่างมากต่อนักเรียนที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ในวันที่โลกยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทุกสายตายังคงจับจ้องว่าทิศทางราคาในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งคำแนะนำที่ดีที่สุดในเวลานี้คือการติดตามข่าวสารอย่างมีสติและไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป




























































