ประจักษ์วิเคราะห์: 3 พรรคใหญ่ การเมือง 2 หน้า!
สัญญาณรอยร้าวและการชิงไหวชิงพริบก่อนศึกซักฟอก
เหลี่ยมคูทางการเมืองในช่วงนับถอยหลังสู่อภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเริ่มจากภาพการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภูมิใจไทย) และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวะไล่เลี่ยกับการที่นายอนุทินเปิดตึกไทยคู่ฟ้าเลี้ยงต้อนรับแกนนำพรรคเพื่อไทย ภาพดังกล่าวจึงถูกมองว่าไม่ใช่แค่การพบปะธรรมดา แต่เป็นการจงใจส่งสัญญาณทางการเมืองไปยังพรรคเพื่อไทยว่า ภูมิใจไทยไม่ได้เป็น "เบี้ยล่าง" และพร้อมดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาเป็นตัวแปรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง รวมถึงมีกระแสข่าวจับตาการปรับ ครม. หลังจบศึกอภิปราย
เกม "การเมือง 2 หน้า" และท่าทีกั๊กเสียงโหวตของเพื่อไทย
แม้เบื้องหน้าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะยืนยันความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและพร้อมเป็นฟันเฟืองร่วมรัฐบาล แต่เบื้องหลังกลับเล่นบทสองหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยแกนนำระดับเก๋าอย่าง นายสุทิน คลังแสง, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รวมถึง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต่างออกมาส่งสัญญาณว่า พรรคไม่ได้ "ตีเช็คเปล่า" ให้กับภูมิใจไทย และต้องรอดูข้อมูลหมัดเด็ดจากฝ่ายค้านรวมถึงคำชี้แจงของรัฐบาลก่อนตัดสินใจโหวต โดยอ้างเอกสิทธิ์ของ สส. ตามรัฐธรรมนูญ ท่าทีนี้สะท้อนว่าเพื่อไทยยังถือไพ่เหนือกว่าและเปิดทางเลือกไว้รอบด้าน อีกทั้งฝ่ายค้านเองก็ไม่ได้ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเลยแม้แต่คนเดียว
ปัจจัยแทรกซ้อนและบทสรุป "ละคร 3 ฉาก"
นอกจากเกมโหวตในสภาแล้ว ยังมีคลื่นใต้น้ำอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพ เช่น กรณีโครงการจัดซื้อรถแทรกเตอร์/รถเกี่ยวข้าว EV วงเงิน 8,000 ล้านบาทของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่กำลังถูกกระแสสังคมและกลุ่มชาวนารุมวิจารณ์อย่างหนักจนส่อแววต้องพับโครงการ รวมถึงการเคลื่อนไหวทางคดีความของนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับข้อสังเกตของ รศ. ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ที่เปรียบเทียบการเมืองช่วงนี้เป็น "ละคร 3 ฉาก" ได้แก่ หน้ากากฟันเฟืองผู้จงรักภักดี, กลเกมอำพราง และไพ่ในแขนเสื้อ ที่ต่างฝ่ายต่างงัดมาประลองพลังเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง




























































