เตรียมเปิดใช้ TH-AI Passport วันแรก
กระทรวงดีอีเปิดบริการ TH-AI Passport วันนี้ (31 ส.ค. 69) เป็นวันแรกอย่างเป็นทางการ ผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th ขนทัพ AI ระดับ Pro จาก 14 ค่าย รวม 33 โมเดล ให้ประชาชนใช้งานฟรี ทั้งสร้างภาพ วิดีโอ ทำเพลง และเขียนโค้ด ตั้งเป้าผู้ใช้งาน 5 ล้านคน
ท่ามกลางการจับตาถึงประสิทธิภาพและการเร่งคลอด พ.ร.บ.ปัญญาประดิษฐ์ ฉบับแรกของไทย เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยควบคู่การส่งเสริมธุรกิจ
เปิดใช้งาน TH-AI Passport วันแรก ขน 33 โมเดลดัง ให้ใช้ฟรี
ผู้ที่ลงทะเบียน TH-AI Passport ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา วันนี้ (31 ส.ค. 69) ถือเป็นวันแรกที่กระทรวงดีอีเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th
ระบบจัดเต็มให้ประชาชนเลือกใช้ AI ช่วยทำงานได้หลากหลาย ทั้งการสร้างภาพ สร้างวิดีโอ ทำเพลง ค้นหาข้อมูลเชิงลึก เขียนโค้ด และสร้างเว็บไซต์ โดยเปิดให้เข้าถึง AI ระดับ Pro จากผู้ให้บริการ 14 ค่าย รวม 33 โมเดล
ตัวอย่างการสร้างวิดีโอ เพียงใส่คำสั่ง หรือ prompt ว่า "สร้างวิดีโอ เกี่ยวกับประเทศไทย" ผ่านเอไอ veo 3.1 fast ก็สามารถสร้างผลงานออกมาได้ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญว่าประชาชนจะใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหนจากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 5 ล้านคน
เร่งดัน พ.ร.บ.ปัญญาประดิษฐ์ คุมความปลอดภัย-ส่งเสริมผู้ประกอบการ
เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โจทย์สำคัญของภาครัฐจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเข้าถึง แต่รวมถึงการกำกับดูแลความปลอดภัย โดย ETDA อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นเพื่อจัดทำ พ.ร.บ.ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นกฎหมาย AI ฉบับแรกของไทย
ด้าน ภาคเอกชนมองว่า กฎหมาย AI ไม่ควรกำกับอย่างเดียว แต่ต้องช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการไทยด้วย หลังพบตลาด AI ในไทยโตต่อเนื่อง มีมูลค่าราว 50,000 ล้านบาท แต่กว่า 40,000 ล้านบาท ยังเป็นเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ภาคเอกชนเสนอว่าควรกำหนดนิยามและกรณีการใช้งาน หรือ Use Case ให้ชัดเจน บังคับใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งบริษัทไทยและต่างชาติ โดยต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยี
กูรูเอกชนย้ำ ต้องคุ้มครองข้อมูลผู้ใช้ ควบคู่เปิดโอกาสพัฒนาต่อยอด
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) ระบุว่า การใช้งานเอไอในไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาระบบจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้มาเป็นอันดับแรก
ขณะเดียวกัน การมีกฎหมายกำกับดูแลด้านเอไอแม้อุตสาหกรรมจะต้องเข้มงวดสูงสุด แต่ยังต้องเปิดโอกาสให้การเข้าถึงเอไอสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต




























































