ชิม "ข้าวมันไก่ 60 ปี" ตำนานแห่งโคราช
ตำนานร้านข้าวมันไก่อายุกว่า 60 ปี จ.นครราชสีมา
ร้านข้าวมันไก่ในตำนานของจังหวัดนครราชสีมา อยู่คู่ชุมชนมากว่า 60 ปี จุดขายของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่อบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน เป็นร้านเล็กๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นไอของความทรงจำ และรสชาติที่สืบทอดมากว่าครึ่งศตวรรษ
"ร้านรักกาแฟ" คือชื่อที่หลายคนรู้จักและจดจำ เคยเป็นร้านกาแฟโบราณเมื่อ 61 ปีก่อน ก่อนจะเพิ่มเมนูข้าวมันไก่ที่กลายเป็นเมนูประจำร้าน ตั้งอยู่ที่ถนนจักรี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ข้างคลังพลาซ่าเก่า
จากร้านกาแฟสู่ข้าวมันไก่รสเด็ดของเฮียเอ้
นาย นพอนันท์ พรอนันต์ฤกษ์ หรือเฮียเอ้ อายุ 75 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ร้านนี้เริ่มจากขายกาแฟโบราณเพียงอย่างเดียว ก่อนจะค่อยๆ ขยับขยายเพิ่มเมนูข้าวมันไก่ เกาเหลา ตือฮวนเข้ามา โดยได้เรียนรู้การทำเมนูนี้มาจากเพื่อนชาวไหหลำ
สูตรเด็ดข้าวมันไก่ขายกว่า 60 ปี
ซึ่งสูตรเด็ดไม่ได้อยู่แค่ตัวไก่เท่านั้น แต่เป็น "ข้าว" กับ "น้ำจิ้ม" ที่ผ่านการคิดค้นและปรุงด้วยประสบการณ์อันยาวนาน นับเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ปัจจุบันร้านเปิดมาร่วม 60 ปี แม้ชื่อร้านจะมีคำว่ากาแฟ แต่ปัจจุบันขายเพียงกาแฟเย็นเมนูเดียวเท่านั้น และเน้นเมนูข้าวมันไก่เป็นหลัก พร้อมด้วยอาหารจากญาติพี่น้องหลายเมนู
ข้าวมันไก่บรรยากาศแสนอบอุ่น
บรรยากาศแสนอบอุ่นคือจุดขายของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเมื่อเข้ามากินแล้วรู้สึกอบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน และการบริการที่มาพร้อมรอยยิ้มจาก "เฮียเอ้" เจ้าของร้านผู้มากด้วยอัธยาศัยดี ที่ยังคงนั่งทักทายดูแลลูกค้าด้วยตนเองทุกวัน พร้อมตุ๊กตาใส่เสื้อแดงเป็นมาสคอตประจำร้านที่หลายคนคุ้นเคย
ส่งต่อความประทับใจเล็กๆ ให้ลูกค้าร้านข้าวมันไก่
สำหรับลูกค้าที่เข้ามากินที่ร้านเฮียเอ้ เมื่อเช็กบิลเสร็จทางเฮียเอ้ก็จะมอบลูกอมและขนมปังให้ลูกค้าเสมอ ถือเป็นเสน่ห์เล็กๆ ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า และยังเตรียมส่งต่อกิจการให้ลูกสาวและหลานสาวในรุ่นที่ 3 สืบต่อไป
ข้าวมันไก่กับปรัชญาของเฮียเอ้
การดูแลลูกค้าคือหัวใจสำคัญ และถือเป็นการตอบแทน เพราะลูกค้าก็ให้สิ่งดีๆ กลับคืนมามากเช่นกัน ตนยังยึดหลักศีลธรรม ชอบทำบุญ แจกทาน และนั่งสมาธิทุกวัน ถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตควบคู่กับการทำธุรกิจ
ประวัติข้าวมันไก่ในไทย: จากไหหลำสู่สยาม
ข้าวมันไก่มีรากฐานมาจากมณฑลไห่หนาน ประเทศจีน และรู้จักกันในชื่อ "ไห่หนานจี่ฟ่าน" โดยในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ที่ชาวจีนไหหลำจำนวนไม่น้อยได้อพยพมายังประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ พวกเขาได้นำสูตรการทำเมนูนี้มาด้วย จนได้รับความนิยมขึ้น เป็นที่แพร่หลายกลายเป็นอาหารจานเด่นของแต่ละประเทศ



























































