ปอยส่างลองเป็นงานบุญใหญ่ที่เมืองเชียงตุง ประเทศเมียนมา งานนี้คือการบวชลูกแก้ว พิธีที่เปลี่ยนเด็กชายตัวน้อยให้เป็นสามเณร ทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนในหมู่บ้านต่างมาร่วมแรงร่วมใจกัน บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่การเตรียมงาน พิธีโกนผม ขบวนแห่ ไปจนถึงชีวิตของสามเณรหลังบวช
ปอยส่างลองคืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับชาวไทยใหญ่
ช่วงที่เราเดินทางไปเชียงตุงตรงกับงานบวชเณรหรือการบวชลูกแก้วพอดี ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นศรัทธาทางศาสนาอย่างแรงกล้าของชาวเชียงตุง
สำหรับชาวไทยใหญ่ การส่งลูกหลานไปบวชเป็นเณรเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ เชื่อกันว่าเด็กที่บวชเป็นเณรได้บุญมหาศาล เท่ากับเป็นการทดแทนบุญคุณพ่อแม่
อายุและเงื่อนไขการบวชในงานปอยส่างลอง
การบวชพระหรือสามเณรสักรูปหนึ่งที่เชียงตุงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเด็กยังไม่ถึงอายุ 10 หรือ 12 ปีจะไม่นิยมบวชเป็นสามเณร ส่วนการเป็นพระภิกษุต้องรอจนอายุ 20 ปี
ระยะเวลาการบวชไม่ตายตัว เด็กบางคนบวชยาวเป็นปี บางคนบวชไม่กี่สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของแต่ละคน และไม่มีใครบังคับ
แม่ของเด็กคนหนึ่งเล่าว่าเขารอคอยวันนี้มานาน เพราะมีลูกชายคนเดียว และคนในครอบครัวก็บอกลูกเสมอว่าอายุ 10 ขวบแล้วต้องบวช
พ่อออกแม่ออก ผู้อุปถัมภ์ที่อยู่เบื้องหลังงานปอยส่างลอง
ค่าใช้จ่ายของงานสูงมาก ครอบครัวที่ต้องการบวชลูกจึงมักมี "พ่อออก" หรือ "แม่ออก" ช่วยอุปถัมภ์ เจ้าภาพที่ได้ทำหน้าที่นี้ถือว่าได้บุญมหาศาล แต่ต้องสะสมเงินและมีความพร้อมในทุกด้านจึงจะทำได้
ในงานที่เราไปร่วม ป้าฟองเป็นแม่ออกและเป็นเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง ปีนั้นท่านบวชให้เด็กมาแล้ว 2-3 ครั้ง ส่วนคุณยายแสงอ่อน อายุ 103 ปี ซึ่งยังแข็งแรงและแต่งตัวสวยงาม เล่าว่าท่านเป็นแม่ออกให้เด็กมาแล้วถึง 33 คน
เมื่อก่อนมีการรวมกันบวชทีเดียวเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ห้าหกสิบไปจนถึงหกร้อยคน แต่ปัจจุบันต่างครอบครัวต่างจัดงานของตนเอง
ขั้นตอนพิธีปอยส่างลอง 3 วัน 3 คืนแห่งบุญใหญ่
งานบวชลูกแก้วจัดต่อเนื่อง3 วัน 3 คืน ญาติ ๆ จะมารวมตัวกันเพราะถือเป็นบุญใหญ่ บางคนเดินทางมาไกลจากย่างกุ้งเพื่อมาร่วมงาน และญาติพี่น้องก็ต้องมา
พิธีโกนผมและแต่งตัวลูกแก้ว
ก่อนบวช เด็กจะเข้าพิธีโกนผม พ่อแม่จะตัดผมให้ 3 ครั้ง จากนั้นพระมาช่วยโกนให้
หลังโกนผมเสร็จจะแต่งองค์ทรงเครื่อง ชุดของเด็กที่จะบวชสวยงามเป็นพิเศษ มีการแต่งหน้าทาปากสีแดง รูปแบบแล้วแต่ แต่ละบ้านจะออกแบบ
เครื่องประกอบพิธีบนบ้าน
ในพิธีบนบ้านมีการจัดเตรียมหลายอย่าง เช่น ต้นอ้อย ต้นกล้วย และเสื่อ ชาวบ้านมาทำบุญใส่เงินในหม้อ มีต้นเงินสำหรับถวายสามเณร และมีขันดอกไม้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ขันดอกไม้ในพิธีนี้ใส่ร้อยดอก ส่วนถ้าเป็นเวสสันดรจะใส่พันดอก จำนวนไม่เท่ากันตามแต่ละชนิดของงานบุญ
ไหว้ศาลและวัดสำคัญก่อนวันบวช
ก่อนวันบวชหนึ่งวัน ต้องมีการไปไหว้ศาลเจ้าฟ้ามหาขนาน หรือศาลเจ้ากาดหลวง และวัดพระเจ้าหลวง หรือวัดพระมหามัยมุนี
เสียงสวดและการเตรียมตัวในเช้าวันบวช
เช้ามืดของวันบวช มีการสวดมนต์สวดชะตาบ้านหรือชะตาคน และอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ผู้คนมาร่วมงานด้วยการแต่งกายสวยงามทั้งชายและหญิง เพื่อให้เกียรติกับงาน
ขบวนแห่ลูกแก้วในปอยส่างลอง เจ้าชายน้อยที่เท้าไม่แตะดิน
การแห่ลูกแก้วเป็นหนึ่งในจุดเด่นของปอยส่างลอง เด็กเดินทางไปด้วยรถยนต์ จากนั้นจะถูกอุ้มขี่คอเข้าวัด แล้ววนรอบพระวิหาร 3 รอบ คนที่ได้แบกเด็กถือว่าได้บุญ
ที่เชียงตุง ลูกแก้วถูกมองเหมือนลูกของพระราชา เวลาเดินทางไปที่ไหนจะไม่เหยียบดิน ต้องอุ้มไปตลอด ส่วนการแห่ในเมืองมัณฑะเลย์ใช้เกวียนและม้า ต่างจากที่เมืองเชียงตุง
ผู้ที่ช่วยกันแห่และตีกลองส่วนใหญ่เป็นหนุ่ม ๆ ที่เคยบวชมาแล้วทั้งสิ้น และในอีกรูปแบบหนึ่งของการแห่ มีการแห่ครัวตานแอ่วเวียง คือแห่รอบหมู่บ้านก่อนเข้าสู่วัด โดยศรัทธาชาวบ้านจะมาช่วยกันถือสิ่งของ
อาหาร ชุดไทยใหญ่ และบรรยากาศงานปอยส่างลอง
ระหว่างงาน ครัวหลังบ้านและครัวในวัดคึกคักไปด้วยอาหาร อาหารหลักคือข้าวซอย ทั้งข้าวซอยเชียงตุงและข้าวซอยน้ำเงี้ยว แม่ครัวเล่าว่าสูตรคล้ายของทางเหนือแต่ต่างกันเล็กน้อย ขายดีมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูอย่างยำไข่ดาวและเนื้อไก่อุบ
ด้านการแต่งกาย ผู้ร่วมงานสวมชุดไทยใหญ่ กางเกงเรียกว่า "เตี่ยวไต" ใส่เฉพาะช่วงที่มีงาน เสื้อเรียกว่า "เสื้อแต๊กปุ่ง” และสะพายย่ามให้เข้าชุดกัน
ชีวิตสามเณรหลังปอยส่างลอง ที่วัดในเชียงตุง
หลังบวช สามเณรไปใช้ชีวิตอยู่ที่วัด ทั้งเรียนด้านศาสนาและเรื่องทั่วไป
เณรบางรูปบอกว่าตั้งใจมาอยู่ไม่นาน แต่พออยู่แล้วก็อยากอยู่ต่อยาว ๆ ขณะที่บางรูปอยู่แค่ปีสองปี ช่วงที่เราอยู่ในวัด รถไอติมมาจอด เด็ก ๆ ก็ดีใจกันยกใหญ่
สรุป: ปอยส่างลองคือวัฒนธรรมที่ลูกหลานช่วยกันรักษา
ปอยส่างลองไม่ได้เป็นเพียงพิธีบวช แต่เป็นงานที่ทั้งครอบครัว ญาติมิตร และชุมชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ผู้อุปถัมภ์ที่สะสมเงินมาทำบุญ กระปี่ที่เรียนบทสวด ไปจนถึงหนุ่ม ๆ ที่ช่วยแห่และตีกลอง
คนที่เราคุยด้วยเห็นตรงกันว่า ประเพณีของที่ไหนก็ดี แต่ที่เชียงตุงน่านับถือเป็นพิเศษ เพราะปู่ย่าตายายทำไว้ แล้วลูกหลานก็สืบทอดต่อ ความรักและศรัทธาที่เราได้เห็นยังแข็งแรง และเชื่อว่าจะดำรงอยู่ต่อไปอีกนาน
ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปอยส่างลองเป็นงานบุญใหญ่ที่เมืองเชียงตุง ประเทศเมียนมา งานนี้คือการบวชลูกแก้ว พิธีที่เปลี่ยนเด็กชายตัวน้อยให้เป็นสามเณร ทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนในหมู่บ้านต่างมาร่วมแรงร่วมใจกัน บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่การเตรียมงาน พิธีโกนผม ขบวนแห่ ไปจนถึงชีวิตของสามเณรหลังบวช
ปอยส่างลองคืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับชาวไทยใหญ่
ช่วงที่เราเดินทางไปเชียงตุงตรงกับงานบวชเณรหรือการบวชลูกแก้วพอดี ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นศรัทธาทางศาสนาอย่างแรงกล้าของชาวเชียงตุง
สำหรับชาวไทยใหญ่ การส่งลูกหลานไปบวชเป็นเณรเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ เชื่อกันว่าเด็กที่บวชเป็นเณรได้บุญมหาศาล เท่ากับเป็นการทดแทนบุญคุณพ่อแม่
อายุและเงื่อนไขการบวชในงานปอยส่างลอง
การบวชพระหรือสามเณรสักรูปหนึ่งที่เชียงตุงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเด็กยังไม่ถึงอายุ 10 หรือ 12 ปีจะไม่นิยมบวชเป็นสามเณร ส่วนการเป็นพระภิกษุต้องรอจนอายุ 20 ปี
ระยะเวลาการบวชไม่ตายตัว เด็กบางคนบวชยาวเป็นปี บางคนบวชไม่กี่สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของแต่ละคน และไม่มีใครบังคับ
แม่ของเด็กคนหนึ่งเล่าว่าเขารอคอยวันนี้มานาน เพราะมีลูกชายคนเดียว และคนในครอบครัวก็บอกลูกเสมอว่าอายุ 10 ขวบแล้วต้องบวช
พ่อออกแม่ออก ผู้อุปถัมภ์ที่อยู่เบื้องหลังงานปอยส่างลอง
ค่าใช้จ่ายของงานสูงมาก ครอบครัวที่ต้องการบวชลูกจึงมักมี "พ่อออก" หรือ "แม่ออก" ช่วยอุปถัมภ์ เจ้าภาพที่ได้ทำหน้าที่นี้ถือว่าได้บุญมหาศาล แต่ต้องสะสมเงินและมีความพร้อมในทุกด้านจึงจะทำได้
ในงานที่เราไปร่วม ป้าฟองเป็นแม่ออกและเป็นเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง ปีนั้นท่านบวชให้เด็กมาแล้ว 2-3 ครั้ง ส่วนคุณยายแสงอ่อน อายุ 103 ปี ซึ่งยังแข็งแรงและแต่งตัวสวยงาม เล่าว่าท่านเป็นแม่ออกให้เด็กมาแล้วถึง 33 คน
เมื่อก่อนมีการรวมกันบวชทีเดียวเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ห้าหกสิบไปจนถึงหกร้อยคน แต่ปัจจุบันต่างครอบครัวต่างจัดงานของตนเอง
ขั้นตอนพิธีปอยส่างลอง 3 วัน 3 คืนแห่งบุญใหญ่
งานบวชลูกแก้วจัดต่อเนื่อง3 วัน 3 คืน ญาติ ๆ จะมารวมตัวกันเพราะถือเป็นบุญใหญ่ บางคนเดินทางมาไกลจากย่างกุ้งเพื่อมาร่วมงาน และญาติพี่น้องก็ต้องมา
พิธีโกนผมและแต่งตัวลูกแก้ว
ก่อนบวช เด็กจะเข้าพิธีโกนผม พ่อแม่จะตัดผมให้ 3 ครั้ง จากนั้นพระมาช่วยโกนให้
หลังโกนผมเสร็จจะแต่งองค์ทรงเครื่อง ชุดของเด็กที่จะบวชสวยงามเป็นพิเศษ มีการแต่งหน้าทาปากสีแดง รูปแบบแล้วแต่ แต่ละบ้านจะออกแบบ
เครื่องประกอบพิธีบนบ้าน
ในพิธีบนบ้านมีการจัดเตรียมหลายอย่าง เช่น ต้นอ้อย ต้นกล้วย และเสื่อ ชาวบ้านมาทำบุญใส่เงินในหม้อ มีต้นเงินสำหรับถวายสามเณร และมีขันดอกไม้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ขันดอกไม้ในพิธีนี้ใส่ร้อยดอก ส่วนถ้าเป็นเวสสันดรจะใส่พันดอก จำนวนไม่เท่ากันตามแต่ละชนิดของงานบุญ
ไหว้ศาลและวัดสำคัญก่อนวันบวช
ก่อนวันบวชหนึ่งวัน ต้องมีการไปไหว้ศาลเจ้าฟ้ามหาขนาน หรือศาลเจ้ากาดหลวง และวัดพระเจ้าหลวง หรือวัดพระมหามัยมุนี
เสียงสวดและการเตรียมตัวในเช้าวันบวช
เช้ามืดของวันบวช มีการสวดมนต์สวดชะตาบ้านหรือชะตาคน และอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ผู้คนมาร่วมงานด้วยการแต่งกายสวยงามทั้งชายและหญิง เพื่อให้เกียรติกับงาน
ขบวนแห่ลูกแก้วในปอยส่างลอง เจ้าชายน้อยที่เท้าไม่แตะดิน
การแห่ลูกแก้วเป็นหนึ่งในจุดเด่นของปอยส่างลอง เด็กเดินทางไปด้วยรถยนต์ จากนั้นจะถูกอุ้มขี่คอเข้าวัด แล้ววนรอบพระวิหาร 3 รอบ คนที่ได้แบกเด็กถือว่าได้บุญ
ที่เชียงตุง ลูกแก้วถูกมองเหมือนลูกของพระราชา เวลาเดินทางไปที่ไหนจะไม่เหยียบดิน ต้องอุ้มไปตลอด ส่วนการแห่ในเมืองมัณฑะเลย์ใช้เกวียนและม้า ต่างจากที่เมืองเชียงตุง
ผู้ที่ช่วยกันแห่และตีกลองส่วนใหญ่เป็นหนุ่ม ๆ ที่เคยบวชมาแล้วทั้งสิ้น และในอีกรูปแบบหนึ่งของการแห่ มีการแห่ครัวตานแอ่วเวียง คือแห่รอบหมู่บ้านก่อนเข้าสู่วัด โดยศรัทธาชาวบ้านจะมาช่วยกันถือสิ่งของ
อาหาร ชุดไทยใหญ่ และบรรยากาศงานปอยส่างลอง
ระหว่างงาน ครัวหลังบ้านและครัวในวัดคึกคักไปด้วยอาหาร อาหารหลักคือข้าวซอย ทั้งข้าวซอยเชียงตุงและข้าวซอยน้ำเงี้ยว แม่ครัวเล่าว่าสูตรคล้ายของทางเหนือแต่ต่างกันเล็กน้อย ขายดีมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูอย่างยำไข่ดาวและเนื้อไก่อุบ
ด้านการแต่งกาย ผู้ร่วมงานสวมชุดไทยใหญ่ กางเกงเรียกว่า "เตี่ยวไต" ใส่เฉพาะช่วงที่มีงาน เสื้อเรียกว่า "เสื้อแต๊กปุ่ง” และสะพายย่ามให้เข้าชุดกัน
ชีวิตสามเณรหลังปอยส่างลอง ที่วัดในเชียงตุง
หลังบวช สามเณรไปใช้ชีวิตอยู่ที่วัด ทั้งเรียนด้านศาสนาและเรื่องทั่วไป
เณรบางรูปบอกว่าตั้งใจมาอยู่ไม่นาน แต่พออยู่แล้วก็อยากอยู่ต่อยาว ๆ ขณะที่บางรูปอยู่แค่ปีสองปี ช่วงที่เราอยู่ในวัด รถไอติมมาจอด เด็ก ๆ ก็ดีใจกันยกใหญ่
สรุป: ปอยส่างลองคือวัฒนธรรมที่ลูกหลานช่วยกันรักษา
ปอยส่างลองไม่ได้เป็นเพียงพิธีบวช แต่เป็นงานที่ทั้งครอบครัว ญาติมิตร และชุมชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ผู้อุปถัมภ์ที่สะสมเงินมาทำบุญ กระปี่ที่เรียนบทสวด ไปจนถึงหนุ่ม ๆ ที่ช่วยแห่และตีกลอง
คนที่เราคุยด้วยเห็นตรงกันว่า ประเพณีของที่ไหนก็ดี แต่ที่เชียงตุงน่านับถือเป็นพิเศษ เพราะปู่ย่าตายายทำไว้ แล้วลูกหลานก็สืบทอดต่อ ความรักและศรัทธาที่เราได้เห็นยังแข็งแรง และเชื่อว่าจะดำรงอยู่ต่อไปอีกนาน
ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส


























































