วิถีคนบ้านหนองบัวลี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์

ออกอากาศ5 ก.ย. 69

บ้านหนองบัวลี ดินแดนแห่งหอมแดงชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์

หากพูดถึงหมู่บ้านที่เป็นแหล่งผลิตหอมแดงมากที่สุดและขึ้นชื่อที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อของ "บ้านหนองบัวลี" มักจะถูกเอ่ยถึงเสมอ ที่นี่คือชุมชนที่ทั้งหมู่บ้านผูกพันกับต้นหอมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การปลูก การเก็บ การตาก ไปจนถึงการค้าขายที่สร้างอาชีพให้ผู้คนมากมาย บทความนี้จะพาไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนทำหอมที่หมู่บ้านแห่งนี้แบบครบทุกมุม ผ่านเรื่องราวจริงของชาวบ้านที่ยิ้มแย้มและขยันขันแข็ง

บ้านหนองบัวลี หมู่บ้านแหล่งผลิตหอมแดงของบุรีรัมย์

บ้านหนองบัวลี ตั้งอยู่ที่ตำบลไทยสามัคคี อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงมากที่สุดและขึ้นชื่อที่สุดในจังหวัด ความผูกพันกับการทำหอมที่นี่สืบทอดกันมายาวนาน โดยเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษที่อพยพมาจากจังหวัดศรีสะเกษ

ผู้นำชุมชนคนสำคัญคือผู้ใหญ่บ้านวารี ผู้มีบุคลิกโดดเด่นตั้งแต่การแต่งตัว นอกจากทำหอมแล้วยังมีอาชีพเสริมคือเลี้ยงวัวควาย สะท้อนวิถีของคนในหมู่บ้านที่ทำหลายอย่างควบคู่กันไป ทุกบ้านที่นี่มักมีสวนหอมเป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้ปลูกเองทั้งหมด เจ้าของสวนมักจ้างแรงงานมาช่วยปลูกและช่วยถอน จึงเกิดเป็นระบบอาชีพที่หมุนเวียนกันในชุมชน

วิถีการปลูกหอมแดงของคนบ้านหนองบัวลี

การปลูกพืชของคนบ้านหนองบัวลีจะปลูกข้าวสลับกับหอม โดยข้าวปลูกปีละ 1 ครั้ง ส่วนหอมปลูกปีละ 2 ครั้ง ในระยะหลังปริมาณหอมกลายเป็นผลผลิตที่มากกว่าพืชอื่น มีทั้งหอมสดและหอมแห้ง จนหลายบ้านมีโรงเก็บหอมเต็มบ้านเต็มเมือง

หัวหอมที่พร้อมเก็บจะมีอายุประมาณ 3 เดือน ก่อนถึงเวลาถอน 1 วัน เจ้าของสวนจะรดน้ำให้ชุ่มเพื่อให้ดินอ่อนและถอนง่ายขึ้น หากไม่รดน้ำไว้ก่อนก็จะถอนยาก จุดนี้ถือเป็นภูมิปัญญาเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเก็บเกี่ยวราบรื่นและได้ผลผลิตที่สมบูรณ์

อาชีพรับจ้างเก็บหอมของทีมงานในบ้านหนองบัวลี

อาชีพที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านหนองบัวลีคือทีมรับจ้างเก็บหอม อย่างทีมของแม่ศาลที่ใครก็ต้องเรียกใช้บริการ ทีมงานรับทั้งงานปลูกและงานถอน ครอบคลุมทั้งการถอนหัวหอม ถอนดอกหอม และถอนต้นหอม ขอเพียงติดต่อเข้ามาก็ยินดีบริการ

ในวันที่มีการถ่ายทำ เจ้าของสวนต้องการแรงงานถอนหอม 10 คน ทีมงานทยอยมาถึงสวนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะช่วงเช้าอากาศไม่ร้อน สิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมตัวมีดังนี้

  • มัดผมให้เรียบร้อย เพราะกลิ่นหอมจะติดผม ต้องสระผมทุกวันไม่งั้นจะเหม็น
  • ใส่ถุงมือ เพื่อป้องกันยางที่ใช้รัดหอมขูดกับนิ้ว
  • ทนอาการแสบตา เพราะหอมทำให้น้ำตาไหล

แม่ศาลเล่าว่าแต่ละคนถอนได้ประมาณ 500 กำต่อมื้อ 1 กำหนักราวกิโลกว่า รวมแล้วได้หลายร้อยกิโลต่อวัน หนึ่งวันทีมงานไปรับจ้างได้ราว 2 ที่ เคยทำสถิติสูงสุดถึง 3 ที่ โดยเริ่มงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า รายได้ที่ได้ก็ถือว่าพออยู่ได้ นอกจากนี้ยังมีแม่หนูแดง วัย 79 ปี ซึ่งเป็นคนเก็บหัวหอมที่อายุมากที่สุดของวัน มาช่วยญาติเก็บหอมด้วยความเคยชินที่ทำมาตั้งแต่เกิด

เคล็ดลับการเก็บและดูแลอาการปวดเมื่อยของคนบ้านหนองบัวลี

งานเก็บหอมของคนบ้านหนองบัวลีเป็นงานที่ต้องก้มตลอดเวลา จึงมักมีอาการปวดเมื่อยตามมา โดยเฉพาะอาการปวดเอวและปวดหลัง ซึ่งจะเป็นระหว่างทำงานและหายเมื่อหยุดพัก

ชาวบ้านมีวิธีบรรเทาอาการปวดเมื่อยหลายแบบ เช่น ให้ลูกหลานช่วยเหยียบขาให้ ใช้ยาหม่องนวด กินยาพาราเซตามอล หรือบางคนก็พกยานวดติดตัวมาด้วยเพื่อเก็บไปนวดไป การดูแลเรื่องอาหารระหว่างวันเป็นหน้าที่ของเจ้าของสวน อย่างลุงอุทัย ที่คอยจัดเตรียมทั้งกาแฟ ของว่าง และกับข้าวกลางวันหลายอย่าง ส่วนข้าวสวยนั้นทีมเก็บหอมจะเตรียมมาเองจากบ้าน สะท้อนน้ำใจและความเอื้อเฟื้อระหว่างเจ้าของสวนกับแรงงาน

โรงตากและเคล็ดลับการตากหอมแดงแบบบ้านหนองบัวลี

หลังถอนหัวหอมแล้ว ลูกหลานจะเก็บใส่รถนำไปแขวนในโรงเก็บที่ชาวบ้านบ้านหนองบัวลีเรียกกันว่า "ฉาง" ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน โรงตากหอมที่นี่มีลักษณะเป็นโรงไม้ไผ่มีหลังคาคลุม ใช้ลำไม้ไผ่พาดเป็นราวต่อกันเป็นแถวสูงประมาณ 5 ชั้น โดยชาวบ้านทำกันเอง ใช้วิธีเจาะรูแล้วเอาไม้เสียบทำเป็นชั้นขึ้นไป ไม้ไผ่ซื้อมาจากที่อื่นในราคาลำละประมาณยี่สิบบาท ซึ่งใช้งานได้นาน

เคล็ดลับสำคัญในการตากหอมให้สวยของคนที่นี่คือ ต้องไม่ให้โดนแดดโดยตรง เพราะจะทำให้หัวหอมเล็กและมีสีอ่อน ขายไม่ได้ราคา หอมสดที่เพิ่งถอนมาใหม่จะใช้เวลาตากประมาณ 1 อาทิตย์ก็แห้งและพร้อมขาย นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับว่าการซื้อขายควรทำในตอนเช้า เพราะตอนเช้าหัวหอมจะนิ่ม ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก บางบ้านต้องเรียกญาติมาช่วยตากถึงหลายตัน ขณะที่สวนเล็ก ๆ ก็สามารถนำผลผลิตมาตากในพื้นที่ชั้นล่างของบ้านที่ต่อเติมเป็นฉางแบบง่าย ๆ ได้

การแต่งหอมและการเพิ่มมูลค่าหอมแดงในบ้านหนองบัวลี

นอกจากการปลูกและตากแล้ว บ้านหนองบัวลียังมีการแต่งหอมเพื่อเพิ่มมูลค่า ที่บ้านแม่จุกจะเห็นการนำหัวใหญ่ ๆ มาจัดทำเป็นพวงหอมสวยงามน่าซื้อหา งานนี้บรรดาแม่ ๆ ยาย ๆ คนเก่งจะนั่งทำกัน สามารถทำเงินได้กิโลกรัมละสามบาท

ผลผลิตหอมยังแปรออกมาได้หลายรูปแบบตามการใช้งาน เช่น หอมต้มหรือหอมปึ๋งที่มัดรวมกันโดยไม่ต้องเอาดินออก ซึ่งมีราคาถูกกว่าหอมแตง ส่วนดอกหอมที่ยังเป็นดอกตูมก็สามารถเลือกออกมาขายได้ในราคากิโลกรัมละยี่สิบบาท แสดงให้เห็นว่าแทบทุกส่วนของต้นหอมสามารถสร้างรายได้

อาชีพรับซื้อและขายหอมแดงจากบ้านหนองบัวลี

หอมแดงของบ้านหนองบัวลีไม่เพียงสร้างอาชีพให้คนปลูกและคนเก็บ แต่ยังมีอาชีพรับซื้อและขายหอมทั้งคนในและนอกหมู่บ้าน รถกระบะที่มีถุงสีแดงอยู่ท้ายรถคือรถที่เข้ามารับซื้อหอมในหมู่บ้าน

พ่อค้ารายหนึ่งเล่าว่าซื้อหอมไปประมาณหนึ่งตันสอง (ราว 1,200 กิโลกรัม) จาก 2 เจ้า เหตุผลที่เลือกซื้อที่นี่เป็นประจำเพราะหอมออกสีแดง ทน ไม่เน่าง่าย และเก็บได้นาน โดยจะวิ่งเร่ตามหมู่บ้านและนำไปขายต่อที่ตลาดเทศบาลนางรอง การรับซื้อจึงเป็นอีกฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ผลผลิตหอมหมุนเวียนออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวพ่อค้าหอมแดงคู่บุญของบ้านหนองบัวลี

พ่อค้าคนสำคัญของบ้านหนองบัวลีคือพี่มงคล ผู้มาพร้อมรถพ่วงคู่ชีพและรอยยิ้มสดใส เขาเป็นพ่อค้ารายย่อยที่รับหอมจากหมู่บ้านไปขายไกลถึงหนองบุญนาค สับตะขอ และบ้านใหม่ไทยเจริญ ระยะทางไปกลับร่วมร้อยยี่สิบถึงสองร้อยสี่สิบกิโลเมตรด้วยรถซาเล้งคู่ใจ

ทุกวันพี่มงคลจะเดินทางไปหาชาวบ้านที่คุ้นเคยเพื่อถามราคาก่อนตกลงซื้อ อย่างวันหนึ่งตกลงกันที่ราคา 15 บาท และได้หัวหอมไปราว 148 กิโลกรัม ก่อนนำไปขายต่อในราคา 5 กิโลกรัม 100 บาท มีทั้งลูกค้าที่รอซื้อริมทางและสั่งให้ไปส่งถึงบ้าน เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วก็มีกำไรราว 700 - 800 บาทต่อวัน และมักขายเกือบหมดตั้งแต่ช่วงเที่ยง นอกจากค้าหอมแล้ว พี่มงคลยังขยันทำรถกระเทียม รถขายผัก และรับจ้างขุดดินอีกด้วย ตามที่ภรรยาบอกว่าสามีเป็นคนขยันไม่หยุด ทำทั้งสวนและเลี้ยงวัว สะท้อนภาพคนบ้านหนองบัวลีที่สู้งานหลายด้าน

ประเพณีและวิถีชุมชนของบ้านหนองบัวลี

วิถีของบ้านหนองบัวลีไม่ได้มีเพียงการทำมาหากิน แต่ยังผูกโยงกับประเพณีและความศรัทธา อย่างงานบุญกุ้มข้าวที่วัดสระสะแก ซึ่งชาวบ้านจะนำข้าว กระเทียม และหอมมาร่วมบุญกัน มีทั้งการบริจาคหอมและผักชีเข้าโรงครัว และเมื่อจบงานทางวัดก็จะนำข้าวและหอมกระเทียมไปขายเพื่อนำปัจจัยมาบูรณะวัด

ภายในงานยังมีกิจกรรมอย่างการสอยดาว และวิถีชุมชนที่น่ารักอย่างการที่ลูกหลานคอยนวดและเหยียบขาให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน อีกทั้งยังมีคนรุ่นใหม่ที่เรียนรู้งานฝีมืออย่างการทำบายศรีจากการดูในโทรศัพท์จนรับจ้างทำได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนความขยันและน้ำใจของผู้คนที่เชื่อมโยงกันผ่านต้นหอม

สรุป เสน่ห์ของบ้านหนองบัวลี ดินแดนแห่งหอมแดง

บ้านหนองบัวลี จังหวัดบุรีรัมย์ คือดินแดนแห่งหอมที่หอมหวนไปด้วยรอยยิ้มและความขยันของผู้คน จากพืชชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าหอม กลับสร้างอาชีพให้คนได้มากมาย ทั้งคนปลูก คนเก็บ คนตาก คนแต่งหอม ไปจนถึงพ่อค้ารับซื้อและขายที่เชื่อมโยงกันเป็นวงจรของทั้งหมู่บ้าน และแม้ผู้เฒ่าผู้แก่จะบอกว่าวันหนึ่งอาจทำไม่ไหว แต่ก็เชื่อว่าอาชีพการทำหอมจะไม่หายไป เพราะคนหนุ่มสาวรุ่นต่อไปจะสืบสานวิถีนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้บ้านหนองบัวลียังคงเป็นหมู่บ้านหอมแดงที่มีชีวิตชีวาสืบไป

ติดตามชมเรื่องราวของหมู่บ้านที่ดำรงชีวิต ด้วยอาชีพการทำหอมในจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ว่าจะดอกหอม หัวหอมต้นหอม ล้วนสร้างอาชีพให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส

วิถีคนบ้านหนองบัวลี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์

บ้านหนองบัวลี ดินแดนแห่งหอมแดงชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์

หากพูดถึงหมู่บ้านที่เป็นแหล่งผลิตหอมแดงมากที่สุดและขึ้นชื่อที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อของ "บ้านหนองบัวลี" มักจะถูกเอ่ยถึงเสมอ ที่นี่คือชุมชนที่ทั้งหมู่บ้านผูกพันกับต้นหอมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การปลูก การเก็บ การตาก ไปจนถึงการค้าขายที่สร้างอาชีพให้ผู้คนมากมาย บทความนี้จะพาไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนทำหอมที่หมู่บ้านแห่งนี้แบบครบทุกมุม ผ่านเรื่องราวจริงของชาวบ้านที่ยิ้มแย้มและขยันขันแข็ง

บ้านหนองบัวลี หมู่บ้านแหล่งผลิตหอมแดงของบุรีรัมย์

บ้านหนองบัวลี ตั้งอยู่ที่ตำบลไทยสามัคคี อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงมากที่สุดและขึ้นชื่อที่สุดในจังหวัด ความผูกพันกับการทำหอมที่นี่สืบทอดกันมายาวนาน โดยเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษที่อพยพมาจากจังหวัดศรีสะเกษ

ผู้นำชุมชนคนสำคัญคือผู้ใหญ่บ้านวารี ผู้มีบุคลิกโดดเด่นตั้งแต่การแต่งตัว นอกจากทำหอมแล้วยังมีอาชีพเสริมคือเลี้ยงวัวควาย สะท้อนวิถีของคนในหมู่บ้านที่ทำหลายอย่างควบคู่กันไป ทุกบ้านที่นี่มักมีสวนหอมเป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้ปลูกเองทั้งหมด เจ้าของสวนมักจ้างแรงงานมาช่วยปลูกและช่วยถอน จึงเกิดเป็นระบบอาชีพที่หมุนเวียนกันในชุมชน

วิถีการปลูกหอมแดงของคนบ้านหนองบัวลี

การปลูกพืชของคนบ้านหนองบัวลีจะปลูกข้าวสลับกับหอม โดยข้าวปลูกปีละ 1 ครั้ง ส่วนหอมปลูกปีละ 2 ครั้ง ในระยะหลังปริมาณหอมกลายเป็นผลผลิตที่มากกว่าพืชอื่น มีทั้งหอมสดและหอมแห้ง จนหลายบ้านมีโรงเก็บหอมเต็มบ้านเต็มเมือง

หัวหอมที่พร้อมเก็บจะมีอายุประมาณ 3 เดือน ก่อนถึงเวลาถอน 1 วัน เจ้าของสวนจะรดน้ำให้ชุ่มเพื่อให้ดินอ่อนและถอนง่ายขึ้น หากไม่รดน้ำไว้ก่อนก็จะถอนยาก จุดนี้ถือเป็นภูมิปัญญาเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเก็บเกี่ยวราบรื่นและได้ผลผลิตที่สมบูรณ์

อาชีพรับจ้างเก็บหอมของทีมงานในบ้านหนองบัวลี

อาชีพที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านหนองบัวลีคือทีมรับจ้างเก็บหอม อย่างทีมของแม่ศาลที่ใครก็ต้องเรียกใช้บริการ ทีมงานรับทั้งงานปลูกและงานถอน ครอบคลุมทั้งการถอนหัวหอม ถอนดอกหอม และถอนต้นหอม ขอเพียงติดต่อเข้ามาก็ยินดีบริการ

ในวันที่มีการถ่ายทำ เจ้าของสวนต้องการแรงงานถอนหอม 10 คน ทีมงานทยอยมาถึงสวนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะช่วงเช้าอากาศไม่ร้อน สิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมตัวมีดังนี้

  • มัดผมให้เรียบร้อย เพราะกลิ่นหอมจะติดผม ต้องสระผมทุกวันไม่งั้นจะเหม็น
  • ใส่ถุงมือ เพื่อป้องกันยางที่ใช้รัดหอมขูดกับนิ้ว
  • ทนอาการแสบตา เพราะหอมทำให้น้ำตาไหล

แม่ศาลเล่าว่าแต่ละคนถอนได้ประมาณ 500 กำต่อมื้อ 1 กำหนักราวกิโลกว่า รวมแล้วได้หลายร้อยกิโลต่อวัน หนึ่งวันทีมงานไปรับจ้างได้ราว 2 ที่ เคยทำสถิติสูงสุดถึง 3 ที่ โดยเริ่มงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า รายได้ที่ได้ก็ถือว่าพออยู่ได้ นอกจากนี้ยังมีแม่หนูแดง วัย 79 ปี ซึ่งเป็นคนเก็บหัวหอมที่อายุมากที่สุดของวัน มาช่วยญาติเก็บหอมด้วยความเคยชินที่ทำมาตั้งแต่เกิด

เคล็ดลับการเก็บและดูแลอาการปวดเมื่อยของคนบ้านหนองบัวลี

งานเก็บหอมของคนบ้านหนองบัวลีเป็นงานที่ต้องก้มตลอดเวลา จึงมักมีอาการปวดเมื่อยตามมา โดยเฉพาะอาการปวดเอวและปวดหลัง ซึ่งจะเป็นระหว่างทำงานและหายเมื่อหยุดพัก

ชาวบ้านมีวิธีบรรเทาอาการปวดเมื่อยหลายแบบ เช่น ให้ลูกหลานช่วยเหยียบขาให้ ใช้ยาหม่องนวด กินยาพาราเซตามอล หรือบางคนก็พกยานวดติดตัวมาด้วยเพื่อเก็บไปนวดไป การดูแลเรื่องอาหารระหว่างวันเป็นหน้าที่ของเจ้าของสวน อย่างลุงอุทัย ที่คอยจัดเตรียมทั้งกาแฟ ของว่าง และกับข้าวกลางวันหลายอย่าง ส่วนข้าวสวยนั้นทีมเก็บหอมจะเตรียมมาเองจากบ้าน สะท้อนน้ำใจและความเอื้อเฟื้อระหว่างเจ้าของสวนกับแรงงาน

โรงตากและเคล็ดลับการตากหอมแดงแบบบ้านหนองบัวลี

หลังถอนหัวหอมแล้ว ลูกหลานจะเก็บใส่รถนำไปแขวนในโรงเก็บที่ชาวบ้านบ้านหนองบัวลีเรียกกันว่า "ฉาง" ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน โรงตากหอมที่นี่มีลักษณะเป็นโรงไม้ไผ่มีหลังคาคลุม ใช้ลำไม้ไผ่พาดเป็นราวต่อกันเป็นแถวสูงประมาณ 5 ชั้น โดยชาวบ้านทำกันเอง ใช้วิธีเจาะรูแล้วเอาไม้เสียบทำเป็นชั้นขึ้นไป ไม้ไผ่ซื้อมาจากที่อื่นในราคาลำละประมาณยี่สิบบาท ซึ่งใช้งานได้นาน

เคล็ดลับสำคัญในการตากหอมให้สวยของคนที่นี่คือ ต้องไม่ให้โดนแดดโดยตรง เพราะจะทำให้หัวหอมเล็กและมีสีอ่อน ขายไม่ได้ราคา หอมสดที่เพิ่งถอนมาใหม่จะใช้เวลาตากประมาณ 1 อาทิตย์ก็แห้งและพร้อมขาย นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับว่าการซื้อขายควรทำในตอนเช้า เพราะตอนเช้าหัวหอมจะนิ่ม ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก บางบ้านต้องเรียกญาติมาช่วยตากถึงหลายตัน ขณะที่สวนเล็ก ๆ ก็สามารถนำผลผลิตมาตากในพื้นที่ชั้นล่างของบ้านที่ต่อเติมเป็นฉางแบบง่าย ๆ ได้

การแต่งหอมและการเพิ่มมูลค่าหอมแดงในบ้านหนองบัวลี

นอกจากการปลูกและตากแล้ว บ้านหนองบัวลียังมีการแต่งหอมเพื่อเพิ่มมูลค่า ที่บ้านแม่จุกจะเห็นการนำหัวใหญ่ ๆ มาจัดทำเป็นพวงหอมสวยงามน่าซื้อหา งานนี้บรรดาแม่ ๆ ยาย ๆ คนเก่งจะนั่งทำกัน สามารถทำเงินได้กิโลกรัมละสามบาท

ผลผลิตหอมยังแปรออกมาได้หลายรูปแบบตามการใช้งาน เช่น หอมต้มหรือหอมปึ๋งที่มัดรวมกันโดยไม่ต้องเอาดินออก ซึ่งมีราคาถูกกว่าหอมแตง ส่วนดอกหอมที่ยังเป็นดอกตูมก็สามารถเลือกออกมาขายได้ในราคากิโลกรัมละยี่สิบบาท แสดงให้เห็นว่าแทบทุกส่วนของต้นหอมสามารถสร้างรายได้

อาชีพรับซื้อและขายหอมแดงจากบ้านหนองบัวลี

หอมแดงของบ้านหนองบัวลีไม่เพียงสร้างอาชีพให้คนปลูกและคนเก็บ แต่ยังมีอาชีพรับซื้อและขายหอมทั้งคนในและนอกหมู่บ้าน รถกระบะที่มีถุงสีแดงอยู่ท้ายรถคือรถที่เข้ามารับซื้อหอมในหมู่บ้าน

พ่อค้ารายหนึ่งเล่าว่าซื้อหอมไปประมาณหนึ่งตันสอง (ราว 1,200 กิโลกรัม) จาก 2 เจ้า เหตุผลที่เลือกซื้อที่นี่เป็นประจำเพราะหอมออกสีแดง ทน ไม่เน่าง่าย และเก็บได้นาน โดยจะวิ่งเร่ตามหมู่บ้านและนำไปขายต่อที่ตลาดเทศบาลนางรอง การรับซื้อจึงเป็นอีกฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ผลผลิตหอมหมุนเวียนออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวพ่อค้าหอมแดงคู่บุญของบ้านหนองบัวลี

พ่อค้าคนสำคัญของบ้านหนองบัวลีคือพี่มงคล ผู้มาพร้อมรถพ่วงคู่ชีพและรอยยิ้มสดใส เขาเป็นพ่อค้ารายย่อยที่รับหอมจากหมู่บ้านไปขายไกลถึงหนองบุญนาค สับตะขอ และบ้านใหม่ไทยเจริญ ระยะทางไปกลับร่วมร้อยยี่สิบถึงสองร้อยสี่สิบกิโลเมตรด้วยรถซาเล้งคู่ใจ

ทุกวันพี่มงคลจะเดินทางไปหาชาวบ้านที่คุ้นเคยเพื่อถามราคาก่อนตกลงซื้อ อย่างวันหนึ่งตกลงกันที่ราคา 15 บาท และได้หัวหอมไปราว 148 กิโลกรัม ก่อนนำไปขายต่อในราคา 5 กิโลกรัม 100 บาท มีทั้งลูกค้าที่รอซื้อริมทางและสั่งให้ไปส่งถึงบ้าน เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วก็มีกำไรราว 700 - 800 บาทต่อวัน และมักขายเกือบหมดตั้งแต่ช่วงเที่ยง นอกจากค้าหอมแล้ว พี่มงคลยังขยันทำรถกระเทียม รถขายผัก และรับจ้างขุดดินอีกด้วย ตามที่ภรรยาบอกว่าสามีเป็นคนขยันไม่หยุด ทำทั้งสวนและเลี้ยงวัว สะท้อนภาพคนบ้านหนองบัวลีที่สู้งานหลายด้าน

ประเพณีและวิถีชุมชนของบ้านหนองบัวลี

วิถีของบ้านหนองบัวลีไม่ได้มีเพียงการทำมาหากิน แต่ยังผูกโยงกับประเพณีและความศรัทธา อย่างงานบุญกุ้มข้าวที่วัดสระสะแก ซึ่งชาวบ้านจะนำข้าว กระเทียม และหอมมาร่วมบุญกัน มีทั้งการบริจาคหอมและผักชีเข้าโรงครัว และเมื่อจบงานทางวัดก็จะนำข้าวและหอมกระเทียมไปขายเพื่อนำปัจจัยมาบูรณะวัด

ภายในงานยังมีกิจกรรมอย่างการสอยดาว และวิถีชุมชนที่น่ารักอย่างการที่ลูกหลานคอยนวดและเหยียบขาให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน อีกทั้งยังมีคนรุ่นใหม่ที่เรียนรู้งานฝีมืออย่างการทำบายศรีจากการดูในโทรศัพท์จนรับจ้างทำได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนความขยันและน้ำใจของผู้คนที่เชื่อมโยงกันผ่านต้นหอม

สรุป เสน่ห์ของบ้านหนองบัวลี ดินแดนแห่งหอมแดง

บ้านหนองบัวลี จังหวัดบุรีรัมย์ คือดินแดนแห่งหอมที่หอมหวนไปด้วยรอยยิ้มและความขยันของผู้คน จากพืชชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าหอม กลับสร้างอาชีพให้คนได้มากมาย ทั้งคนปลูก คนเก็บ คนตาก คนแต่งหอม ไปจนถึงพ่อค้ารับซื้อและขายที่เชื่อมโยงกันเป็นวงจรของทั้งหมู่บ้าน และแม้ผู้เฒ่าผู้แก่จะบอกว่าวันหนึ่งอาจทำไม่ไหว แต่ก็เชื่อว่าอาชีพการทำหอมจะไม่หายไป เพราะคนหนุ่มสาวรุ่นต่อไปจะสืบสานวิถีนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้บ้านหนองบัวลียังคงเป็นหมู่บ้านหอมแดงที่มีชีวิตชีวาสืบไป

ติดตามชมเรื่องราวของหมู่บ้านที่ดำรงชีวิต ด้วยอาชีพการทำหอมในจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ว่าจะดอกหอม หัวหอมต้นหอม ล้วนสร้างอาชีพให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย