เยี่ยม "ทักษิณ" ครั้งสุดท้าย ก่อนพักโทษปล่อยตัว 11 พ.ค. นี้
Key Takeaway: สรุปประเด็นสำคัญการปล่อยตัวพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร
- กำหนดการปล่อยตัว: วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังรับโทษจำคุกรวม 7 เดือน 28 วัน
- สถานที่พำนัก: บ้านจันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์
- แผนหลังพ้นเรือนจำ: เข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเป็นลำดับแรก เนื่องจากไม่ได้ตรวจนานเกือบ 8 เดือน
- ข้อเรียกร้องเรื่องกำไล EM: ครอบครัวหวังว่าไม่ต้องสวมกำไล EM โดยอ้างเหตุผลด้านปัญหาสุขภาพ
- การคัดค้าน: กลุ่ม คปท. ยื่นหนังสือทักท้วง โดยมองว่ามีการกระทำผิดใหม่ระหว่างต้องขัง กรณีการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
- มุมมองฝ่ายการเมือง: นายแพทย์วรงค์มองว่าการพักโทษเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ควรได้รับ หากเคารพกฎกติกาและหลักนิติธรรม
รายละเอียดการปล่อยตัวพักโทษ "ทักษิณ ชินวัตร"
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย นายพานทองแท้, นางสาวพินทองทา และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร พร้อมเครือญาติรวม 6 คน ได้เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร ณ เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้ายก่อนถึงกำหนดการพักโทษและปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้
นางสาวแพทองธาร เปิดเผยหลังการเข้าเยี่ยมประมาณ 1 ชั่วโมงว่า รู้สึกดีใจที่การเยี่ยมผ่านลูกกรงครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย โดยในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ ครอบครัวจะเดินทางไปรับนายทักษิณกลับบ้านด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่าการสนทนาที่ผ่านมาไม่มีการพูดคุยเรื่องประเด็นการเมืองแต่อย่างใด
ประเด็นการสวมกำไล EM
สำหรับภารกิจแรกที่นายทักษิณจะดำเนินการหลังได้รับการปล่อยตัว คือ การเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดทันที เนื่องจากในระหว่างรับโทษมาเกือบ 8 เดือน ยังไม่ได้มีการตรวจเช็กร่างกายอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ นางสาวแพทองธารยังระบุว่า ทางครอบครัวยังมีความหวังว่าคุณพ่ออาจจะไม่ต้องสวมกำไลอีเอ็ม (EM) ในช่วงพักโทษ โดยให้เหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ
ทั้งนี้ ตามมติของคณะอนุกรรมการการพักโทษ นายทักษิณจะต้องเข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ถูกปล่อยตัว และจะพักอาศัยอยู่ที่ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ย่านจรัญสนิทวงศ์ ตามที่ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ไว้
กลุ่ม คปท. ยื่นคัดค้านการพักโทษ
ในอีกด้านหนึ่ง นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อคัดค้านการพักโทษในครั้งนี้ โดยทักท้วงในประเด็น "การไม่กระทำผิดซ้ำ" ซึ่ง คปท. มองว่ากรณีนี้ไม่ใช่เพียงการกระทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษ แต่เข้าข่ายการกระทำผิดใหม่ระหว่างถูกคุมขัง
โดยอ้างถึงคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ชี้ว่าการนำนายทักษิณไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งนายทักษิณมีส่วนรับรู้ในกระบวนการดังกล่าว จึงถือเป็นความผิดใหม่ที่เกิดขึ้นในระหว่างต้องขัง นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลว่าหากได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณอาจกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพและความแตกแยกในสังคม
มุมมองทางการเมืองจาก "หมอวรงค์" ต่อการพักโทษและบทบาทของทักษิณ
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ให้ความเห็นว่าการที่นายทักษิณรับโทษจำคุกมาแล้ว 8 เดือน ถือว่าปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ และการพักโทษเป็นสิทธิที่ควรได้รับตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีมวลชนคนเสื้อแดงที่ปักหลักรอรับนั้น สะท้อนให้เห็นว่านายทักษิณยังคงมีความสำคัญทางการเมือง ซึ่งสามารถทำได้ตามสิทธิทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายแพทย์วรงค์ย้ำว่าหากในอนาคตมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือทำลายหลักนิติธรรมเกิดขึ้น ตนเองและเครือข่ายพร้อมจะต่อสู้เพื่อปกป้องความถูกต้องของสังคมต่อไป โดยชี้ว่าที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากการไม่เคารพกฎหมายจนนำไปสู่ความแตกแยก




























































