อ่านเกม "ฮุน เซน" พบ "สี จิ้นผิง" สู่การคานอำนาจจีน-สหรัฐฯ ในอาเซียน |
การพบกันระหว่าง นายสี จิ้นผิง และนายฮุน เซน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จุดประเด็นถกเถียงอย่างมากเกี่ยวกับจุดยืนของจีนที่มีต่อกัมพูชาและภูมิภาคอาเซียน โดยการเดินทางเยือนจีนของ นายฮุน เซน ในฐานะแขกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้ นำมาซึ่งการให้คำมั่นร่วมกันในการจัดตั้งหุ้นส่วนด้านความมั่นคงและการยกระดับกลไกหารือเชิงยุทธศาสตร์ 2+2
ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่มหาอำนาจกำลังแข่งขันกันอย่างรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้จีนต้องขยายความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับทั้งกัมพูชาและเมียนมา เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค
มิตรภาพเหล็กกล้า: "สี จิ้นผิง - ฮุน เซน"
การพบกันของผู้นำทั้งสองฝ่ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามและวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง
- จุดยืนที่ถูกจับตา: การพบกันครั้งนี้จุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับจุดยืนของจีนต่อกัมพูชาเป็นอย่างมาก ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา แม้ว่าทั้งประเทศไทยและกัมพูชาต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนก็ตาม
- กระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์จีน: สื่อ Global Times ได้พาดหัวข่าวถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้ว่าเป็น "มิตรภาพเหล็กกล้าบนเสถียรภาพและความไว้วางใจ" โดยการเดินทางเยือนจีนของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาในครั้งนี้ เป็นการเยือนในฐานะแขกของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
- คำมั่นด้านความมั่นคง: สำนักข่าว Reuters รายงานประเด็นที่มีการพูดถึงมากที่สุดว่า จีนได้ให้คำมั่นที่จะจัดตั้ง "หุ้นส่วนด้านความมั่นคง" ร่วมกับกัมพูชา เนื่องจากสถานการณ์ในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาคกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอันซับซ้อนและลึกซึ้งอย่างมาก
เดินหน้ากลไกยุทธศาสตร์ "2+2" และภารกิจขจัดเนื้อร้ายออนไลน์
จีนและกัมพูชาเห็นพ้องว่าควรร่วมมือกันสร้างเสถียรภาพให้แก่สันติภาพและการพัฒนาในระดับภูมิภาคให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับกัมพูชาในฐานะประเทศลำดับต้น ๆ ภายใต้นโยบายการทูตต่อประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือร่วมกัน
- การพิทักษ์อธิปไตย: จีนให้การสนับสนุนกัมพูชาอย่างมั่นคงในการพิทักษ์อำนาจอธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันยกระดับความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
- ปราบปรามแก๊งออนไลน์: จีนได้แสดงความชื่นชมในความพยายามของกัมพูชาต่อการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ พร้อมให้คำมั่นสัญญาในการทำงานร่วมกันเพื่อกำจัดเนื้อร้ายนี้ให้หมดสิ้นไป
ความร่วมมือเหล่านี้ถูกต่อยอดหลังจากที่จีนและกัมพูชาได้จัดการประชุมนัดแรกภายใต้กลไกของการหารือเชิงยุทธศาสตร์ "2+2" ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม เพื่อหารือในประเด็นความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคง
ส่องยุทธศาสตร์ "จีน-เมียนมา" สลัดปมมะเลกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนวิเคราะห์ว่า บริบทการเมืองโลกในปัจจุบันเป็นสิ่งผลักดันให้จีนต้องเร่งกระชับความสัมพันธ์กับกัมพูชามากขึ้น เนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการแข่งขันของกลุ่มมหาอำนาจอย่างเข้มข้น
- สหรัฐฯ - อินโดนีเซีย: ลงนามในข้อตกลงด้านกลาโหม โดยสหรัฐฯ ขอสิทธิ์เข้าถึงน่านฟ้าอินโดนีเซียแบบไม่ต้องขออนุญาต สร้างความกังวลถึงความพยายามในการสกัดกั้นจีนในช่องแคบมะละกา
- เวียดนาม - ฟิลิปปินส์: ยกระดับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มุ่งสู่การสร้าง "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น
ท่ามกลางสถานการณ์ที่การรักษาเสถียรภาพในทะเลจีนใต้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถต่อรองได้ จีนจึงได้เดินเครื่องกระชับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาเพิ่มเติมด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านการเดินทางเยือนของ พล.อ.อ. มิน ออง ไลง์ ที่ได้หยิบยกประเด็น "ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา" ขึ้นมาหารือ โดยระเบียงเศรษฐกิจนี้จะกลายเป็นเส้นทางสำคัญที่เปิดโอกาสให้จีนสามารถเข้าถึงมหาสมุทรอินเดีย และช่วยลดการพึ่งพาการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาได้
แรงกระเพื่อมต่อจุดยืนอาเซียน
ในท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า กลไกการหารือระบบ 2+2 ที่เกิดขึ้นระหว่างจีนและกัมพูชานี้ อาจกลายไปเป็นต้นแบบของการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนกับกลุ่มประเทศพันธมิตรอื่น ๆ ในอาเซียน ซึ่งความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้อาจส่งแรงกระเพื่อมต่อจุดยืนของอาเซียนได้เช่นกัน




























































